
17
Apr
จอร์เจีย
9 สุดยอดแลนด์มาร์กจอร์เจีย 2026: มนต์เสน่ห์แห่งเทือกเขาคอเคซัสที่โลกต้องตะลึง
จอร์เจีย (Georgia) ไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่คือ "คำตอบ" ของนักเดินทางยุคใหม่ครับ ด้วยภูมิประเทศที่หลากหลายตั้งแต่ยอดเขาหิมะไปจนถึงชายหาดริมทะเลดำ ผสมผสานกับสถาปัตยกรรมเก่าแก่ที่เล่าเรื่องราวมานานนับพันปี Sanook Holiday ขอพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับ 9 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม ที่จะทำให้คุณหลงรักประเทศนี้จนถอนตัวไม่ขึ้น
1. ทบิลิซี (Tbilisi) – มหานครแห่งสีสันและประวัติศาสตร์
เมืองหลวงที่มีเสน่ห์เหลือล้น ตั้งอยู่ริมแม่น้ำมิตควารี (Mtkvari)
- ไฮไลต์: เดินเล่นใน Old Town ชมบ้านเรือนไม้ที่มีระเบียงแกะสลักอันเป็นเอกลักษณ์ ขึ้นกระเช้าไฟฟ้าสู่ ป้อมนาริกาลา (Narikala Fortress) เพื่อชมวิวเมืองแบบพาโนรามา และอย่าลืมแวะถ่ายรูปกับ สะพานแห่งสันติภาพ (Bridge of Peace) สถาปัตยกรรมสุดล้ำที่ตัดกับความเก่าแก่ของเมืองได้อย่างลงตัว
- Sanook Tips: ช่วงเย็นแนะนำให้ลองไปแช่น้ำแร่ในย่าน Sulfur Baths (โรงอาบน้ำกำมะถัน) ที่โด่งดังมาตั้งแต่สมัยเส้นทางสายไหมครับ

ทบิลิซี (Tbilisi)

ทบิลิซี (Tbilisi)
2. คาสเบกิ (Kazbegi/Stepantsminda) – ประตูสู่สวรรค์คอเคซัส
พิกัดยอดฮิตที่เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของจอร์เจีย
- ไฮไลต์: โบสถ์เกอร์เกตี้ (Gergeti Trinity Church) โบสถ์คริสต์ที่ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขาสูง โดยมีฉากหลังเป็นยอดเขาคาสเบกที่ปกคลุมด้วยหิมะตลอดปี ภาพที่เห็นตรงหน้าจะทำให้คุณรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในภาพวาด
- Sanook Tips: การขึ้นไปที่โบสถ์ต้องใช้รถ 4WD เท่านั้น

คาสเบกิ (Kazbegi/Stepantsminda)

คาสเบกิ (Kazbegi/Stepantsminda)
3. มิทสเคต้า (Mtskheta) – เมืองมรดกโลกและหัวใจทางจิตวิญญาณ
อดีตเมืองหลวงเก่าแก่ที่เป็นศูนย์กลางทางศาสนาของประเทศ
ไฮไลต์: วิหารสเวติสโคเวลี (Svetitskhoveli Cathedral) ที่ประดิษฐานเสื้อคลุมของพระเยซู และ อารามจวารี (Jvari Monastery) โบสถ์บนหน้าผาที่มองเห็นจุดบรรจบของแม่น้ำสองสี (แม่น้ำ Aragvi และแม่น้ำ Mtkvari) ได้อย่างชัดเจน

มิทสเคต้า (Mtskheta)
4. สวาเนติ (Svaneti) – ดินแดนแห่งหอคอยพันปี
พื้นที่ห่างไกลบนเทือกเขาคอเคซัสตอนเหนือที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่สวยที่สุดในยุโรป
- ไฮไลต์: หมู่บ้าน Ushguli ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่มีคนอยู่อาศัยที่สูงที่สุดในยุโรป คุณจะได้เห็น "Svan Towers" หรือหอคอยหินโบราณที่ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางหุบเขาและธารน้ำแข็ง
- Sanook Tips: สายถ่ายรูปห้ามพลาด เพราะที่นี่คือสวรรค์ของ Landscape Photography จริงๆ ครับ

สวาเนติ (Svaneti)
5. บาทูมี (Batumi) – เสน่ห์ริมทะเลดำ
เมืองตากอากาศสุดทันสมัยที่ได้ฉายาว่า "ลาสเวกัสแห่งทะเลดำ"
- ไฮไลต์: เดินเล่นที่ Batumi Boulevard ชมรูปปั้นความรักอมตะ Ali and Nino ที่เคลื่อนที่เข้าหากัน และตึกรูปทรงแปลกตาที่มีคาสิโนและโรงแรมหรูมากมาย ผสมผสานกลิ่นอายยุโรปและเอเชียได้อย่างลงตัว

บาทูมี (Batumi)

บาทูมี (Batumi)
6. วาร์ดเซีย (Vardzia) – มหานครถ้ำที่สาบสูญ
อารามถ้ำขนาดมหึมาที่ถูกสกัดเข้าไปในหน้าผาหินในช่วงศตวรรษที่ 12
- ไฮไลต์: สำรวจห้องหับกว่า 6,000 ห้องที่เชื่อมต่อกันด้วยทางเดินลับและอุโมงค์ ภายในมีทั้งโบสถ์ ห้องเก็บไวน์ และห้องพักอาศัย เป็นเครื่องยืนยันถึงความอัจฉริยะของคนโบราณ

วาร์ดเซีย (Vardzia)
7. อารามเดวิด กาเรจา (David Gareja) – อารามกึ่งทะเลทรายริมพรมแดน
ศาสนสถานที่ตั้งอยู่บริเวณพรมแดนจอร์เจีย-อาเซอร์ไบจาน
- ไฮไลต์: ชมภาพจิตรกรรมฝาผนังโบราณในถ้ำหิน ท่ามกลางภูมิประเทศแบบกึ่งทะเลทรายที่แปลกตาและเงียบสงบ ให้ความรู้สึกที่แตกต่างจากภูเขาสีเขียวในโซนอื่นๆ

อารามเดวิด กาเรจา (David Gareja)

อารามเดวิด กาเรจา (David Gareja)
8. อูพลิสสิคเค (Uplistsikhe) – เมืองถ้ำเก่าแก่ที่สุดในจอร์เจีย
เมืองถ้ำยุคเหล็กที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำมิตควารี
- ไฮไลต์: เดินสำรวจโครงสร้างเมืองโบราณที่มีทั้งโรงละคร หอประชุม และระบบจัดการน้ำที่ซับซ้อน เป็นการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ที่น่าทึ่งมาก

อูพลิสสิคเค (Uplistsikhe)
9. ภูมิภาคไวน์ (Wine Region - Kakheti) – ต้นกำเนิดไวน์ 8,000 ปี
ปิดท้ายทริปด้วยการไปเยือนแคว้นคักเคติ แหล่งผลิตไวน์ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก
- ไฮไลต์: เยี่ยมชมโรงบ่มไวน์แบบโบราณที่ใช้ Qvevri (ไหดินเผาฝังดิน) ในการบ่มไวน์ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่ UNESCO ขึ้นทะเบียนมรดกโลกทางวัฒนธรรม
- Sanook Tips: ต้องลองชิมไวน์ขาวสีอำพัน (Amber Wine) คู่กับอาหารพื้นเมืองอย่าง Khachapuri (ขนมปังหน้าชีส) รับรองว่าฟินครับ!

ภูมิภาคไวน์ (Wine Region - Kakheti)

ภูมิภาคไวน์ (Wine Region - Kakheti)
