เวลาทำการ

จันทร์-ศุกร์ :

09.00 - 18.00 น.

เราช่วยคุณได้

@sanookholiday

Travel License : 11/06310

หน้าแรก

/

บทความท่องเที่ยว

/

เจดีย์ชูเรโต (Chureito Pagoda): จุดชมวิวภูเขาไฟฟูจิที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น พร้อมเทคนิคถ่ายรูปให้ได้ภาพ

เจดีย์ชูเรโต (Chureito Pagoda): จุดชมวิวภูเขาไฟฟูจิที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น พร้อมเทคนิคถ่ายรูปให้ได้ภาพ

27

Apr

ญี่ปุ่น

เจดีย์ชูเรโต (Chureito Pagoda): จุดชมวิวภูเขาไฟฟูจิที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น พร้อมเทคนิคถ่ายรูปให้ได้ภาพ

หากคุณพิมพ์คำว่า "Japan" ลงในช่องค้นหา ภาพแรกๆ ที่ปรากฏขึ้นมามักจะเป็นภาพของเจดีย์สีแดงตั้งตระหง่านอยู่บนเนินเขา เคียงข้างด้วยยอดเขาไฟฟูจิที่ปกคลุมด้วยหิมะ... ภาพในฝันนั้นไม่ใช่ภาพตัดต่อ แต่เป็นสถานที่จริงที่มีชื่อว่า "เจดีย์ชูเรโต (Chureito Pagoda)"

ตั้งอยู่ในสวนอารากุระยามะ เซ็นเก็น (Arakurayama Sengen Park) เมืองฟูจิโยชิดะ นี่คือแลนด์มาร์คที่นักเดินทางทั่วโลกต่างหมายปอง วันนี้ Sanook Holiday จะพาทุกท่านไปเจาะลึกทุกรายละเอียดของสถานที่แห่งนี้ เพื่อให้การมาเยือนญี่ปุ่นครั้งหน้าของคุณ เป็นความทรงจำที่สมบูรณ์แบบที่สุด


เบื้องหลังความงดงาม: รากฐานแห่งศรัทธาที่ยาวนานกว่าพันปี

หลายคนอาจรู้จักสถานที่แห่งนี้ในชื่อ "เจดีย์ชูเรโต" แต่ทราบหรือไม่ว่า ตัวเจดีย์ที่เราเห็นนั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของพื้นที่อันศักดิ์สิทธิ์ที่เรียกว่า "ศาลเจ้าอารากุระ เซ็นเก็น (Arakura Sengen Shrine)" ซึ่งมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 1,300 ปี

  • จุดเริ่มต้นจากศรัทธา (ปี ค.ศ. 705): ศาลเจ้าอารากุระ เซ็นเก็น ก่อตั้งขึ้นในยุคต้นของเฮอัน เพื่อเป็นสถานที่บูชาเทพี "โคโนฮานะ ซากุยะ ฮิเมะ" (Konohanasakuya-hime) ซึ่งในความเชื่อของชาวญี่ปุ่นโบราณ ท่านคือเทพีแห่งภูเขาไฟฟูจิ ผู้คุ้มครองผู้คนจากภัยพิบัติจากภูเขาไฟ และเป็นสัญลักษณ์ของความงดงามที่เปราะบางดั่งดอกซากุระ ชาวบ้านในแถบฟูจิโยชิดะจึงเดินทางมาที่นี่เพื่อสวดภาวนาขอความปลอดภัยและผลผลิตทางการเกษตรที่อุดมสมบูรณ์

  • เจดีย์สีแดงแห่งสันติภาพ (ปี ค.ศ. 1963): เจดีย์ชูเรโต (Chureito Pagoda) ที่เราเห็นตั้งตระหง่านอยู่นั้น ถูกสร้างขึ้นภายหลังในช่วงปี 1963 โดยมีจุดประสงค์หลักคือ "การรำลึกถึงดวงวิญญาณของผู้ที่เสียสละในสงคราม" ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในอดีต ชื่อ "ชูเรโต" (忠霊塔) มีความหมายว่า "เจดีย์แห่งวิญญาณที่ซื่อสัตย์" เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจให้คนรุ่นหลังรำลึกถึงคุณค่าของสันติภาพ

ทำไมถึงต้องรู้ประวัติศาสตร์นี้? ในฐานะผู้เชี่ยวชาญจาก Sanook Holiday เราอยากให้คุณมองเจดีย์ชูเรโตมากกว่าแค่ "จุดถ่ายรูปสวย" แต่ให้มองว่าเป็น "สถานที่แห่งสันติภาพและการขอบคุณ" เมื่อคุณเดินผ่านเสาโทริอิและขึ้นบันไดไปถึงยอดเขา ความเหนื่อยล้าจะหายไปเมื่อคุณได้รู้ว่า สถานที่นี้ถูกสร้างขึ้นบนความตั้งใจที่จะให้ผู้คนได้หยุดมองโลกในมุมที่สูงที่สุด เพื่อเห็นความสวยงามของธรรมชาติและการดำรงอยู่ของชีวิต

1. เจดีย์ชูเรโตคืออะไร? ทำไมทุกคนถึงต้องมาที่นี่?

เจดีย์ชูเรโตเป็นเจดีย์ห้าชั้นที่สร้างขึ้นในปี 1963 เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานรำลึกถึงผู้เสียชีวิตในสงคราม แม้จะไม่ได้มีประวัติศาสตร์ยาวนานนับพันปีเหมือนวัดอื่นๆ ในเกียวโต แต่ทำเลที่ตั้งของเจดีย์แห่งนี้ถือเป็น "ทำเลทอง" ที่หาที่เปรียบไม่ได้

เมื่อมองจากจุดชมวิว คุณจะเห็นเจดีย์สีแดงสดตัดกับสีฟ้าของท้องฟ้า สีขาวของหิมะ และรูปทรงอันสง่างามของภูเขาไฟฟูจิ นี่คือองค์ประกอบของภาพถ่ายที่สมดุลที่สุดที่ธรรมชาติและมนุษย์ร่วมกันสร้างขึ้น

2. การพิชิตบันได 398 ขั้น: ความท้าทายก่อนถึงสรวงสวรรค์

หนึ่งในสิ่งสำคัญที่นักท่องเที่ยวควรรู้ คือการจะขึ้นไปถึงจุดชมวิวนั้น ไม่ได้มีลิฟต์หรือรถบัสพาไปส่งถึงที่ แต่คุณต้องเดินขึ้นบันไดหินที่คดเคี้ยวผ่านแนวต้นไม้กว่า 398 ขั้น

  • คำแนะนำจาก Sanook Holiday: อย่ามองว่าเป็นเรื่องเหนื่อย แต่ให้มองว่าเป็นการ "วอร์มอัพ" ร่างกายก่อนเจอวิวหลักล้านครับ หากคุณมีเวลา แนะนำให้ค่อยๆ เดินไปเรื่อยๆ ชมบรรยากาศสวนเซ็นเก็นระหว่างทาง คุณจะพบจุดแวะพักที่มีต้นไม้ร่มรื่นตลอดทาง

3. เจาะลึก 4 ฤดูกาล: ช่วงเวลาที่สวยที่สุดของชูเรโต

เจดีย์ชูเรโตมีเสน่ห์ที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาลอย่างสิ้นเชิง:

  • ฤดูใบไม้ผลิ (เมษายน): เป็นช่วงที่สวยที่สุด (และคนเยอะที่สุด) เพราะเป็นช่วงที่ซากุระบานสะพรั่งรอบเจดีย์ เกิดเป็นภาพสีชมพูตัดกับสีแดงของเจดีย์และภูเขาไฟฟูจิ เป็นภาพที่คุณต้องเห็นด้วยตาตัวเองสักครั้ง
  • ฤดูร้อน (มิถุนายน - สิงหาคม): ฟูจิซังอาจจะไม่มีหิมะปกคลุมมากนัก แต่คุณจะได้เห็นความเขียวขจีที่สดชื่นของต้นไม้ และท้องฟ้าที่เป็นสีฟ้าจัด
  • ฤดูใบไม้ร่วง (พฤศจิกายน): ใบไม้เปลี่ยนเป็นสีส้มแดงสดใส เป็นคู่ตัดที่สวยงามกับท้องฟ้าและภูเขาไฟฟูจิ เป็นฤดูกาลที่โรแมนติกมาก
  • ฤดูหนาว (ธันวาคม - กุมภาพันธ์): นี่คือช่วงที่ฟูจิซังงามสง่าที่สุด เพราะหิมะปกคลุมยอดเขาแบบเต็มรูปแบบ ภาพของเจดีย์ท่ามกลางหิมะสีขาวสะอาดตาคือความงามที่เงียบสงบและศักดิ์สิทธิ์

4. เคล็ดลับการถ่ายภาพระดับ "Pro" (Photography Guide)

  • ช่วงเวลาที่ดีที่สุด (Golden Hour): หากต้องการแสงที่ดีที่สุด ควรมาถึงตั้งแต่เช้าตรู่ (ช่วงพระอาทิตย์ขึ้น) เพราะนอกจากแสงจะนุ่มนวลแล้ว ยังเลี่ยงฝูงชนมหาศาลที่จะตามมาในช่วงสายได้อีกด้วย
  • เลนส์ที่แนะนำ: การถ่ายภาพเจดีย์คู่กับฟูจิซัง ถ้าใช้เลนส์ Telephoto (เลนส์ซูม) จะช่วยให้ฟูจิซังดู "ใหญ่และใกล้" เข้ามาในเฟรมได้มากขึ้น สร้างภาพที่อลังการกว่าเลนส์มุมกว้างทั่วไป
  • ขาตั้งกล้อง: จำเป็นมากหากคุณต้องการถ่ายภาพช่วงพระอาทิตย์ตกหรือช่วงที่แสงน้อย

5. การเดินทางไปเจดีย์ชูเรโต: ข้อมูลแบบเจาะลึก

การเดินทางจากโตเกียวถือว่าสะดวก แต่ต้องมีการวางแผน:

  1. รถไฟ: จากสถานี Shinjuku นั่งรถไฟสาย Fujikyu ไปลงที่สถานี Shimoyoshida Station จากนั้นเดินต่ออีกประมาณ 15-20 นาทีก็จะถึงทางเข้าสวน
  2. รถบัส: มีรถบัสตรงจาก Shinjuku มาลงที่หน้าสวนเลย แต่ต้องระวังเรื่องการจราจรที่อาจติดขัดในช่วงวันหยุด

6. บริเวณใกล้เคียง: อย่าเพิ่งรีบกลับ!

เมื่อลงมาจากเจดีย์แล้ว แนะนำให้เดินสำรวจเมือง ฟูจิโยชิดะ (Fujiyoshida) ครับ:

  • Shimoyoshida Station: ตัวสถานีเองก็เป็นจุดถ่ายรูปยอดฮิต เพราะเห็นวิวถนนที่พุ่งตรงไปหาภูเขาไฟฟูจิ
  • อาหารท้องถิ่น: อย่าพลาด "อุด้งโยชิดะ" (Yoshida Udon) ที่ขึ้นชื่อเรื่องเส้นที่เหนียวนุ่มและน้ำซุปที่เข้มข้น เป็นรางวัลที่ดีที่สุดหลังจากเดินขึ้นบันไดมาเหนื่อยๆ

7. ทำไมต้องเลือกเดินทางไปชูเรโต กับ Sanook Holiday?

การไปชูเรโตอาจดูเหมือนง่าย แต่การจะไปให้ได้ "ภาพสวย" ใน "เวลาที่เหมาะสม" นั้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญครับ:

  • Timing Optimization: เรารู้ว่าช่วงเวลาไหนคนน้อย ช่วงเวลาไหนแสงสวยที่สุด เราจะปรับตารางเดินทางของคุณให้เข้ากับสภาพอากาศในวันนั้น
  • Logistics & Comfort: เราดูแลเรื่องการต่อรถ การหาตั๋ว และการจองที่พักที่ทำให้การเดินทางเข้าถึงชูเรโตได้ง่ายที่สุด
  • Professional Guidance: ไกด์ของเราเข้าใจจุดมุมถ่ายรูปดีที่สุด ไม่ใช่แค่พาไปดูเจดีย์ แต่จะพาไปในจุดที่นักท่องเที่ยวทั่วไปอาจมองข้าม เพื่อให้คุณได้รูปภาพที่สวยที่สุดกลับบ้าน

เจาะลึก 5 จุดถ่ายภาพ (Photo Spot Strategy)

หากคุณต้องการภาพถ่ายระดับมืออาชีพที่จะทำให้เพื่อนในโซเชียลต้องทักมาถามว่า "ที่ไหน?" นี่คือ 5 พิกัดลับและมุมมองที่ Sanook Holiday แนะนำให้คุณไปลองถ่ายครับ:

จุดที่ 1: จุดชมวิวมาตรฐาน (The Classic Postcard View)

  • ตำแหน่ง: บริเวณจุดชมวิวหลักที่อยู่ด้านบนสุดของบันได 398 ขั้น

  • เทคนิคการถ่าย: นี่คือจุดที่ทุกคนต้องมา! แต่ถ้าอยากให้ภาพสวยระดับโปสการ์ด ต้องใช้เลนส์ Telephoto (ระยะ 70-200mm) ซูมดึงเจดีย์เข้ามาให้ใกล้กับภูเขาไฟฟูจิที่สุด เพื่อให้สัดส่วนของเจดีย์และภูเขาดูสมดุลกัน

  • Sanook Holiday Tip: หากวันไหนฟ้าไม่ค่อยเป็นใจ การตั้งค่า White Balance ให้เป็น "Cloudy" จะช่วยขับสีแดงของเจดีย์ให้ดูโดดเด่นขึ้นท่ามกลางท้องฟ้าที่มัวๆ ได้ครับ

จุดที่ 2: มุมเสยจากฐานเจดีย์ (Perspective Shot)

  • ตำแหน่ง: เดินเข้าไปที่ฐานของเจดีย์ชูเรโต แล้วถ่ายเสยขึ้นไป
  • เทคนิคการถ่าย: ใช้เลนส์มุมกว้าง (Wide Angle) ถ่ายเก็บรายละเอียดลวดลายไม้และสีสันของเจดีย์โดยให้ยอดเจดีย์ชี้ขึ้นไปบนท้องฟ้า การเล่นกับ Perspective แบบนี้จะทำให้ภาพดูมีพลังและดูอลังการเหมือนหลุดออกมาจากภาพวาดโบราณ

จุดที่ 3: ทางเดินท่ามกลางแนวต้นไม้ (The Gateway Path)

  • ตำแหน่ง: ช่วงทางเดินก่อนถึงยอดบันได
  • เทคนิคการถ่าย: อย่ารีบเดินผ่าน! ช่วงที่ซากุระหรือใบไม้เปลี่ยนสีบานสะพรั่ง ทางเดินช่วงนี้จะกลายเป็นอุโมงค์ธรรมชาติ ลองหามุมถ่ายย้อนกลับไปทางที่เดินมา โดยใช้ต้นไม้เป็นเฟรม (Framing) ล้อมเจดีย์ไว้ข้างหลัง จะได้ภาพที่มีมิตินุ่มนวลเหมือนฝัน

จุดที่ 4: หน้าศาลเจ้าอารากุระ เซ็นเก็น (The Sacred Gate)

  • ตำแหน่ง: บริเวณทางเข้าศาลเจ้าด้านล่าง
  • เทคนิคการถ่าย: ถ่ายภาพเสาโทริอิสีแดง (Torii) โดยมีฉากหลังเป็นบันไดหินที่ทอดยาวขึ้นไปสู่ตัวเจดีย์บนยอดเขา จุดนี้แสดงถึง "เส้นแบ่ง" ระหว่างโลกมนุษย์กับพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ เป็นภาพที่สื่อถึงความขลังและศรัทธาได้อย่างดีเยี่ยม

จุดที่ 5: มุมมองจากเนินเขาด้านล่าง (The Hidden Perspective)

  • ตำแหน่ง: เลี่ยงออกจากจุดชมวิวหลัก ให้เดินลงมาทางเนินเขาด้านข้าง (ต้องใช้ความระมัดระวัง)
  • เทคนิคการถ่าย: คุณจะได้ภาพเจดีย์ในมุมที่เห็นพุ่มไม้เขียวขจีหรือทุ่งหญ้าเป็น Foreground แทนที่จะเป็นแค่พื้นไม้หรือระเบียงไม้ของจุดชมวิว เป็นมุมที่คนส่วนใหญ่มองข้าม แต่ให้ภาพที่ดูเป็นธรรมชาติและแตกต่างจากคนอื่นอย่างสิ้นเชิง

เริ่มต้นการเดินทางสู่ภาพจำในฝัน กับ Sanook Holiday

เจดีย์ชูเรโต คือสัญลักษณ์ของความงดงามที่กาลเวลาไม่อาจเปลี่ยนได้ ไม่ว่าคุณจะไปเยือนสักกี่ครั้ง ความประทับใจก็ยังคงเหมือนเดิม หากคุณต้องการให้การเดินทางครั้งนี้ราบรื่น สนุก และได้สัมผัสญี่ปุ่นในมุมที่ลึกซึ้งกว่าเดิม ให้ Sanook Holiday เป็นผู้ดูแลครับ

ติดต่อสอบถามหรือวางแผนเส้นทางเที่ยวฟูจิ-ชูเรโต 2026 ได้ที่:

086-351-5437 :

Sanook Holiday – จัดทัวร์ด้วยความสุข บริการด้วยหัวใจ ให้การเดินทางไปเจดีย์ชูเรโตของคุณ คือความทรงจำที่สวยงามที่สุดในชีวิต!

จำนวนผู้เข้าชม 24 ครั้ง