
03
Jun
จีน
พระราชวังกู้กงเสิ่นหยาง (Shenyang Imperial Palace - 沈阳故宫) มหากาพย์วังหลวงสองจักรพรรดิแมนจู
หากจะเอ่ยถึง "พระราชวังต้องห้าม" หรือ "กู้กง" นักเดินทางส่วนใหญ่มักจะนึกถึงความโอ่อ่าอลังการของหลังคากระเบื้องเคลือบสีเหลืองทองใจกลางกรุงปารีสแห่งโลกตะวันออกอย่างนครหลวงปักกิ่ง ทว่าในหน้าประวัติศาสตร์อันลึกลับและเปี่ยมด้วยมนต์ขลังของแผ่นดินมังกร ยังมีพระราชวังต้องห้ามอีกเพียงแห่งเดียวเท่านั้นที่ตั้งตระหง่านอยู่นอกกำแพงเมืองหลวงปักกิ่ง และได้รับการยกย่องจากองค์การ UNESCO ให้เป็นมรดกโลกเคียงคู่กัน สถานที่แห่งนั้นคือ "พระราชวังกู้กงเสิ่นหยาง" หรือ "พระราชวังหลวงเสิ่นหยาง" (Shenyang Imperial Palace / Mukden Palace - 沈阳故宫) อัญมณีเม็ดงามแห่งมณฑลเหลียวหนิง (Liaoning) ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน
ความลุ่มลึกและสุนทรียภาพที่ทำให้พระราชวังกู้กงเสิ่นหยางมีความแตกต่างจากกู้กงปักกิ่งอย่างสิ้นเชิง คือเรื่องราวของ "อัตลักษณ์และสายเลือด" ที่นี่ไม่ใช่พระราชวังที่สร้างขึ้นตามตำราสถาปัตยกรรมฮั่นบริสุทธิ์ แต่คือการหลอมรวมทางวัฒนธรรมอันทรงพลังระหว่างสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นของชาวแมนจู (Manchu) ความโอ่อ่าเปิดโล่งสไตล์กระโจมของชาวมองโกล (Mongol) และศาสตร์ฮวงจุ้ยชั้นสูงของชาวฮั่น (Han) ผสานรวมกันออกมาเป็นพระราชวังไม้โบราณโทนสีแดงชาดและเขียวมรกต ท้าทายกระแสลมหนาวแห่งแดนตงเป่ยมานานเกือบ 400 ปี ผืนแผ่นดินแห่งนี้คือจุดเริ่มต้นที่แท้จริงของ "ราชวงศ์ชิง" (Qing Dynasty) มหาอาณาจักรสุดท้ายของจีน ก่อนที่พวกเขาจะกรีธาทัพผ่านด่านซันไห่กวนเข้ายึดครองแผ่นดินใหญ่ สำหรับผู้ที่รักในประวัติศาสตร์ราชวงศ์ แสวงหางานสถาปัตยกรรมลูกผสมที่หาชมได้เพียงแห่งเดียวในโลก และปรารถนาการเดินทางที่ประณีต โปรแกรม ทัวร์จีน พรีเมียมของ Sanook Holiday พร้อมพาทุกท่านย้อนเวลาก้าวข้ามซุ้มประตูมังกรเพื่อไปสัมผัสจิตวิญญาณแห่งจักรพรรดิแมนจูด้วยความหรูหราและเหนือระดับในทุกมิติครับ
1. ถอดรหัสประวัติศาสตร์กู้กงเสิ่นหยาง: ปฐมบทแห่งมหาอาณาจักรชิง
- รากฐานจากยอดขุนพลผู้พลิกแผ่นดิน: ย้อนกลับไปในปี ค.ศ. 1625 ยุคที่ชาวแมนจูยังใช้ชื่อว่า "ราชวงศ์ฮั่วจิน" (Later Jin) ยอดขุนพลและผู้นำเผ่าพันธุ์อันเกรียงไกรนามว่า "นูรฮาชี" (Nurhaci) ได้ทำการย้ายเมืองหลวงจากเมืองเหลียวหยางมายัง "เมืองเสิ่นหยาง" (หรือที่รู้จักในชื่อมุกเดน - Mukden) และได้เริ่มสั่งการให้ก่อสร้างพระราชวังแห่งนี้ขึ้นเพื่อเป็นศูนย์กลางการปกครองและประกาศความยิ่งใหญ่ของเผ่าพันธุ์นกอินทรี
- สานต่อความเกรียงไกรสู่มหาอาณาจักรชิง: หลังจากนูรฮาชีละสังขารลง โอรสองค์ที่แปดผู้ปรีชาสามารถอย่าง "หวงไท่จี๋" (Huang Taiji) ได้ขึ้นครองราชย์สืบต่อมา ท่านทรงขยายอาณาเขตพระราชวังเสิ่นหยางออกไปอย่างยิ่งใหญ่ ทรงเปลี่ยนชื่อประเทศเป็น "ต้าชิง" (Great Qing) และเปลี่ยนชื่อเผ่าจากหนี่เจินเป็น "แมนจู" พระราชวังแห่งนี้จึงทำหน้าที่เป็นที่ประทับหลักและท้องพระโรงในการวางแผนยุทธศาสตร์ทางทหารเพื่อเข้ายึดครองแผ่นดินฮั่น จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1644 เมื่อกองทัพชิงสามารถผ่านด่านซันไห่กวนและย้ายเมืองหลวงไปที่ปักกิ่ง พระราชวังเสิ่นหยางแห่งนี้จึงได้รับการยกฐานะเป็น "พระราชวังหลวงแห่งการเคารพและระลึกถึงบรรพบุรุษ" (Sublime Palace) ที่จักรพรรดิยุคหลัง เช่น จักรพรรดิคังซี และจักรพรรดิเฉียนหลง จะต้องเดินทางมาสักการะทุกปี
- สถาปัตยกรรมแบบกระโจมขี่ม้า (Nomadic Tent Influence): สิ่งที่น่าทึ่งที่สุดในผังอาคารของกู้กงเสิ่นหยางคือ การจัดวางตำแหน่งอาคารในเขตพระราชฐานชั้นนอก โดยเฉพาะการตั้งท้องพระโรงหลักล้อมรอบด้วยศาลาแปดหลัง ซึ่งจำลองรูปแบบมาจาก "การตั้งกระโจมพักแรมกลางทุ่งหญ้า (Yurt Layout)" ของเหล่านักรบชนเผ่าเร่ร่อน สะท้อนชัดถึงรากเหง้าของชาวแมนจูและมองโกลที่ผูกพันกับหลังม้าและการล่าสัตว์ ก่อนที่จะเปลี่ยนผ่านเข้าสู่วิถีชีวิตชาววังในเวลาต่อมา

2. เจาะลึก พิกัดไฮไลท์ระดับมรดกโลกภายในพระราชวังกู้กงเสิ่นหยาง
เมื่อท่านร่วมเดินทางไปกับโปรแกรม ทัวร์จีน ที่ดีไซน์อย่างพิถีพิถันโดย Sanook Holiday มัคคุเทศกาลผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์โบราณคดีของเราจะนำพาทุกท่านเดินลัดเลาะเข้าสู่ตัววัง โดยแบ่งการเข้าชมออกเป็น 3 เส้นทางหลัก (ตะวันออก, กลาง, ตะวันตก) เพื่อให้เก็บรายละเอียดได้อย่างครบถ้วนและไม่เหนื่อยจนเกินไปครับ:
2.1 ท้องพระโรงต้าเจิ้งเตี้ยน (Hall of Great Affairs - 大政殿) และศาลาแปดธง (Ten Kings Pavilion)
พิกัดไฮไลท์ที่สวยงามและสำคัญที่สุดในเส้นทางตะวันออก "ตำหนักต้าเจิ้งเตี้ยน" คือท้องพระโรงหลักทรงแปดเหลี่ยมสร้างด้วยไม้เนื้อแข็งทั้งหลัง หลังคามุงด้วยกระเบื้องเคลือบสีเหลืองขอบสีเขียวมรกต สถาปัตยกรรมผสมผสานระหว่างช่างฝีมือฮั่นโบราณและโครงสร้างกระโจมมองโกล ด้านหน้ามีเสามังกรพันสองต้นที่แกะสลักหินแกรนิตได้อย่างดุดัน ทรงพลัง เบื้องหน้าตำหนักมี "ศาลาแปดธง" เรียงรายขนาบข้างฝั่งละ 4 หลัง ซึ่งเป็นที่ทำงานของอ๋องแปดธงผู้คุมกำลังพลทหารแมนจู ถือเป็นผังพระราชวังที่หาชมไม่ได้อีกแล้วในโลกใบนี้
2.2 ตำหนักฉงเจิ้งเตี้ยน (Hall of Sublime Administration - 崇政殿)
ตั้งอยู่ในเส้นทางแกะกลาง เป็นสถานที่ประทับเพื่อว่าราชการประจำวันของจักรพรรดิหวงไท่จี๋ โครงสร้างภายนอกเป็นอาคารไม้ชั้นเดียวสีแดงชาด ตกแต่งด้วยลวดลายมังกรห้าเล็บสีทองอร่ามเหนือบานประตู ภายในประดิษฐานแท่นพระราชบัลลังก์มังกรโบราณที่ยังคงความสมบูรณ์งดงาม จุดนี้เป็นพื้นที่ที่จักรพรรดิหวงไท่จี๋ทรงลงพระนามเปลี่ยนชื่อประเทศเป็น "ต้าชิง" อย่างเป็นทางการ
2.3 ตำหนักชิงหนิงกง (Palace of Clear Peace - 清宁宫)
เขตพระราชฐานชั้นในอันเป็นที่บรรทมของจักรพรรดิหวงไท่จี๋และพระมเหสีเอก (จักรพรรดินีเสี้ยวตวนเหวิน) รวมถึงเป็นสถานที่ประสูติของจักรพรรดิซุ่นจื้อ (Shunzhi) ลักษณะการออกแบบสะพานหินและการยกระดับพื้นห้องแต่งตั้งตามธรรมเนียมของชาวแมนจูดั้งเดิม (Pocket House Style) มีปล่องไฟอิฐตั้งอยู่ภายนอกอาคาร และภายในมีเตียงเตาโบราณ (Kang) สำหรับให้ความอบอุ่นในช่วงฤดูหนาวอันโหดร้ายของตงเป่ย นอกจากนี้ด้านหน้าตำหนักยังตั้งเสาศักดิ์สิทธิ์ "เสาโซ่หลุน" (Suolun Pole) สำหรับทำพิธีบวงสรวงเทพเจ้าชามาน (Shamanism) ตามความเชื่อโบราณของเผ่าพันธุ์
2.4 หอเหวินซู่เกอ (Wensu Pavilion - 文溯阁)
ตั้งอยู่บนเส้นทางตะวันตก สร้างขึ้นในรัชสมัยของจักรพรรดิเฉียนหลง (Emperor Qianlong) เพื่อใช้เป็นสถานที่เก็บรักษาคัมภีร์ "ซื่อคู่เฉวียนซู" (Siku Quanshu) มหากาพย์สารานุกรมที่รวบรวมความรู้ทั้งหมดของจีน ความพิเศษคือหลังคาของหอแห่งนี้จงใจมุงด้วย "กระเบื้องเคลือบสีดำเข้มขอบสีเขียว" ซึ่งตามหลักเบญจธาตุ (Five Elements) ของจีน สีดำเป็นตัวแทนของธาตุน้ำ เพื่อช่วยสะกดและป้องกันอัคคีภัยไม่ให้มาทำลายตำราและคัมภีร์ล้ำค่าภายในหอแห่งนี้นั่นเอง



3. คู่มือข้อมูลจำเพาะและการเตรียมตัวเดินทาง (Shenyang Palace Specifications)
| หัวข้อและข้อมูลจำเพาะ | รายละเอียดและข้อกำหนดอุทยาน | คำแนะนำพิเศษจาก Sanook Holiday |
|---|---|---|
| เวลาทำการและการเข้าชม | เปิดบริการวันอังคาร - วันอาทิตย์ (ปิดทุกวันจันทร์ ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ของจีน) ช่วงฤดูร้อน: 08:30 - 17:00 น. ช่วงฤดูหนาว: 09:00 - 16:30 น. |
ระบบการจำหน่ายตั๋วต้องทำการลงทะเบียนพาสปอร์ตล่วงหน้าผ่านสล็อตออนไลน์จำกัดจำนวนคน ทริปดีไซเนอร์ของ Sanook Holiday จะดำเนินการจองและล็อกสิทธิ์ให้ท่านล่วงหน้าทันที มั่นใจได้ว่าไม่ต้องไปยืนต่อคิวยาวหน้างานครับ |
| สภาพภูมิอากาศประจำถิ่น | เมืองเสิ่นหยางตั้งอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ตงเป่ย) สภาพอากาศในฤดูหนาว (พ.ย. - มี.ค.) จะหนาวเย็นจัด อุณหภูมิติดลบต่ำกว่า 180°C ในบางช่วง ส่วนฤดูร้อนอากาศเย็นสบายกำลังดี | หากท่านร่วมเดินทางในทริปช่วงฤดูหนาวเพื่อชมพระราชวังท่ามกลางหิมะสีขาวโพลน แนะนำให้เตรียมเสื้อโค้ทขนเป็ดเกรดพรีเมียม ลองจอน แผ่นแปะความร้อน (Hot Pack) และรองเท้าบูทลุยหิมะที่มีดอกยางลึก ทีมงานของเราพร้อมให้คำแนะนำในการเตรียมตัวอย่างละเอียดครับ |
| การถ่ายภาพและข้อห้าม | อนุญาตให้ถ่ายภาพพื้นที่ภายนอกได้ตามอัธยาศัย แต่ ห้ามใช้แฟลช ขาตั้งกล้อง หรือโดรนบันทึกภาพ ภายในโถงพระประธานและจุดแสดงวัตถุโบราณล้ำค่า | สำหรับท่านที่ชื่นชอบการถ่ายภาพพอร์ตเทรตแนวคอสตูม ปัจจุบันรอบๆ พระราชวังมีบริการให้เช่าชุดโบราณสไตล์แมนจู (ชุดฉีผาวังหลวง) พร้อมแต่งหน้าทำผมระดับมืออาชีพ สามารถแจ้งหัวหน้าทัวร์ของเราล่วงหน้าเพื่อจัดสรรเวลาให้ท่านได้สัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษนี้ได้ครับ |


ติดต่อจองทริปทัวร์จีนพรีเมียมกู้กงเสิ่นหยางไปกับ Sanook Holiday
พร้อมหรือยังครับที่จะออกไปยืนอยู่ท่ามกลางลานประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ ทอดสายตาชมความขรึมขลังเหนือกาลเวลาของตำหนักแปดเหลี่ยมต้าเจิ้งเตี้ยน และบันทึกภาพความทรงจำยามท่องเที่ยวที่ดีที่สุดในชีวิต ติดต่อวางแผนการเดินทางล่วงหน้าวันนี้เพื่อมอบรางวัลชีวิตที่ดีที่สุดให้กับตัวคุณและคนที่คุณรัก
-
โทรศัพท์ (สอบถามโปรแกรมและราคา):
- 086-351-5437 (คุณโอ๊ด)
- 065-086-3888 (คุณทราย)
- 093-095-2888 (คุณแตงกวา)
- Line ID: @sanookholiday
-
Website:
https://www.sanookholidays.com
Sanook Holiday – เพราะความสุขของการท่องเที่ยว คือการได้ไปในที่ที่อยากไป กับคนที่ดูแลคุณอย่างเข้าใจ
เริ่มต้นวางแผน ทัวร์จีน เพื่อสัมผัสสุนทรีย์และจิตวิญญาณอันล้ำค่าที่พระราชวังกู้กงเสิ่นหยางกับเราวันนี้ แล้วคุณจะพบว่า... มหากาพย์แห่งพระราชวังหลวงสองจักรพรรดิแมนจูกำลังเปิดประตูรอต้อนรับคุณอยู่ภายนอกหน้าจอคอมพิวเตอร์ครับ!
