เวลาทำการ

จันทร์-ศุกร์ :

09.00 - 18.00 น.

เราช่วยคุณได้

@sanookholiday

Travel License : 11/06310

หน้าแรก

/

บทความท่องเที่ยว

/

One Day Trip ไหว้พระ ๙ วัด จังหวัดนครปฐม เจาะลึกเส้นทางสายมูเตลูและเกจิอาจารย์ชื่อดัง

One Day Trip ไหว้พระ ๙ วัด จังหวัดนครปฐม เจาะลึกเส้นทางสายมูเตลูและเกจิอาจารย์ชื่อดัง

04

Jun

ไทย

One Day Trip ไหว้พระ ๙ วัด จังหวัดนครปฐม เจาะลึกเส้นทางสายมูเตลูและเกจิอาจารย์ชื่อดัง

ความศรัทธาและพุทธศาสนาเป็นรากเหง้าอันลึกซึ้งที่สถิตอยู่คู่กับวิถีชีวิตของชาวไทยมาอย่างยาวนาน และเมื่อเอ่ยถึงจังหวัดที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งประวัติศาสตร์ ทวารวดีโบราณ และมีรายชื่อพระเกจิอาจารย์ผู้ทรงวิทยาคมระดับประเทศจำพรรษาอยู่มากที่สุด "จังหวัดนครปฐม" ย่อมเป็นหมุดหมายอันดับหนึ่งในใจของนักแสวงบุญทั่วโลก ไม่เพียงแต่ชาวไทยเท่านั้น แต่ในปัจจุบันกระแสการเดินทางมาสัมผัสพลังงานศักดิ์สิทธิ์และพิธีกรรมโบราณของไทย เพื่อเดินทางมาทำบุญ เสริมดวงชะตา และครอบครูบาอาจารย์เพื่อความเป็นสิริมงคลขีดสุด

เพื่อเป็นการเปิดประสบการณ์การทำบุญที่เหนือระดับและเต็มเปี่ยมไปด้วยข้อมูลเจาะลึกลึก Sanook Holiday ขอพาทุกท่านออกเดินทางลัดเลาะเลียบแม่น้ำท่าจีนและคลองนครชัยศรี ไปกับ "One Day Trip ไหว้พระ ๙ วัด จังหวัดนครปฐม" เส้นทางพิเศษที่ร้อยเรียงเอา 9 พุทธสถานที่มีเอกลักษณ์ โบราณวัตถุล้ำค่า และพิธีกรรมหนุนดวงชะตาที่โด่งดังระดับสากลเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ตั้งแต่การกราบขอพรพระราหูจ้าวตำรับ, การลอดใต้โบสถ์โบราณ, ไปจนถึงการสัมผัสความงามของสถาปัตยกรรมไม้แกะสลักและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ประดิษฐานอยู่เหนือกาลเวลา เดินทางด้วยความสะดวกสบาย สไตล์พรีเมียม ไร้ความกังวลในทุกฝีก้าวครับ

ทริปนี้เราเริ่มออกเดินทางจาก กรุงเทพมหานคร (สนามบินสุวรรณภูมิ) เวลา 7.00 น. ถึงวัดแรกประมาณ 8.00 น. โดยจะใช้เวลาในแต่ละวัดประมาณ 40 นาที – 60 นาที เที่ยวชมวัดได้ชิลๆ ไม่ต้องรีบ

1. วัดสว่างอารมณ์ (แคแถว) หลวงพ่อแป๊ะ

วัดแรกที่เราเดินทางมาคือ วัดสว่างอารมณ์ (แคแถว) เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย ตั้งอยู่ในตำบลขุนแก้ว อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2470 โดยพระครูพิศาลสรคุณ (แป๊ะ อินทโชติ) อดีตเจ้าอาวาสรูปแรก เดิมชื่อวัดสว่างอารมณ์ ตั้งอยู่ที่ตำบลแคแถว ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2529 ได้ย้ายมาตั้งที่ตำบลขุนแก้ว ริมถนนเพชรเกษม ใกล้กับองค์พระปฐมเจดีย์
วัดสว่างอารมณ์เป็นวัดที่มีชื่อเสียงในด้านสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ มากมาย โดยเฉพาะ "หลวงพ่อแป๊ะ" ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของผู้คนเป็นจำนวนมาก เชื่อกันว่าหากได้มากราบไหว้หลวงพ่อแป๊ะแล้ว จะได้รับโชคลาภ ความสำเร็จ และความสุขในชีวิต นอกจากนี้ ยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์อื่นๆ ที่น่าสนใจอีกมากมาย เช่น
  • ปู่ฤาษีชีวก เทพเจ้าแห่งการแพทย์ เป็นที่เคารพนับถือของผู้คนทั่วไป โดยเฉพาะผู้ที่เจ็บป่วย
  • ตาทองงิ้วราย เทพเจ้าแห่งความรัก เป็นที่เคารพนับถือของหนุ่มสาว เชื่อกันว่าหากได้มากราบไหว้ตาทองงิ้วรายแล้ว จะได้พบรักแท้สมปรารถนา
  • กุมารทองน้องเก้าเลิฟเลิฟ กุมารทองชื่อดัง เป็นที่เคารพนับถือของผู้คนทั่วไป เชื่อกันว่าหากได้มากราบไหว้น้องเก้าเลิฟเลิฟแล้ว จะได้รับโชคลาภ ความสำเร็จ และความสุขในชีวิต
  • พ่อปู่ศรีสุทโธ แม่ย่าปทุมมา เทพเจ้าแห่งความรัก ความเมตตา ความร่มเย็น และความสุข เป็นที่เคารพนับถือของผู้คนทั่วไป
วัดสว่างอารมณ์เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางพระพุทธศาสนาและวัฒนธรรมที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ในแต่ละวันจะมีผู้คนจำนวนมากเดินทางมาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ภายในวัด บรรยากาศภายในวัดร่มรื่น สะอาดสะอ้าน เหมาะสำหรับการพักผ่อนและปฏิบัติธรรม

ที่อยู่ : 111 หมู่ที่ 4  ถ. เพชรเกษม ตำบล ขุนแก้ว อำเภอนครชัยศรี นครปฐม 73120

เกร็ดความรู้

  • ไฮไลท์สิ่งศักดิ์สิทธิ์: เมื่อก้าวเท้าเข้าสู่ภายในวัด ท่านจะได้พบกับความตระการตาของสิ่งศักดิ์สิทธิ์มากมาย เช่น "ตาทอง งิ้วราย" หุ่นชายโบราณริมอ่างน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้คนจากทั่วสารทิศนิยมมาส่องเลขเด็ด, "พระเงิน พระทอง" (หลวงพ่อรวยยศ) พระพุทธรูปปางมารวิชัยที่เชื่อกันว่าใครได้มากราบขอพรจะประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานและธุรกิจการค้า นอกจากนี้ยังมีรูปปั้นท้าวเวสสุวรรณขนาดใหญ่ และองค์พ่อปู่ฤาษีพรมหมปรเมศวร์ที่ขรึมขลัง
  • พิธีกรรมหนุนดวง: สำหรับคณะเดินทางระดับลักชัวรี ไฮไลท์สำคัญคือการเข้ากราบนมัสการหลวงพ่อแป๊ะ เพื่อรับพลังเมตตามหานิยม การทำพิธีเจิมลายมือ "เปิดทรัพย์ รับโชค" ซึ่งเป็นพิธีกรรมโบราณที่ดึงดูดนักธุรกิจและนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่ม ทัวร์จีน ที่เลื่อมใสในศาสตร์การเปิดดวงชะตาเป็นอย่างยิ่ง

2. วัดกลางบางแก้ว

เดินทางต่อมาวัดที่สอง คือ วัดกลางบางแก้ว ห่างจากวัดสว่างอารมณ์ 7.9 กิโลเมตร ตอนเช้าจะมีตลาดเช้าสามารถหาซื้ออาหารเช้ากินรองท้องได้เลย มีของกินน่ากินเยอะมาก หรือใครจะไหว้พระเสร็จก่อนก็ได้
วัดกลางบางแก้ว เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ตั้งอยู่ริมแม่น้ำนครชัยศรี ในหมู่ที่ 2 บ้านปากคลองบางแก้ว ตำบลนครชัยศรี อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม เดิมชื่อว่า วัดคงคาราม แต่ชาวบ้านมักเรียก วัดกลาง จากหลักฐานที่พบ สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นสมัยตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลายและเจริญรุ่งเรืองในยุครัตนโกสินทร์ตราบจนปัจจุบัน
  • พระอุโบสถหลังใหม่ สร้างขึ้นแทนหลังเดิมที่เสียหายจากเพลิงไหม้เมื่อปี พ.ศ. 2541 ภายในประดิษฐานพระประธานองค์ใหม่ชื่อว่า หลวงพ่อโต พระพุทธรูปหินทรายแดงปางมารวิชัย
  • หอไตร เป็นสถานที่เก็บพระคัมภีร์และสมุดข่อยโบราณ ปัจจุบันได้นำไปเก็บรักษาไว้ที่ พิพิธภัณฑ์พระพุทธวิถีนายก ซึ่งจัดแสดงโบราณวัตถุ เครื่องลางของขลัง พระคัมภีร์ และตำราโบราณต่างๆ
  • พิพิธภัณฑ์พระพุทธวิถีนายก สร้างขึ้นเพื่อรวบรวมโบราณวัตถุ เครื่องรางของขลัง พระคัมภีร์ และตำราโบราณต่างๆ ของวัดกลางบางแก้วไว้ให้ชมและศึกษา
วัดกลางบางแก้วเป็นวัดเก่าแก่ที่มีความสวยงามและมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ภายในวัดมีสิ่งที่น่าสนใจมากมาย จึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ

ที่อยู่ : ตำบลนครชัยศรี อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม

เกร็ดความรู้

  • ไฮไลท์สิ่งศักดิ์สิทธิ์: เข้ากราบพระประธานในพระอุโบสถโบราณ ชมความงามของภาพจิตรกรรมฝาผนัง และสิ่งที่ไม่ควรพลาดคือการเข้าเยี่ยมชม "พิพิธภัณฑ์พระพุทธวิถีนายก" อาคารทรงไทยขนาดยักษ์ที่เก็บรวบรวมโบราณวัตถุ พระพุทธรูปเก่าแก่ และอัฐิบริขารของอุพัทธยาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่ในอดีต ได้แก่ หลวงปู่บุญ (พระพุทธวิถีนายก) และ หลวงปู่เพิ่ม
  • สุนทรียภาพเชิงช่าง: ศิลปะปูนปั้นประดับโบสถ์และวิหารของวัดกลางบางแก้ว สะท้อนถึงฝีมือช่างสิบหมู่ขั้นสูง มีความวิจิตร ละเอียดอ่อน และสงบเยือกเย็น ยามที่ท่านเดินทอดน่องริมกำแพงแก้วเก่าแก่ จะสัมผัสได้ถึงพลังงานแห่งความนิ่งสงบและบารมีธรรมของเกจิอาจารย์ที่ปกปักษ์รักษาอารามแห่งนี้มานานนับร้อยปี

3. วัดใหม่สุปดิษฐาราม

วัดที่สาม อยู่ติดกับวัดกลางบางแก้วเพียงแค่กำแพงกั้น สามารถเดินจากวัดกลางบางแก้วมาได้เลย
วัดใหม่สุปดิษฐาราม ตั้งอยู่ริมแม่น้ำท่าจีน ในหมู่ที่ 3 บ้านกลาง ตำบลนครชัยศรี อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม เดิมชื่อ "วัดใหม่ริมจวน" เป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่ง ตั้งขึ้นประมาณปี 2438 ในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยนายทองดี เป็นผู้สร้างวัด ต่อมาในปี 2442 พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นวิษณุนาถนิภาธร ได้ทรงสร้างอุโบสถ วิหาร สถูป และมณฑปพระอีกคู่หนึ่ง จึงได้ชื่อว่า "วัดใหม่สุปดิษฐาราม" มาจนถึงปัจจุบันนี้

วัดใหม่สุปดิษฐาราม เป็นวัดที่มีชื่อเสียงในเรื่องของพระสีวลีองค์ใหญ่ ซึ่งประดิษฐานอยู่ในวิหารสีทอง ภายในวิหารยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์อีกมากมาย เช่น หลวงปู่เป้า หลวงปู่ผูก เกจิอาจารย์ชื่อดังและเป็นพระสงฆ์ที่สร้างโบสถ์

พระสีวลีองค์ใหญ่ ประดิษฐานอยู่ในวิหารสีทอง มีขนาดหน้าตักกว้าง 4.5 เมตร สูง 6 เมตร เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ หล่อด้วยทองเหลืองทั้งองค์ มีพระพักตร์อิ่มเอิบ เปี่ยมไปด้วยเมตตา ผู้คนต่างให้ความเคารพนับถือเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะผู้ที่ทำการค้าขาย มักจะมากราบไหว้ขอพรเพื่อให้การค้าขายเจริญรุ่งเรือง

นอกจากพระสีวลีองค์ใหญ่แล้ว ภายในวิหารยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์อีกมากมาย เช่น หลวงปู่เป้า หลวงปู่ผูก เกจิอาจารย์ชื่อดังและเป็นพระสงฆ์ที่สร้างโบสถ์ รูปหล่อหลวงพ่อโต รูปหล่อหลวงพ่อโสธร รูปหล่อหลวงพ่อพระประธานองค์เดิมของวัด เป็นต้น

วัดใหม่สุปดิษฐาราม เป็นวัดที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดนครปฐม ผู้ที่สนใจสามารถเดินทางไปสักการะพระสีวลีองค์ใหญ่และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัดได้ทุกวัน

ที่อยู่ : ตำบล นครชัยศรี อำเภอนครชัยศรี นครปฐม 73120

เกร็ดความรู้

  • ไฮไลท์สิ่งศักดิ์สิทธิ์: สิ่งแรกที่จะสะกดสายตาของท่านคือ "พระอุโบสถสีทองอร่ามทอดตัวยาว" สว่างไสวตัดกับขอบฟ้า ภายในประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์จำลอง และบริเวณด้านนอกมี "พระสีวลีองค์ใหญ่" สูงเด่นเป็นสง่า ซึ่งพระสีวลีตามคติพุทธคือพระอรหันต์ผู้เป็นเลิศด้านลาภสักการะและความอุดมสมบูรณ์
  • พิกัดสายมูเพิ่มเติม: นอกจากนี้ยังมี "พระราหูทรงครุฑ" และเรือแม่ตะเคียนทองโบราณให้ได้กราบขอพรตัดกรรม เสริมฮวงจุ้ยการเงิน บรรยากาศของวัดตั้งอยู่ติดริมแม่น้ำ มีลมพัดผ่านเย็นสบาย เหมาะแก่การทำจิตใจให้ผ่องใสและบันทึกภาพมุมกว้าง (Landscape) ที่วิจิตรตระการตา

4. วัดกลางคูเวียง

วัดกลางคูเวียง ตั้งอยู่ที่ตำบลสัมปทวน อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม อยู่ริมแม่น้ำท่าจีน ห่างจากตัวเมืองนครปฐมประมาณ 12 กิโลเมตร สร้างขึ้นในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น ประมาณ พ.ศ. 2325 เดิมชื่อ วัดกลางลาว สันนิษฐานว่าสร้างโดยชาวลาวเวียงจันทน์ที่อพยพมาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร

จุดเด่นของวัดกลางคูเวียง
  • หม้อยาใหญ่ สูง 3 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลาง 2 เมตร เป็นหมอยาสมุนไพรที่ใหญ่ที่สุดในโลก สร้างขึ้นโดย หลวงพ่อเต๋ คังคสุวัณโณ อดีตเจ้าอาวาส เพื่อใช้ต้มยาสมุนไพรแจกจ่ายแก่ผู้ป่วย
  • ตลาดน้ำวัดกลางคูเวียง ตลาดน้ำย้อนยุคที่เปิดทุกวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ มีสินค้าหลากหลายประเภทให้เลือกซื้อ เลือกชิม ทั้งของกิน ของใช้ ของฝาก ผลิตภัณฑ์ OTOP และอาหารพื้นเมือง
  • พิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน เก็บรวบรวมข้าวของเครื่องใช้โบราณ วัตถุทางศาสนา และภูมิปัญญาท้องถิ่น
วัดกลางคูเวียง เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เหมาะสำหรับผู้สนใจเรียนรู้วัฒนธรรมไทย ภูมิปัญญาท้องถิ่น และชื่นชอบบรรยากาศตลาดน้ำย้อนยุค

การเดินทาง
  • รถยนต์ส่วนตัว ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 338 (นครปฐม-นครชัยศรี) เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 3404 ไปประมาณ 4 กิโลเมตร จะพบวัดอยู่ทางซ้ายมือ

เกร็ดความรู้

  • ไฮไลท์สิ่งศักดิ์สิทธิ์: เข้ากราบนมัสการ "หลวงพ่อชื่น" พระประธานศักดิ์สิทธิ์ประจำอุโบสถ และรูปปั้นเกจิอาจารย์เก่าแก่ที่ชาวบ้านให้ความเคารพนับถือ ในอดีตวัดแห่งนี้เป็นศูนย์กลางการแพทย์แผนโบราณและการทำนุบำรุงจิตใจของชาวบ้านในย่านคูเวียง
  • สุนทรียภาพแห่งความสงบ: จุดเด่นของวัดกลางคูเวียงคือความเงียบสงบ ร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ ขนาบข้างด้วยลานวัฒนธรรมท้องถิ่น ทริปดีไซเนอร์ของ Sanook Holiday เลือกปักหมุดวัดนี้ไว้ในลำดับที่สี่ เพื่อให้คณะเดินทางได้พักสายตา ดื่มด่ำกับความเรียบง่ายของพุทธศาสนาตามชนบทไทย ก่อนที่จะก้าวเข้าสู่พิกัดมหาชนถัดไปครับ

5. วัดศีรษะทอง

วัดศีรษะทอง เป็นวัดเก่าแก่ ตั้งอยู่ในตำบลศีรษะทอง อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม สร้างขึ้นในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น ประมาณ พ.ศ. 2358 เดิมชื่อว่า "วัดหัวทอง" ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น "วัดศีรษะทอง"
วัดศีรษะทองมีชื่อเสียงโด่งดังจากหลวงพ่อน้อย นาวารัตน์ อดีตเจ้าอาวาส ผู้สร้างพระราหูอมจันทร์จากกะลาตาเดียว เป็นเครื่องรางของขลังที่โด่งดังไปทั่วประเทศ
ปัจจุบันวัดศีรษะทองเป็นที่รู้จักและศรัทธาจากประชาชนทั่วไป ผู้คนนิยมมาสักการะบูชาพระราหูเพื่อเสริมดวงชะตา แก้เคล็ด และขอพรต่างๆ

สิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัดศีรษะทอง
  • พระราหูอมจันทร์: เป็นปางพระราหูขนาดใหญ่ ประดิษฐานอยู่ภายในศาลาแปดเหลี่ยม
  • หลวงพ่อโต: เป็นพระพุทธรูปปางป่าเลไลยก์ ขนาดหน้าตักกว้าง 5 วา สูง 7 วา
  • หลวงพ่อพุฒ: เป็นพระพุทธรูปปางป่าเลไลยก์ ขนาดหน้าตักกว้าง 3 วา สูง 4 วา
  • ศาลายาณวัตถุ: ภายในศาลาประดิษฐานพระพุทธรูปปางต่างๆ และรอยพระพุทธบาทจำลอง
การเดินทาง
  • รถยนต์ส่วนตัว: ใช้เส้นทางถนนเพชรเกษม มุ่งหน้าสู่จังหวัดนครปฐม เมื่อถึงสี่แยกไฟแดงท่านา ให้เลี้ยวซ้ายเข้าถนนนครชัยศรี ประมาณ 2 กิโลเมตร จะพบวัดศีรษะทองอยู่ทางด้านซ้ายมือ
เวลาทำการ
  • เวลาเปิดปิด: 08.00 - 18.00 น.

เกร็ดความรู้

  • ไฮไลท์สิ่งศักดิ์สิทธิ์: กราบไหว้ "พระราหูขนาดบูชาองค์ใหญ่" ประดิษฐาน ณ ศาลากลางวัด สรรค์สร้างด้วยสีดำทมิฬขรึมขลัง ล้อมรอบด้วยเครื่องบูชาสีดำ 8 อย่าง (เช่น ซุปไก่ ถั่วดำ กาแฟดำ ข้าวเหนียวดำ) เชื่อกันว่าการมาไหว้พระราหูที่นี่จะช่วยกลับร้ายกลายเป็นดี สะเดาะเคราะห์ปีชง และหนุนดวงชะตาราศีให้พุ่งทะยาน
  • พุทธศิลป์และสถาปัตยกรรม: ชม "พระอุโบสถหลังใหม่" ที่สร้างด้วยศิลปะรัตนโกสินทร์ผสมผสานลวดลายล้านนาอย่างประณีต ผนังด้านนอกประดับด้วยงานปูนปั้นลวดลายราหูอมจันทร์ดารดาษ เป็นพิกัดที่ดึงดูดใจนักท่องเที่ยวต่างชาติและกรุ๊ป ทัวร์จีน ที่มีความเชื่อและศรัทธาในเรื่องของดวงดาวและการบูชาเทพเจ้าแห่งโชคลาภอย่างมหาศาล

6. วัดห้วยตะโก

วัดห้วยตะโก ตั้งอยู่ที่ ตำบลพะเนียด อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม เป็นวัดเก่าแก่ สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยา ประมาณปี พ.ศ. 2310 เดิมชื่อว่า “วัดใหม่ห้วยตะโก” ต่อมาในปี พ.ศ. 2508 ได้เปลี่ยนชื่อเป็น “วัดห้วยตะโก”
วัดห้วยตะโกมีจุดเด่นที่น่าสนใจ ดังนี้
  • หลวงพ่อหิน พระพุทธรูปศิลาแลง ปางป่าเลไลยก์ เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่วัด สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยา 
  • อุโบสถเก่า สร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยา มีลักษณะเป็นอาคารไม้สักทอง ภายในประดิษฐานพระประธาน “หลวงพ่อเพชร”
  • วิหารหลวงพ่อเหม สร้างในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ภายในประดิษฐาน “หลวงพ่อเหม” พระพุทธรูปปางมารวิชัย
  • ศาลาการเปรียญ สร้างในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ เป็นอาคารไม้สักทอง 2 ชั้น
  • กุฏิสงฆ์ สร้างในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ เป็นอาคารไม้สักทอง
การเดินทาง
  • รถยนต์ส่วนตัว ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 338 (นครปฐม-นครชัยศรี) เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 3234 ประมาณ 3 กิโลเมตร วัดจะอยู่ทางซ้ายมือ
เวลาทำการ
  • ทุกวัน เวลา 08.00-17.00 น.

เกร็ดความรู้

  • ไฮไลท์สิ่งศักดิ์สิทธิ์: เข้ากราบพระประธานใน "พระอุโบสถศิลาแลง" ที่สร้างขึ้นโดยได้รับแรงบันดาลใจจากปราสาทขอมโบราณ ตัวอาคารก่อด้วยอิฐและศิลาแลงสีน้ำตาลส้ม ดูขรึมขลัง ทรงคุณค่า ยามแสงแดดสาดส่องจะเกิดมิติแสงเงาที่งดงามราวกับย้อนเวลากลับไปนับพันปี
  • รายละเอียดเชิงช่าง: ภายในวัดประดับประดาด้วยงานไม้แกะสลักฉลุลวดลายพระพุทธประวัติอย่างละเอียดประณีต สวนหย่อมรอบวัดถูกจัดแต่งสไตล์เซนผสมผสานป่าโบราณ มอบสุนทรียภาพแห่งความสงบและการทำสมาธิ เป็นพิกัดถ่ายภาพเชิงสถาปัตยกรรมที่นักเดินทางระดับเลอค่าพากันชื่นชม

7. วัดศรีมหาโพธิ์

วัดศรีมหาโพธิ์ หรือที่รู้จักกันในนามวัดพระศรีมหาโพธิ์ เป็นวัดเก่าแก่ ตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพมหานคร ประเทศไทย เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางไสยาสน์ หรือพระนอน ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
วัดนี้สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เดิมชื่อวัดบางยี่เรือ ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็นวัดศรีมหาโพธิ์ เมื่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 โปรดเกล้าฯ ให้บูรณะวัดใหม่

วัดศรีมหาโพธิ์ มีความโดดเด่นและสวยงามด้วยสถาปัตยกรรมไทยโบราณ ประกอบด้วย พระอุโบสถ วิหาร พระเจดีย์ และพระมหาธาตุเจดีย์ ซึ่งเป็นเจดีย์ทรงระฆังคว่ำขนาดใหญ่ ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า

นอกจากนี้ ยังมีสิ่งที่น่าสนใจอื่นๆ ภายในวัดอีกมากมาย เช่น หอไตร หอระฆัง ศาลาการเปรียญ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป์

เกร็ดความรู้

  • ไฮไลท์สิ่งศักดิ์สิทธิ์: เข้ากราบนมัสการ "หลวงพ่อแดง" พระพุทธรูปศิลาแลงปางมารวิชัยศิลปะอู่ทองดั้งเดิม ประดิษฐานอยู่ภายในวิหารเก่าแก่ ชาวบ้านนิยมมาขอพรเรื่องความมั่นคงในชีวิต ครอบครัวอยู่เย็นเป็นสุข และการแคล้วคลาดจากภัยอันตราย
  • วิถีพุทธดั้งเดิม: บรรยากาศภายในวัดยังคงรักษาความเรียบง่ายตามขนบธรรมเนียมวิถีพุทธดั้งเดิม มีลานจงกรมและพื้นที่สีเขียวขจี เหมาะสำหรับคณะทัวร์ที่ต้องการความสงบใจและการซึมซับจิตวิญญาณแห่งธรรมะอย่างแท้จริง

8. วัดกลางบางพระ

วัดกลางบางพระ ตั้งอยู่ที่ ต.บางพระ อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม เป็นวัดเก่าแก่ สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นประมาณ พ.ศ. 2326 ในสมัยกรุงธนบุรี เดิมชื่อว่า “วัดบางพระ” ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น “วัดกลางบางพระ”
วัดนี้มีชื่อเสียงโด่งดังจาก หลวงพ่อสมหวัง พระพุทธรูปปางป่าเลไลยก์ หน้าตักกว้าง 9 ศอก สูง 13.5 เมตร สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2538 โดย พระมงคลวุฒาจารย์ (หลวงพ่อวิไล) อดีตเจ้าอาวาส เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ประชาชนเคารพศรัทธา นิยมมากราบไหว้ขอพร

เกร็ดความรู้

  • ไฮไลท์สิ่งศักดิ์สิทธิ์: อธิษฐานขอพรเบื้องหน้าพระบาทของหลวงพ่อสมหวัง ชื่อของท่านมีความหมายตรงตัวคือ "สมความปรารถนาในทุกสิ่ง" ผู้คนนิยมนำ "หัวหมู" และ "ไข่ต้ม" จำนวนนับร้อยนับพันฟองมาแก้บนเมื่อประสบความสำเร็จในธุรกิจการค้า การขายที่ดิน หรือการสอบแข่งขัน
  • พุทธศิลป์รอบทิศ: ด้านล่างฐานพระพุทธรูปเป็นห้องโถงจัดแสดงวัตถุมงคลและภาพวาดลายรดน้ำโบราณ บรรยากาศความยิ่งใหญ่ขององค์พระที่ตั้งตระหง่านท้าทายแสงแดด มอบพลังแห่งความศรัทธาและความมั่นใจแก่ผู้พบเห็นเป็นอย่างยิ่ง

9. วัดบางพระ

วัดบางพระ (Wat Bang Phra) ตั้งอยู่ที่ ตำบลบางแก้วฟ้า อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม เป็นวัดเก่าแก่ สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ประมาณปี พ.ศ. 2220 เดิมชื่อว่า “วัดปากคลองบางพระ”
วัดบางพระมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก จากการเป็นสถานที่สักยันต์เสือเผ่น ของ หลวงพ่อเปิ่น ฐิตคุโณ อดีตเจ้าอาวาสวัดบางพระ ซึ่งเชื่อกันว่ามีพุทธคุณด้านแคล้วคลาดปลอดภัย เมตตามหานิยม และคงกระพันชาตรีสถานที่สำคัญภายในวัดบางพระ
  • พระอุโบสถ ประดิษฐานหลวงพ่อเพชร พระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลาแลงศักดิ์สิทธิ์คู่วัด
  • ศาลาการเปรียญ ประดิษฐานหลวงพ่อเปิ่น ฐิตคุโณ อดีตเจ้าอาวาส
  • กุฏิหลวงพ่อเปิ่น ภายในกุฏิมีการสักยันต์
  • พิพิธภัณฑ์ เก็บรวบรวมวัตถุโบราณ เครื่องใช้ของหลวงพ่อเปิ่น และรูปปั้นทหารเสือ

การเดินทาง
  • รถยนต์ส่วนตัว : ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 3313 (นครชัยศรี-บางเลน)

เกร็ดความรู้

  • ไฮไลท์สิ่งศักดิ์สิทธิ์: เข้ากราบนมัสการ "สรีระสังขารที่ไม่เน่าเปื่อย" ของหลวงพ่อเปิ่น ประดิษฐานอยู่ภายในโลงแก้ว ณ ศาลาอนุสรณ์ เพื่อขอพรบารมีคุ้มครองชะตาชีวิต นอกจากนี้ยังมีรูปปั้นเสือขี่พญาหงส์อันเป็นสัญลักษณ์ของมหาอำนาจและความเจริญรุ่งเรือง
  • ปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรม: วัดบางพระคือหมุดหมายสูงสุดของนักท่องเที่ยวสายมูทั่วโลก โดยเฉพาะกลุ่ม ทัวร์จีน ที่หลั่งไหลกันมาเพื่อทำพิธีลงนะหน้าทอง ลงสาริกาลิ้นทอง หรือรับการประประสิทธิ์ประสาทวิชาสักยันต์พุทธคุณ (เช่น ยันต์ห้าแถว ยันต์เสือเผ่น) จากพระอาจารย์ผู้สืบทอดปฏิญาณโบราณของวัด มอบมิติการปิดทริปที่ขรึมขลัง ทรงพลัง และเปี่ยมด้วยสิริมงคลติดตัวกลับบ้านอย่างสมบูรณ์แบบครับ

คู่มือข้อมูลจำเพาะและการเตรียมตัวเดินทาง (One Day Trip Specifications)

หัวข้อและข้อมูลจำเพาะ รายละเอียดและข้อกำหนดพุทธสถาน คำแนะนำพิเศษจาก Sanook Holiday
การแต่งกายเข้าวัด ชุดสุภาพ เรียบร้อย กางเกงหรือกระโปรงยาวคลุมเข่า เสื้อมีแขน ไม่รัดรูปหรือโปร่งแสง แนะนำให้สวมเสื้อผ้าโทนสีอ่อนหรือสีขาวที่ระบายอากาศได้ดี เนื่องจากสภาพอากาศกลางแจ้งของไทยค่อนข้างร้อน และควรเลือกรองเท้าที่ถอดเข้า-ออกได้สะดวกครับ
เวลาเปิด-ปิดของแต่ละวัด โดยทั่วไปเปิดบริการตั้งแต่เวลา 08:00 - 17:00 น.
(บางวัดที่มีพิธีกรรมอาจขยายเวลา)
ทริปดีไซเนอร์ของเราได้จัดสรรตารางเวลาแบบ Fast Track และจองคิวพิธีกรรมล่วงหน้ากับทางวัดไว้ให้คณะของท่านเรียบร้อยแล้ว เดินทางครบ 9 วัดราบรื่น ไม่เร่งรีบแน่นอนครับ
เครื่องสักการะและของแก้บน แต่ละวัดมีจุดบริการดอกไม้ ธูปเทียน ข้าวสาร และเครื่องบูชาเทพเจ้าเฉพาะทาง (เช่น ของดำ 8 อย่างที่วัดศีรษะทอง) ทีมงานของ Sanook Holiday จัดเตรียมชุดเครื่องของถวายและชุดสังฆทานพรีเมียมไว้บริการทุกท่านบนรถบัสตามจุดไฮไลท์สำคัญ สะดวกสบาย ไม่ต้องเดินหาซื้อเองให้วุ่นวายครับ

ติดต่อจองทริปทัวร์ทำบุญพรีเมียมไปกับ Sanook Holiday

พร้อมหรือยังครับที่จะออกไปรับพลังบุญหนุนนำดวงชะตา เสริมความมั่งคั่งร่ำรวย และบันทึกภาพความทรงจำยามทำบุญที่ดีที่สุดในชีวิต ติดต่อวางแผนการเดินทางล่วงหน้าวันนี้เพื่อมอบรางวัลชีวิตที่ดีที่สุดให้กับตัวคุณและคนที่คุณรัก

  • โทรศัพท์ (สอบถามโปรแกรมและราคา):
    • 086-351-5437 (คุณโอ๊ด)
    • 065-086-3888 (คุณทราย)
    • 093-095-2888 (คุณแตงกวา)
  • Line ID: @sanookholiday
  • Website: https://www.sanookholidays.com

Sanook Holiday – เพราะความสุขของการท่องเที่ยว คือการได้ไปในที่ที่อยากไป กับคนที่ดูแลคุณอย่างเข้าใจ

เริ่มต้นวางแผนเดินทางทำบุญหรือจัดกรุ๊ป ทัวร์จีน เพื่อสัมผัสสุนทรีย์และจิตวิญญาณอันล้ำค่าเหนือกาลเวลากับเราวันนี้ แล้วคุณจะพบว่า... มหากาพย์แห่งความศรัทธาและความเป็นสิริมงคลกำลังเปิดประตูรอต้อนรับคุณอยู่ภายนอกหน้าจอคอมพิวเตอร์ครับ!

จำนวนผู้เข้าชม 11 ครั้ง