
01
Apr
จีน
เที่ยวชิงไห่ 2026 ปักหมุด 8 ไฮไลท์ห้ามพลาด
ตะลุย "ชิงไห่" ดินแดนแห่งทะเลสาบสีครามและมนต์เสน่ห์แห่งหลังคาโลก
หากคุณกำลังมองหาเส้นทางเที่ยวจีนที่ให้ความรู้สึกแตกต่าง "มณฑลชิงไห่" (Qinghai) คือคำตอบที่ใช่ที่สุดครับ ด้วยภูมิประเทศที่ตั้งอยู่บนที่ราบสูงชิงไห่-ทิเบต ทำให้ที่นี่มีอากาศเย็นสบายตลอดปีและมีทัศนียภาพที่สวยจนเหมือนหลุดออกมาจากภาพวาด วันนี้เราจะพาทุกคนไปส่อง 8 พิกัดไฮไลท์ที่ถ้าไม่ไปถือว่ามาไม่ถึงชิงไห่!
1. ทะเลสาบชิงไห่ (Qinghai Lake): ทะเลสีครามบนยอดเขา
เริ่มต้นด้วยอัญมณีเม็ดงามที่เป็นชื่อมณฑล ทะเลสาบน้ำเค็มที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีน น้ำในทะเลสาบมีสีฟ้าเข้มตัดกับขอบฟ้า ยิ่งถ้ามาในช่วงฤดูร้อน (ก.ค. - ส.ค.) คุณจะได้เห็นภาพทุ่งดอกไม้สีเหลืองบานสะพรั่งริมชายฝั่ง เป็นจุดเช็คอินที่สวยระดับ 10 เต็ม 10

ทะเลสาบชิงไห่ (Qinghai Lake)
2. ทะเลสาบเกลือชาข่า (Chaka Salt Lake): กระจกแห่งท้องฟ้า
ที่นี่คือ "Salar de Uyuni" แห่งเอเชีย พื้นผิวทะเลสาบปกคลุมด้วยเกลือสีขาวบริสุทธิ์และน้ำตื้นๆ ที่สะท้อนภาพท้องฟ้าได้อย่างสมบูรณ์แบบ แนะนำให้เตรียมชุดสีสดๆ ไปถ่ายรูป รับรองว่าได้ยอดไลก์ถล่มทลายแน่นอน

ทะเลสาบเกลือชาข่า (Chaka Salt Lake)
3. ทะเลสาบมรกต (Emerald Lake / Da Qaidam): มหัศจรรย์สีอัญมณี
หลบจากความวุ่นวายมาที่ทะเลสาบเกลืออีกแห่งที่มีสีเขียวมรกตไล่เฉดอย่างน่าอัศจรรย์ สีของน้ำที่นี่เกิดจากแร่ธาตุที่เข้มข้น ทำให้เกิดเป็นแอ่งน้ำน้อยใหญ่ที่มีสีเขียวใสราวกระจก ท่ามกลางฉากหลังที่เป็นภูเขาหิมะ

ทะเลสาบมรกต (Emerald Lake / Da Qaidam)
4. วัดกุมบุม (Kumbum Monastery): ศูนย์รวมศรัทธาชาวทิเบต
หรือที่รู้จักในชื่อ "วัดถาเอ่อร์" (Ta'er Temple) เป็น 1 ใน 6 อารามที่สำคัญที่สุดของนิกายเกลุกปา ความโดดเด่นอยู่ที่สถาปัตยกรรมผสมผสานระหว่างจีนและทิเบต รวมถึงงานแกะสลักเนยจามรีและภาพเขียนสีที่วิจิตรบรรจงจนคุณต้องทึ่ง

วัดกุมบุม (Kumbum Monastery)
5. ทุ่งดอกมัสตาร์ดเหมินหยวน (Menyuan Rape Flower): พรมสีทองสุดลูกหูลูกตา
ในช่วงเดือนกรกฎาคม พื้นที่แถวเหมินหยวนจะเปลี่ยนเป็นทะเลดอกไม้สีเหลืองทองขนาดมหึมาที่แผ่ขยายไปตามหุบเขา เป็นภาพทัศนียภาพทางเกษตรกรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของจีนเลยทีเดียว

ทุ่งดอกมัสตาร์ดเหมินหยวน (Menyuan Rape Flower)
6. ภูเขาจั่วเอ๋อร์ (Zhuo'er Mountain): จุดชมวิวพาราโนมา
ถ้าอยากเห็นวิวชิงไห่แบบ 360 องศา ต้องขึ้นมาที่นี่ครับ ภูเขาจั่วเอ๋อร์เป็นภูเขาหินทรายสีแดง (Danxia Landform) ที่ตัดกับทุ่งหญ้าสีเขียวและยอดเขาหิมะดิ่งจือ มองลงไปเห็นหมู่บ้านและแม่น้ำที่ไหลพาดผ่าน เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นและตกที่โรแมนติกสุดๆ

ภูเขาจั่วเอ๋อร์ (Zhuo'er Mountain)
7. พิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมทิเบตชิงไห่ (Qinghai Tibetan Culture Museum)
สายประวัติศาสตร์ต้องแวะ! ที่นี่รวบรวมเรื่องราววิถีชีวิต ศิลปะ และการแพทย์ของชาวทิเบตไว้ครบถ้วน ไฮไลท์คือ "ภาพทังกา" (Thangka) ที่ยาวที่สุดในโลก ซึ่งใช้เวลาเขียนนานหลายปีกว่าจะเสร็จ รายละเอียดในภาพนั้นละเอียดอ่อนจนน่าขนลุก

พิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมทิเบตชิงไห่ (Qinghai Tibetan Culture Museum)
8. เขตสงวนธรรมชาติโฮ่วซีหลี่ (Hoh Xil Nature Reserve): ดินแดนสัตว์ป่าลี้ลับ
ปิดท้ายสำหรับสายลุย มุ่งหน้าสู่มรดกโลกทางธรรมชาติที่อยู่สูงและหนาวเย็น ที่นี่คือบ้านของ "ละมั่งทิเบต" และสัตว์ป่าหาโอกาศดูยากท่ามกลางภูมิประเทศที่เป็นกึ่งทะเลทรายและภูเขาสูง เป็นความงามที่ดูดิบเถื่อนและบริสุทธิ์อย่างแท้จริง
เกร็ดความรู้
Tip สำหรับการเดินทาง: เนื่องจากชิงไห่อยู่บนพื้นที่สูง (3,000 เมตรขึ้นไป) อย่าลืมพักผ่อนให้เพียงพอ เตรียมยาแก้แพ้ความสูง และพกครีมกันแดดไปด้วย เพราะแดดที่นี่แรงแต่ลมหนาวสดชื่นมากครับ!

เขตสงวนธรรมชาติโฮ่วซีหลี่ (Hoh Xil Nature Reserve)
แชร์บทความนี้เก็บไว้เป็นแรงบันดาลใจในการวางแผนเที่ยวจีน!
