Black Ribbon Top Right

เวลาทำการ

จันทร์-ศุกร์ :

09.00 - 18.00 น.

เราช่วยคุณได้

@sanookholiday

Travel License : 11/06310

หน้าแรก

/

บทความท่องเที่ยว

/

จัตุรัสซานมาร์โค (St. Mark's Square) 2026 หัวใจสถาปัตยกรรมแห่งเวนิส

จัตุรัสซานมาร์โค (St. Mark's Square) 2026 หัวใจสถาปัตยกรรมแห่งเวนิส

24

Jun

อิตาลี

จัตุรัสซานมาร์โค (St. Mark's Square) 2026 หัวใจสถาปัตยกรรมแห่งเวนิส

ลองจินตนาการถึงวินาทีที่ท่านก้าวพ้นจากตรอกซอกซอยอันคดเคี้ยวของเกาะเวนิส หรือก้าวลงจากเรือหางยาวกอนโดลา ลำหรู แล้วสายตาของท่านได้ปะทะกับลานหินกว้างใหญ่ไพศาลที่โอบล้อมด้วยสถาปัตยกรรมหินอ่อนหลากสีสัน ยอดโดมทรงหัวหอมสไตล์ไบแซนไทน์ที่เปล่งประกายสีทองยามต้องแสงแดด และฝูงนกพิราบที่บินว่อนผ่านหอระฆังสูงเสียดฟ้า เสียงเพลงคลาสสิกจากวงออร์เคสตราขนาดเล็กแว่วมาจากคาเฟ่เก่าแก่ที่มีอายุหลายร้อยปี การเดินทางมา ทัวร์อิตาลี เพื่อปักหมุดเช็คอินที่ "จัตุรัสซานมาร์โค" (St. Mark’s Square หรือ Piazza San Marco ในภาษาอิตาลี) คือจุดสูงสุดแห่งประสบการณ์ลักชัวรีที่นักเดินทางทั่วโลกต่างปรารถนามาเยือนสักครั้งในชีวิตครับ

นโปเลียน โบนาปาร์ต จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่แห่งฝรั่งเศส เคยกล่าวยกย่องจัตุรัสแห่งนี้ไว้ว่าเป็น "The Drawing Room of Europe" หรือห้องรับแขกที่สวยที่สุดในทวีปยุโรป ซึ่งคำกล่าวนี้ไม่ได้เกินจริงเลยแม้แต่น้อย เพราะนับตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 9 เป็นต้นมา ลานกว้างรูปทรงคางหมูแห่งนี้ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงศูนย์กลางการค้าหรือพื้นที่สาธารณะทั่วไป แต่เป็น "เวทีจัดแสดงอำนาจ" ความร่ำรวยขีดสุด และรสนิยมทางศิลปะอันประณีตของสาธารณรัฐเวนิส (The Republic of Venice) ในยุคที่ควบคุมเส้นทางการค้าทางทะเลระหว่างโลกตะวันตกและตะวันออก ในบทความเจาะลึกฉบับมหากาพย์นี้ ทริปดีไซเนอร์ของ Sanook Holiday จะพาทุกท่านไปสำรวจทุกซอกทุกมุม ประวัติศาสตร์เบื้องลึก จุดถ่ายภาพมุมสูงระดับไอคอนิก และคู่มือเตรียมตัวเดินทางฉบับสมบูรณ์ประจำปี 2026 เพื่อให้การเดินทางท่องเที่ยวของท่านทรงคุณค่าและน่าประทับใจที่สุด

ประวัติศาสตร์และรอยจารึก: จากลานสวนมะกอกสู่ศูนย์กลางอำนาจแห่งคาบสมุทรเมดิเตอร์เรเนียน

ย้อนกลับไปในอดีตช่วงก่อนคริสต์ศตวรรษที่ 9 พื้นที่ที่เป็นจัตุรัสซานมาร์โคในปัจจุบันเคยเป็นเพียงลานสวนหญ้าและสวนมะกอกขนาดเล็กที่ถูกตัดผ่านด้วยลำคลอง (Rio Batario) และมีโบสถ์ขนาดเล็กตั้งอยู่สองแห่ง จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่พลิกโฉมประวัติศาสตร์ของเวนิสเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 828 เมื่อพ่อค้าชาวเวเนเชียนสองคนได้ลักลอบนำพระศพของ นักบุญมาร์ก (St. Mark ผู้เขียนคัมภีร์พระวรสาร) หนีออกจากเมืองอเล็กซานเดรีย ประเทศอียิปต์ โดยซ่อนไว้ใต้ถังเนื้อหมูเพื่อตบตาทหารกองทัพมุสลิม

เมื่อพระศพมาถึงเวนิส ท่านดยุกหรือ "ดอจ" (Doge) ผู้ปกครองเวนิสในขณะนั้น จึงได้สั่งให้สร้างโบสถ์หลวงขึ้นเพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระศพอันศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งก็คือจุดเริ่มต้นของมหาวิหารซานมาร์โค จากนั้นลานกว้างด้านหน้าโบสถ์จึงถูกขยายพื้นที่ มีการถมคลองเดิม และปรับปรุงพื้นผิวปูด้วยอิฐแดงสลับหินภูเขาไฟสีเทา (Trachite) ในลวดลายเรขาคณิตที่ออกแบบโดยสถาปนิก อันเดรีย ติราลี (Andrea Tirali) เพื่อให้กลายเป็นพื้นที่รองรับพิธีกรรมทางศาสนา การต้อนรับคณะทูตานุทูตจากต่างแดน และการเฉลิมฉลองเทศกาลคาร์นิวาลอันลือชื่อ จัตุรัสนี้จึงเติบโตขึ้นพร้อมกับอำนาจเงินตราจากกองทัพเรือเวเนเชียนที่ครองความเป็นใหญ่ในน่านน้ำเมดิเตอร์เรเนียนนานนับศตวรรษ

เจาะลึกพิกัดแลนด์มาร์กและสิ่งมหัศจรรย์รอบจัตุรัสที่ห้ามพลาด

การเดินทอดน่องในจัตุรัสซานมาร์โคเปรียบเสมือนการเดินเปิดอ่านหนังสือประวัติศาสตร์ศิลปะระดับโลก ทริปดีไซเนอร์ของ Sanook Holiday ได้คัดสรร 6 พิกัดมรดกโลกที่ท่านต้องไปสัมผัสด้วยตาตนเองดังนี้ครับ:

1. มหาวิหารซานมาร์โค (St. Mark's Basilica / Basilica di San Marco)

  • ไฮไลท์: มหาวิหารที่ได้รับฉายาว่า "โบสถ์ทองคำ" (Chiesa d'Oro) เนื่องจากภายในมีการประดับประดาด้วยภาพโมเสกแก้วเคลือบทองคำเปลวเนื้อละเอียดบนพื้นที่รวมกว่า 8,000 ตารางเมตร สถาปัตยกรรมเป็นสไตล์ไบแซนไทน์ผสมผสานเรอเนสซองส์ โดดเด่นด้วยหลังคาทรงโดม 5 ยอด และมุขทางเข้าที่มีลวดลายแกะสลักหินอ่อนอันวิจิตร บนดาดฟ้าด้านหน้ามีรูปปั้นสำริดของม้าสี่ตัว (The Horses of St. Mark) ซึ่งเป็นสมบัติล้ำค่าที่กองทัพเวนิสปล้นมาจากกรุงคอนสแตนตินเปิลในช่วงสงครามครูเสดครั้งที่ 4

2. พระราชวังดอจ (Doge's Palace / Palazzo Ducale)

  • ไฮไลท์: วังหลวงริมน้ำที่ประทับของประมุขแห่งสาธารณรัฐเวนิส ตัวอาคารภายนอกคือสุดยอดตัวอย่างของสถาปัตยกรรมสไตล์เวเนเชียนกอทิก (Venetian Gothic) ที่ผสมผสานความอ่อนช้อยของลวดลายฉลุหินอ่อนสีชมพูขาวราวกับลูกไม้ ตัวอาคารชั้นล่างเป็นแนวเสาโค้งเปิดโล่งเพื่อแสดงถึงความเปิดกว้างของรัฐบาล ภายในประกอบด้วยห้องโถงขนาดใหญ่ยักษ์ที่ตกแต่งด้วยภาพเขียนสีน้ำมันของศิลปินเอกอย่าง ตินโตเรตโต (Tintoretto) และเวโรเนเซ (Veronese) พร้อมทางเดินเชื่อมไปยัง "สะพานถอนหายใจ" (Bridge of Sighs) อันโด่งดัง

3. หอระฆังซานมาร์โค (St. Mark's Campanile / Campanile di San Marco)

  • ไฮไลท์: หอคอยอิฐสีแดงส้มความสูง 98.6 เมตร ตั้งตระหง่านอยู่มุมจัตุรัส ทำหน้าที่เป็นทั้งประภาคารนำทางเรือในอดีตและหอระฆังประจำเมือง หอคอยแห่งนี้เคยพังทลายลงมาทั้งต้นในปี ค.ศ. 1902 ก่อนที่ชาวเมืองจะร่วมใจกันสร้างขึ้นใหม่ใหม่อย่างถอดแบบเดิมทุกประการเสร็จสิ้นในปี ค.ศ. 1912 ด้านบนมีลิฟต์บริการสำหรับนำนักเดินทางขึ้นไปชมวิวทัศนียภาพเกาะเวนิสและผืนน้ำลากูนสีครามได้แบบ 360 องศา ซึ่งเป็นจุดถ่ายภาพพาโนรามาที่สวยที่สุด

4. อาคารโพรคูราตี (Procuratie Vecchie, Nuove & Nuovissima)

  • ไฮไลท์: แนวอาคารสถาปัตยกรรมคลาสสิกขนาดยาวสามด้านที่ล้อมรอบลานจัตุรัส ในอดีตเคยเป็นสำนักงานและที่พำนักของข้าราชการชั้นผู้ใหญ่แห่งเวนิส โดดเด่นด้วยซุ้มประตูโค้ง (Arcades) ที่ทอดยาวต่อเนื่องกันอย่างสมมาตร ปัจจุบันพื้นที่ชั้นล่างของอาคารเหล่านี้กลายเป็นที่ตั้งของร้านค้าแบรนด์เนมระดับโลก พิพิธภัณฑ์โครเรร (Correr Museum) และร้านกาแฟประวัติศาสตร์

5. คาเฟ่ ฟลอเรียน (Caffè Florian)

  • ไฮไลท์: ร้านกาแฟที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศอิตาลีและในโลก เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1720 ตั้งอยู่ใต้ซุ้มอาคาร Procuratie Nuove ร้านนี้เคยต้อนรับบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์มากมาย เช่น คาสซาโนวา (Casanova), ลอร์ด ไบรอน (Lord Byron) และ ชาร์ลส์ ดิกเกนส์ (Charles Dickens) การได้นั่งเก้าอี้ไม้บุกำมะหยี่สีแดงภายในห้องกระจกที่ตกแต่งด้วยจิตรกรรมฝาผนังโบราณ พร้อมจิบช็อกโกแลตร้อนสูตรเข้มข้น ฟังวงดนตรีเล่นสดกลางแจ้ง คือที่สุดแห่งสุนทรียภาพระดับ VIP

6. หอนาฬิกาแห่งซานมาร์โค (St. Mark's Clocktower / Torre dell'Orologio)

  • ไฮไลท์: หอนาฬิกาสไตล์เรอเนสซองส์ที่สร้างขึ้นในปลายคริสต์ศตวรรษที่ 15 หน้าปัดนาฬิกาสีน้ำเงินเข้มขอบทองคำระยิบระยับ แสดงข้อมูลทั้งเวลา ข้างขึ้นข้างแรม และตำแหน่งของจักรราศี ด้านบนสุดมีรูปปั้นสำริดของยักษ์สองตน (The Moors) ทำหน้าที่ถือค้อนเหวี่ยงตีระฆังบอกเวลาทุกๆ ชั่วโมง ใต้ลงมามีสัญลักษณ์สิงโตมีปีก (Lion of St. Mark) ซึ่งเป็นสัตว์ผู้พิทักษ์และสัญลักษณ์ประจำเมืองเวนิส

ข้อมูลจำเพาะและคู่มือเดินทาง จัตุรัสซานมาร์โค

หัวข้อและข้อมูลสำคัญ รายละเอียดอัปเดตปี 2026 Premium Tip โดย Sanook Holiday
กฎระเบียบและข้อห้ามประจำจัตุรัส ห้ามนั่งรับประทานอาหาร/ดื่มเครื่องดื่มบนพื้นจัตุรัสหรือบันไดโบราณ และห้ามให้อาหารนกพิราบโดยเด็ดขาด (มีโทษปรับสูง) หากต้องการทานขนมหรือแซนด์วิช แนะนำให้รับประทานให้เสร็จสิ้นก่อนเข้าเขตจัตุรัส หรือเลือกใช้บริการร้านอาหารริมทางเพื่อความสุภาพครับ
ปรากฏการณ์น้ำหนุน (Acqua Alta) มักเกิดขึ้นในช่วงฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว (ตุลาคม - มกราคม) ระดับน้ำในลากูนจะเอ่อขึ้นมาท่วมพื้นลานจัตุรัสบางส่วนประมาณ 2-3 ชั่วโมง เมืองเวนิสมีระบบแผงกั้นน้ำ MOSE คอยควบคุม แต่หากมีน้ำหนุนเล็กน้อย ทางเมืองจะจัดทำทางเดินสะพานไม้ (Wooden Catwalks) ยกระดับไว้ คณะทัวร์ของเราพร้อมดูแลจัดเตรียมข้อมูลให้ท่านเดินทางได้อย่างราบรื่น
ระบบตั๋วเข้าชมมหาวิหาร ปี 2026 การเข้าชมภายในมหาวิหารซานมาร์โคจำเป็นต้องมีการจองตั๋วระบุเวลาล่วงหน้าเพื่อจำกัดความแออัดของนักท่องเที่ยว ท่านไม่ต้องกังวลเรื่องการต่อแถวยาวเหยียด ทริปทัวร์ระดับพรีเมียมของ Sanook Holiday ได้จัดการจองตั๋วแบบ Fast Track ทางด่วนพิเศษไว้ให้คณะเรียบร้อยแล้วครับ
เวลาที่แนะนำเพื่อเลี่ยงฝูงชน ช่วงเช้าตรู่ (ก่อน 09:00 น.) และช่วงค่ำหลังพระอาทิตย์ตกดิน (หลัง 20:00 น.) ช่วงค่ำบรรยากาศในจัตุรัสจะโรแมนติกมาก แสงไฟสีนวลจะเปิดสาดส่องสถาปัตยกรรม แนะนำให้เดินเล่นถ่ายรูปเงาสะท้อนบนพื้นหินอ่อน

ติดต่อจองทริปทัวร์อิตาลีพรีเมียม ไปเยือนจัตุรัสซานมาร์โค กับ Sanook Holiday

หากท่านพร้อมแล้วที่จะก้าวเข้าสู่ "ห้องรับแขกที่สวยที่สุดในยุโรป" สัมผัสความอลังการของภาพโมเสกทองคำพันปี และล่องเรือกอนโดลาผ่านสะพานแห่งความทรงจำ ติดต่อทริปดีไซเนอร์ของเราวันนี้เพื่อสำรองที่นั่งในเอ็กซ์คลูซีฟโปรแกรมประจำปี 2026

  • โทรศัพท์ (สอบถามโปรแกรมและราคา):
    • 086-351-5437 (คุณโอ๊ด)
    • 065-086-3888 (คุณทราย)
    • 093-095-2888 (คุณแตงกวา)
  • Line ID: @sanookholiday
  • Website: https://www.sanookholidays.com

Sanook Holiday – เพราะความสุขของการท่องเที่ยว คือการได้ไปในที่ที่อยากไป กับคนที่ดูแลคุณอย่างเข้าใจ

เริ่มต้นวางแผน ทัวร์อิตาลี และทริปยุโรปในฝันร่วมกับเราวันนี้ แล้วท่านจะพบว่า... มนตราความโรแมนติกเหนือกาลเวลาของจัตุรัสซานมาร์โคแห่งเวนิส กำลังรอคอยให้ท่านไปสัมผัสด้วยตาตนเองอยู่อย่างสง่างามครับ!

จำนวนผู้เข้าชม 7 ครั้ง