
17
Jul
ญี่ปุ่น
มประตูสีแดง ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ (Fushimi Inari Shrine) แลนด์มาร์กแห่งเกียวโต สัญลักษณ์แห่งความศรัทธา
หากพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่นที่สามารถจดจำได้ทันทีจากภาพถ่าย หนึ่งในสถานที่ที่หลายคนนึกถึงคงหนีไม่พ้น ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ (Fushimi Inari Shrine) แห่งเมืองเกียวโต สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่โดดเด่นด้วยแนว เสาโทริอิสีแดงนับพันต้น ซึ่งทอดยาวขึ้นไปบนภูเขาอินาริ
ภาพของนักท่องเที่ยวเดินผ่านอุโมงค์ซุ้มประตูสีแดงสดที่เรียงต่อกันอย่างงดงาม กลายเป็นหนึ่งในภาพจำของประเทศญี่ปุ่น และเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ศาลเจ้าแห่งนี้ติดอันดับสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในโปรแกรม ทัวร์ญี่ปุ่น จากทั่วโลก
ไม่เพียงแต่ความสวยงามทางสถาปัตยกรรมเท่านั้น แต่ฟูชิมิอินาริยังเป็นสถานที่ที่สะท้อนความเชื่อ วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ของชาวญี่ปุ่นมายาวนานกว่า 1,300 ปี ทำให้นักท่องเที่ยวที่มาเยือนจะไม่ได้เพียงแค่ถ่ายภาพสวย ๆ แต่ยังได้สัมผัสบรรยากาศแห่งความศรัทธาที่หาได้ยากจากที่อื่น
รู้จักศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ (Fushimi Inari Shrine)
ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ หรือชื่อภาษาญี่ปุ่นว่า 伏見稲荷大社 (Fushimi Inari Taisha) ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น เป็นหนึ่งในศาลเจ้าชินโตที่มีชื่อเสียงที่สุดของประเทศ และเป็นศาลเจ้าหลักของศาลเจ้าอินาริกว่า 30,000 แห่งทั่วญี่ปุ่น
ศาลเจ้าแห่งนี้สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 711 ก่อนที่จะย้ายมายังพื้นที่ปัจจุบันบริเวณภูเขาอินาริในปี ค.ศ. 816 โดยมีความเกี่ยวข้องกับเทพอินาริ (Inari Okami) ซึ่งเป็นเทพเจ้าที่ชาวญี่ปุ่นให้ความเคารพในฐานะเทพแห่งการเกษตร ข้าว ความอุดมสมบูรณ์ การค้า และความเจริญรุ่งเรือง
ด้วยความเชื่อที่ว่าเทพอินาริสามารถนำพาความสำเร็จและความมั่งคั่งมาให้ ศาลเจ้าแห่งนี้จึงได้รับความนิยมอย่างมากจากนักธุรกิจ ร้านค้า และผู้ประกอบการที่เดินทางมาสักการะเพื่อขอพรด้านการงานและธุรกิจ
ความหมายของซุ้มประตูสีแดง (เสาโทริอิ) แห่งฟูชิมิอินาริ
จุดเด่นที่สุดของศาลเจ้าฟูชิมิอินาริคือ เสาโทริอิสีแดงจำนวนมาก ที่ตั้งเรียงต่อกันเป็นทางเดินยาวขึ้นสู่ภูเขาอินาริ โดยมีชื่อเรียกว่า Senbon Torii (千本鳥居) ซึ่งแปลว่า “เสาโทริอิพันต้น”
คำว่า “โทริอิ” หมายถึงประตูศักดิ์สิทธิ์ในศาสนาชินโต เป็นสัญลักษณ์แบ่งเขตระหว่างโลกมนุษย์กับพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ เมื่อเดินผ่านประตูโทริอิจึงเปรียบเสมือนการเข้าสู่ดินแดนของเทพเจ้า
สีแดงหรือสีส้มสดของเสาโทริอิในญี่ปุ่นมีความหมายเกี่ยวข้องกับการปกป้องสิ่งชั่วร้าย และเชื่อกันว่าเป็นสีแห่งพลัง ความโชคดี และความศักดิ์สิทธิ์
| สัญลักษณ์ | ความหมาย |
|---|---|
| เสาโทริอิสีแดง | ประตูเชื่อมระหว่างโลกมนุษย์และพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ |
| เทพอินาริ | เทพแห่งการเกษตร การค้า และความมั่งคั่ง |
| รูปปั้นสุนัขจิ้งจอก | ตัวแทนผู้ส่งสารของเทพอินาริ |
| การถวายเสาโทริอิ | การแสดงความขอบคุณและขอพรให้ธุรกิจรุ่งเรือง |

ตำนานสุนัขจิ้งจอก ผู้ส่งสารของเทพอินาริ
เมื่อเดินภายในศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ นักท่องเที่ยวจะพบกับรูปปั้นสุนัขจิ้งจอกจำนวนมาก ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์สำคัญของศาลเจ้าแห่งนี้
ตามความเชื่อของศาสนาชินโต สุนัขจิ้งจอก หรือ “คิตสึเนะ (Kitsune)” ไม่ใช่เทพเจ้าโดยตรง แต่เป็นผู้ส่งสารของเทพอินาริ ทำหน้าที่นำคำอธิษฐานของมนุษย์ไปถึงเทพเจ้า
รูปปั้นสุนัขจิ้งจอกบางตัวจะคาบสิ่งของต่าง ๆ เช่น กุญแจ ข้าว หรือม้วนคัมภีร์ ซึ่งแต่ละสิ่งมีความหมายแตกต่างกัน เช่น ความมั่งคั่ง ความรู้ และความอุดมสมบูรณ์
ทำไมศาลเจ้าฟูชิมิอินาริถึงเป็นไฮไลท์ของทัวร์ญี่ปุ่น?
สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังภูมิภาคคันไซ โดยเฉพาะเมืองเกียวโต ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริถือเป็นสถานที่ที่แทบทุกโปรแกรม ทัวร์ญี่ปุ่น ต้องบรรจุไว้ในเส้นทาง
เหตุผลไม่ได้มีเพียงความสวยงามของเสาโทริอิเท่านั้น แต่ยังรวมถึงประสบการณ์ที่นักท่องเที่ยวจะได้รับ ทั้งการเดินผ่านเส้นทางศักดิ์สิทธิ์ การชมสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม และการเรียนรู้วัฒนธรรมความเชื่อของชาวญี่ปุ่น
- เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กที่มีชื่อเสียงที่สุดของเกียวโต
- เหมาะสำหรับถ่ายภาพและเก็บความประทับใจ
- สัมผัสวัฒนธรรมญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม
- สามารถขอพรด้านการงาน การเงิน และความสำเร็จ
- เดินทางสะดวกจากเมืองเกียวโตและโอซาก้า

เส้นทางเดินชมซุ้มประตูสีแดงนับพันต้น (Senbon Torii) แห่งฟูชิมิอินาริ
หนึ่งในประสบการณ์ที่นักท่องเที่ยวทุกคนต้องลองเมื่อมาเยือน ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ (Fushimi Inari Shrine) คือการเดินผ่านอุโมงค์เสาโทริอิสีแดงที่เรียงต่อกันอย่างสวยงาม เส้นทางนี้มีชื่อว่า Senbon Torii (千本鳥居) หรือ “เสาโทริอิพันต้น” ซึ่งเป็นภาพจำที่โด่งดังไปทั่วโลก
เส้นทางเสาโทริอิไม่ได้เป็นเพียงทางเดินสำหรับถ่ายภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นเส้นทางแสวงบุญที่นำไปสู่ยอดเขาอินาริ โดยตลอดทางจะเต็มไปด้วยศาลเจ้าเล็ก ๆ จุดสักการะ และบรรยากาศอันเงียบสงบที่แตกต่างจากบริเวณทางเข้าซึ่งมีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก
เมื่อเดินลึกเข้าไปเรื่อย ๆ นักท่องเที่ยวจะสัมผัสได้ถึงความสงบ เสียงใบไม้ เสียงธรรมชาติ และแสงแดดที่ลอดผ่านช่องว่างของเสาโทริอิ ทำให้เกิดบรรยากาศเหมือนกำลังเดินอยู่ในโลกอีกใบหนึ่ง
เส้นทางขึ้นภูเขาอินาริ ใช้เวลาเดินนานแค่ไหน?
ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริตั้งอยู่บนภูเขาอินาริ ซึ่งมีความสูงประมาณ 233 เมตร เส้นทางเดินทั้งหมดเป็นทางขึ้นเขาที่สามารถเลือกเดินได้ตามความสะดวก ไม่จำเป็นต้องเดินถึงยอดเขาสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป
| จุดหมาย | เวลาเดินโดยประมาณ | รายละเอียด |
|---|---|---|
| ทางเข้า - Senbon Torii | ประมาณ 10-15 นาที | จุดยอดนิยมสำหรับถ่ายภาพเสาโทริอิสีแดง |
| ศาลเจ้า Yotsutsuji | ประมาณ 45-60 นาที | จุดชมวิวเมืองเกียวโตที่สวยมาก |
| ยอดเขาอินาริ | ประมาณ 2-3 ชั่วโมงไปกลับ | เส้นทางแสวงบุญเต็มรูปแบบ |
สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางกับ ทัวร์ญี่ปุ่น ส่วนใหญ่จะใช้เวลาในบริเวณเสาโทริอิช่วงแรก เนื่องจากเป็นจุดที่สวยที่สุดและเหมาะกับการถ่ายภาพ รวมถึงมีเวลาเพียงพอสำหรับเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวอื่นในเกียวโต

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเที่ยวศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ
ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริสามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี แต่บรรยากาศในแต่ละฤดูกาลจะมีเสน่ห์แตกต่างกันออกไป
| ฤดูกาล | ช่วงเวลา | ความสวยงามและบรรยากาศ |
|---|---|---|
| ฤดูใบไม้ผลิ | มีนาคม - เมษายน | อากาศเย็นสบาย มีดอกซากุระในพื้นที่ใกล้เคียง |
| ฤดูร้อน | มิถุนายน - สิงหาคม | ต้นไม้เขียวชอุ่ม บรรยากาศสดชื่น |
| ฤดูใบไม้ร่วง | ตุลาคม - พฤศจิกายน | ใบไม้เปลี่ยนสีสวยงาม ตัดกับเสาโทริอิสีแดง |
| ฤดูหนาว | ธันวาคม - กุมภาพันธ์ | บรรยากาศสงบ นักท่องเที่ยวน้อย เหมาะกับการถ่ายภาพ |

เคล็ดลับถ่ายภาพซุ้มประตูสีแดงให้สวย
ด้วยความโดดเด่นของเสาโทริอิสีแดง ทำให้ฟูชิมิอินาริเป็นหนึ่งในสถานที่ยอดนิยมของสายถ่ายภาพ แต่เนื่องจากเป็นสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดัง การเลือกช่วงเวลาจึงมีผลอย่างมาก
- ควรมาในช่วงเช้าตรู่ เพื่อหลีกเลี่ยงนักท่องเที่ยวจำนวนมาก
- ช่วงเย็นก่อนพระอาทิตย์ตก แสงจะช่วยเพิ่มความอบอุ่นให้ภาพ
- ใช้มุมมองจากแนวเสาโทริอิ เพื่อสร้างภาพแบบอุโมงค์ยาว
- ถ่ายภาพจากด้านข้างเพื่อให้เห็นความต่อเนื่องของเสา
- ช่วงใบไม้เปลี่ยนสีจะได้ภาพที่มีสีสันสวยงามเป็นพิเศษ
วิธีเดินทางไปศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ
หนึ่งในข้อดีของฟูชิมิอินาริคือสามารถเดินทางได้ง่ายจากเมืองเกียวโต เนื่องจากตั้งอยู่ใกล้ระบบรถไฟหลัก ทำให้เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับใส่ในโปรแกรม ทัวร์ญี่ปุ่น
| ต้นทาง | วิธีเดินทาง | เวลาโดยประมาณ |
|---|---|---|
| สถานี Kyoto | รถไฟ JR Nara Line ลงสถานี Inari | ประมาณ 5 นาที |
| สถานี Fushimi Inari | เดินจากสถานีเพียงไม่กี่นาที | ประมาณ 2-3 นาที |
| โอซาก้า | รถไฟมายังเกียวโต แล้วต่อ JR Nara Line | ประมาณ 45-60 นาที |
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ ที่ควรแวะเมื่อมาเที่ยวเกียวโต
การเดินทางมาเที่ยว ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ (Fushimi Inari Shrine) สามารถจัดรวมกับสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญอื่น ๆ ในเมืองเกียวโตได้อย่างลงตัว เนื่องจากเมืองแห่งนี้เต็มไปด้วยวัด ศาลเจ้า และย่านประวัติศาสตร์ที่สะท้อนเสน่ห์ของญี่ปุ่นในอดีต
สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางกับ ทัวร์ญี่ปุ่น มักนิยมจัดเส้นทางฟูชิมิอินาริร่วมกับสถานที่สำคัญ เช่น วัดน้ำใส คิโยมิสึเดระ ย่านกิออน และวัดทองคินคะคุจิ เพื่อสัมผัสความงดงามของเกียวโตได้ครบภายในหนึ่งวัน
1. วัดคิโยมิสึเดระ (Kiyomizu-dera) หรือวัดน้ำใส
หนึ่งในวัดที่มีชื่อเสียงที่สุดของเกียวโต ตั้งอยู่บนเนินเขาฮิกาชิยามะ จุดเด่นคือระเบียงไม้ขนาดใหญ่ที่ยื่นออกจากภูเขา สามารถมองเห็นวิวเมืองเกียวโตได้อย่างสวยงาม
โดยเฉพาะช่วงฤดูใบไม้ร่วง ใบไม้สีแดงและสีทองที่ล้อมรอบตัววัดจะสร้างภาพที่งดงาม เป็นอีกหนึ่งจุดหมายยอดนิยมของนักท่องเที่ยวทั่วโลก
2. ย่านกิออน (Gion District)
ย่านเมืองเก่าอันมีเสน่ห์ของเกียวโต ซึ่งยังคงรักษาสถาปัตยกรรมแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมไว้เป็นอย่างดี
นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมบ้านไม้เก่า ร้านชาแบบญี่ปุ่น และสัมผัสบรรยากาศของเขตเกอิชา รวมถึงอาจมีโอกาสพบเห็นไมโกะ (Maiko) ระหว่างเดินเล่น
3. วัดทองคินคะคุจิ (Kinkaku-ji)
วัดชื่อดังที่มีอาคารสีทองสะท้อนบนผิวน้ำ เป็นหนึ่งในภาพจำของเมืองเกียวโต และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก
4. ถนนฮิกาชิยามะ (Higashiyama Street)
ถนนสายเก่าที่เต็มไปด้วยร้านค้า ร้านขนมญี่ปุ่น และของฝากมากมาย เหมาะสำหรับเดินเล่นหลังจากเที่ยววัดและศาลเจ้า
ตัวอย่างโปรแกรมเที่ยวเกียวโต 1 วัน พร้อมฟูชิมิอินาริ
| เวลา | โปรแกรม |
|---|---|
| 08.00 น. | เดินทางถึงศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ ชมเสาโทริอิสีแดงพันต้น |
| 10.30 น. | เดินทางไปวัดคิโยมิสึเดระ ชมวิวเมืองเกียวโต |
| 12.30 น. | รับประทานอาหารกลางวัน สัมผัสอาหารญี่ปุ่นท้องถิ่น |
| 14.00 น. | เดินเล่นย่านกิออน และถนนฮิกาชิยามะ |
| 16.00 น. | ช้อปปิ้งและเดินทางกลับโรงแรม |
อาหารและของฝากที่ไม่ควรพลาดบริเวณฟูชิมิอินาริ
นอกจากการชมความงดงามของศาลเจ้าแล้ว บริเวณโดยรอบยังมีร้านอาหารและร้านค้าท้องถิ่นมากมาย เหมาะสำหรับแวะพักและซื้อของฝาก
- อินาริซูชิ (Inari Sushi) – ซูชิห่อเต้าหู้ทอด เมนูที่มีความเกี่ยวข้องกับเทพอินาริ
- ขนมญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม – เช่น โมจิและขนมถั่วแดง
- เครื่องราง Omamori – ของที่ระลึกสำหรับขอพรด้านต่าง ๆ
- รูปปั้นสุนัขจิ้งจอก – ของสะสมที่เป็นเอกลักษณ์ของฟูชิมิอินาริ
ข้อควรรู้ก่อนเที่ยวศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ
- ควรแต่งกายสุภาพ เนื่องจากเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์
- ไม่ควรส่งเสียงดังหรือรบกวนผู้ที่มาสักการะ
- บริเวณเสาโทริอิด้านในเป็นเส้นทางเดิน ควรระวังนักท่องเที่ยวคนอื่น
- ควรเตรียมน้ำดื่มหากต้องการเดินขึ้นภูเขาอินาริ
- ช่วงวันหยุดและเทศกาลอาจมีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ
Q: ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริเข้าชมฟรีหรือไม่?
A: สามารถเข้าชมได้ฟรี ไม่มีค่าเข้าชม และเปิดให้เข้าชมได้ตลอดทั้งวัน
Q: ต้องใช้เวลาเที่ยวฟูชิมิอินาริกี่ชั่วโมง?
A: หากชมเฉพาะเสาโทริอิยอดนิยม ใช้เวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมง แต่หากเดินขึ้นยอดเขาอินาริ อาจใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง
Q: เดินทางไปฟูชิมิอินาริจากเกียวโตยากไหม?
A: ไม่ยาก สามารถเดินทางด้วยรถไฟ JR จากสถานีเกียวโตเพียงไม่กี่นาที และสถานี Inari อยู่ด้านหน้าศาลเจ้า
Q: ทำไมคนญี่ปุ่นนิยมมาขอพรที่ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ?
A: เพราะเชื่อว่าเทพอินาริช่วยส่งเสริมด้านการงาน การค้า ความมั่งคั่ง และความสำเร็จ
