Black Ribbon Top Right

เวลาทำการ

จันทร์-ศุกร์ :

09.00 - 18.00 น.

เราช่วยคุณได้

@sanookholiday

Travel License : 11/06310

หน้าแรก

/

บทความท่องเที่ยว

/

วัดคินคะคุจิ (Kinkakuji Temple) วัดทองแห่งเกียวโต มรดกโลกสุดงดงามที่ต้องไปเยือน

วัดคินคะคุจิ (Kinkakuji Temple) วัดทองแห่งเกียวโต มรดกโลกสุดงดงามที่ต้องไปเยือน

17

Jul

ญี่ปุ่น

วัดคินคะคุจิ (Kinkakuji Temple) วัดทองแห่งเกียวโต มรดกโลกสุดงดงามที่ต้องไปเยือน

หากพูดถึงเมืองเกียวโต เมืองหลวงเก่าที่เปี่ยมด้วยกลิ่นอายวัฒนธรรมของประเทศญี่ปุ่น หนึ่งในสถานที่ที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกต่างใฝ่ฝันอยากมาเยือนสักครั้ง คือ วัดคินคะคุจิ (Kinkakuji Temple) หรือที่คนไทยรู้จักกันในชื่อ วัดทอง ศาสนสถานอันงดงามที่โดดเด่นด้วยอาคารสีทองอร่ามสะท้อนผืนน้ำอย่างสง่างาม จนกลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของเมืองเกียวโตและเป็นจุดหมายยอดนิยมของผู้เดินทางกับ ทัวร์ญี่ปุ่น

วัดแห่งนี้มีชื่อเสียงระดับโลกจากอาคาร "Golden Pavilion" หรือศาลาทองสามชั้นที่หุ้มด้วยแผ่นทองคำเปลวแท้ สถาปัตยกรรมอันวิจิตรผสานกับสวนญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมและสระน้ำขนาดใหญ่ ทำให้เกิดภาพทิวทัศน์ที่งดงามราวกับภาพวาดในทุกฤดูกาล ไม่ว่าจะเป็นช่วงดอกซากุระบาน สีเขียวสดของฤดูร้อน ใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง หรือหิมะสีขาวที่ปกคลุมในฤดูหนาว

นอกจากความงดงามทางด้านสถาปัตยกรรมแล้ว วัดคินคะคุจิยังสะท้อนแนวคิดด้านพุทธศาสนา ศิลปะญี่ปุ่น และวิถีชีวิตของชนชั้นปกครองในยุคมุโรมาจิได้อย่างลึกซึ้ง จึงเป็นสถานที่ที่ทั้งนักท่องเที่ยวและผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ไม่ควรพลาด


ประวัติความเป็นมาของวัดคินคะคุจิ (Kinkakuji Temple)

วัดคินคะคุจิมีชื่ออย่างเป็นทางการว่า Rokuon-ji (鹿苑寺) เดิมพื้นที่แห่งนี้เป็นคฤหาสน์ของขุนนาง ก่อนที่ โชกุนอาชิคางะ โยชิมิตสึ (Ashikaga Yoshimitsu) จะซื้อไว้ในช่วงปลายศตวรรษที่ 14 และสร้างเป็นวิลล่าพักผ่อนที่มีความงดงามที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น

หลังจากโชกุนโยชิมิตสึถึงแก่อสัญกรรม ได้มีการเปลี่ยนสถานที่แห่งนี้ให้เป็นวัดในนิกายเซนตามความประสงค์ของท่าน จนกลายเป็นวัดสำคัญของเมืองเกียวโต และเป็นต้นแบบของสถาปัตยกรรมสวนญี่ปุ่นในยุคมุโรมาจิ

แม้อาคารดั้งเดิมจะถูกเพลิงไหม้ในปี ค.ศ. 1950 แต่รัฐบาลญี่ปุ่นได้บูรณะขึ้นใหม่อย่างพิถีพิถันในปี ค.ศ. 1955 โดยคงรูปแบบดั้งเดิมไว้มากที่สุด ปัจจุบันอาคารที่เห็นคือสิ่งปลูกสร้างที่ได้รับการอนุรักษ์อย่างดีและยังคงความงดงามไม่ต่างจากในอดีต


ทำไมวัดคินคะคุจิจึงถูกเรียกว่า "วัดทอง"?

เหตุผลที่วัดแห่งนี้ได้รับสมญานามว่า วัดทอง (Golden Pavilion) มาจากอาคารหลักสามชั้นที่มีชื่อว่า "คินคะคุ" ซึ่งชั้นที่สองและชั้นที่สามหุ้มด้วยแผ่นทองคำเปลวบริสุทธิ์ ทำให้เมื่อแสงอาทิตย์ตกกระทบ อาคารจะเปล่งประกายสีทองอย่างงดงาม

ทองคำที่ใช้ไม่ได้มีไว้เพื่อความหรูหราเพียงอย่างเดียว แต่ยังสะท้อนแนวคิดทางพุทธศาสนาเกี่ยวกับความบริสุทธิ์ การหลุดพ้น และแสงแห่งปัญญา จึงทำให้อาคารแห่งนี้มีทั้งคุณค่าทางศิลปะและคุณค่าทางจิตวิญญาณ

องค์ประกอบ รายละเอียด
ชื่อทางการ Rokuon-ji (วัดโรคุองจิ)
ชื่อที่รู้จักทั่วไป วัดคินคะคุจิ หรือ วัดทอง (Golden Pavilion)
ก่อสร้างครั้งแรก ปลายศตวรรษที่ 14 ในสมัยโชกุนอาชิคางะ โยชิมิตสึ
มรดกโลก ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก UNESCO ในปี ค.ศ. 1994

สถาปัตยกรรมของวัดคินคะคุจิที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร

หนึ่งในความโดดเด่นของวัดคินคะคุจิคือการออกแบบอาคารสามชั้นที่ผสมผสานศิลปกรรมญี่ปุ่นหลากหลายยุคไว้ในอาคารเดียว โดยแต่ละชั้นมีรูปแบบแตกต่างกันอย่างชัดเจน สะท้อนฐานะและรสนิยมของชนชั้นปกครองในยุคนั้น

  • ชั้นที่ 1 สร้างในรูปแบบพระราชวังของชนชั้นขุนนางญี่ปุ่น (Shinden-zukuri) เน้นความเรียบง่ายและสง่างาม
  • ชั้นที่ 2 ออกแบบในสไตล์บ้านพักของซามูไร (Buke-zukuri) พร้อมตกแต่งด้วยแผ่นทองคำเปลว
  • ชั้นที่ 3 เป็นสถาปัตยกรรมแบบวัดเซน (Zen Temple Style) หุ้มทองคำทั้งหมด และประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ

ยอดอาคารประดับด้วยรูปปั้นนกฟีนิกซ์สีทอง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นสิริมงคล ความเจริญรุ่งเรือง และการเกิดใหม่ นับเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่ทำให้วัดคินคะคุจิมีความงดงามเหนือกาลเวลา


ความงดงามของสวนญี่ปุ่นและสระน้ำเคียวโกะจิ (Kyōko-chi Pond)

ด้านหน้าศาลาทองคือ สระน้ำเคียวโกะจิ (Mirror Pond) หรือ "สระกระจก" ที่สะท้อนภาพของอาคารสีทองได้อย่างสมบูรณ์แบบ จนกลายเป็นมุมถ่ายภาพที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศญี่ปุ่น

บริเวณรอบสระได้รับการออกแบบตามหลักสวนญี่ปุ่นโบราณ มีเกาะหิน ต้นสนโบราณ พุ่มไม้ และองค์ประกอบธรรมชาติที่จัดวางอย่างสมดุล สะท้อนแนวคิดเรื่องความกลมกลืนระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของศิลปะญี่ปุ่น

ไม่ว่าจะมาเยือนในฤดูกาลใด นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสความงดงามที่แตกต่างกันออกไป ตั้งแต่ซากุระผลิบานในฤดูใบไม้ผลิ ใบเมเปิลสีแดงในฤดูใบไม้ร่วง ไปจนถึงภาพวัดทองที่ปกคลุมด้วยหิมะในฤดูหนาว ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในทิวทัศน์ที่สวยที่สุดของญี่ปุ่น


ไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเที่ยววัดคินคะคุจิ

  • ชมศาลาทองคำที่สะท้อนผิวน้ำอย่างงดงาม
  • เดินเล่นภายในสวนญี่ปุ่นที่ได้รับการดูแลอย่างประณีต
  • ถ่ายภาพมุมแลนด์มาร์กระดับโลกของเมืองเกียวโต
  • ชมรูปปั้นนกฟีนิกซ์สีทองบนยอดอาคาร
  • สักการะพระพุทธรูปและขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคล
  • เลือกซื้อเครื่องรางและของที่ระลึกภายในวัด

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเที่ยววัดคินคะคุจิ (Kinkakuji Temple)

วัดคินคะคุจิสามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี แต่เสน่ห์ของที่นี่จะเปลี่ยนไปตามฤดูกาล ทำให้นักท่องเที่ยวจำนวนมากเลือกเดินทางซ้ำหลายครั้งเพื่อชมบรรยากาศที่แตกต่างกัน

ฤดูกาล ช่วงเวลา จุดเด่น
ฤดูใบไม้ผลิ มี.ค. - เม.ย. ซากุระบานรอบสระน้ำ บรรยากาศโรแมนติก
ฤดูร้อน พ.ค. - ส.ค. ต้นไม้เขียวชอุ่ม สีทองของวัดตัดกับธรรมชาติได้สวยงาม
ฤดูใบไม้ร่วง ต.ค. - พ.ย. ใบเมเปิลสีแดงและสีทองเป็นช่วงที่ได้รับความนิยมสูงสุด
ฤดูหนาว ธ.ค. - ก.พ. หิมะปกคลุมศาลาทอง เกิดภาพที่หาชมได้ยากและงดงามมาก

สำหรับผู้ที่เดินทางกับ ทัวร์ญี่ปุ่น ช่วงเดือนพฤศจิกายนถือเป็นช่วงที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เพราะสามารถชมทั้งวัดทองและใบไม้เปลี่ยนสีของเกียวโตได้พร้อมกัน


จุดถ่ายภาพยอดนิยมของวัดคินคะคุจิ

แม้ว่าภายในวัดจะมีหลายมุมที่สวยงาม แต่มีบางจุดที่ถือเป็น “มุมไฮไลท์” ที่นักท่องเที่ยวและช่างภาพทั่วโลกต้องแวะเก็บภาพ

1. มุมสะท้อนผืนน้ำ (Mirror Pond View)

เป็นมุมคลาสสิกที่สุด เห็นศาลาทองสะท้อนบนสระน้ำอย่างสมบูรณ์แบบ เหมาะกับการถ่ายภาพแลนด์สเคปและภาพที่สื่อถึงความเป็นเกียวโตได้ชัดเจนที่สุด

2. ทางเดินสวนญี่ปุ่น

ระหว่างเดินชมสวนจะมีมุมที่มองเห็นวัดผ่านต้นสนและพุ่มไม้ ทำให้ภาพดูมีมิติและให้ความรู้สึกแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม

3. มุมใบไม้เปลี่ยนสี

ในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ต้นเมเปิลสีแดงจะช่วยเพิ่มความโดดเด่นให้กับอาคารสีทอง เป็นมุมที่ได้รับความนิยมอย่างมากบนโซเชียลมีเดียและโปสการ์ดท่องเที่ยวของเกียวโต

เวลาทำการ ค่าเข้าชม และข้อมูลสำคัญ

เวลาทำการ 09:00 - 17:00 น. ทุกวัน
ค่าเข้าชมผู้ใหญ่ ประมาณ 500 เยน
ค่าเข้าชมเด็ก ประมาณ 300 เยน
ระยะเวลาเที่ยวแนะนำ 45 - 90 นาที
สถานะ UNESCO มรดกโลก “Historic Monuments of Ancient Kyoto”
เคล็ดลับ: ควรมาถึงก่อนเวลาเปิดประมาณ 15-20 นาที เพื่อหลีกเลี่ยงกรุ๊ปทัวร์ขนาดใหญ่และได้ภาพที่มีคนน้อยที่สุด

วิธีเดินทางไปวัดคินคะคุจิจากเกียวโตและโอซาก้า

เดินทางจากสถานี Kyoto

  • ขึ้นรถบัสสาย 101 หรือ 205 จาก Kyoto Station
  • ลงป้าย Kinkakuji-michi
  • เดินต่อประมาณ 3-5 นาที

ใช้เวลารวมประมาณ 35-45 นาที ขึ้นอยู่กับสภาพการจราจร

เดินทางจากโอซาก้า

  • นั่ง JR Special Rapid จาก Osaka Station ไป Kyoto Station
  • ต่อรถบัสสาย 101 หรือ 205

ใช้เวลารวมประมาณ 1 ชั่วโมง เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่พักอยู่โอซาก้าแต่ต้องการมาเที่ยวเกียวโตแบบไปเช้าเย็นกลับ

สถานที่ท่องเที่ยวใกล้วัดคินคะคุจิที่ควรแวะต่อ

วัดเรียวอันจิ (Ryoan-ji)

อยู่ห่างจากคินคะคุจิเพียงไม่กี่นาที มีชื่อเสียงจากสวนหินเซนที่โด่งดังที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสความสงบและปรัชญาแบบญี่ปุ่น

วัดนินนาจิ (Ninna-ji)

วัดเก่าแก่ที่มีเจดีย์ห้าชั้นอันงดงาม และเป็นอีกหนึ่งมรดกโลกของเกียวโต โดยเฉพาะช่วงซากุระบานจะสวยมากเป็นพิเศษ

ป่าไผ่อาราชิยามะ (Arashiyama Bamboo Grove)

แม้จะอยู่คนละโซนของเมือง แต่สามารถจัดรวมในโปรแกรมวันเดียวกันได้ และเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ที่นักท่องเที่ยวสายถ่ายภาพไม่ควรพลาด


เหตุผลที่วัดคินคะคุจิอยู่ในทุกโปรแกรมทัวร์ญี่ปุ่น

บริษัททัวร์ส่วนใหญ่มักบรรจุวัดคินคะคุจิไว้ในเส้นทางเกียวโต เพราะเป็นสถานที่ที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวได้ทุกกลุ่ม ทั้งสายวัฒนธรรม สายถ่ายภาพ ครอบครัว และผู้สูงอายุ

  • เดินทางสะดวกจากสถานีหลักของเกียวโต
  • ใช้เวลาเที่ยวไม่นาน เหมาะกับโปรแกรมวันเดียว
  • มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบ ทั้งห้องน้ำ ร้านค้า และพื้นที่พักผ่อน
  • เป็นแลนด์มาร์กระดับโลกที่ทุกคนอยากเห็นด้วยตาตัวเอง

นอกจากนี้ ภาพของศาลาทองสะท้อนสระน้ำยังเป็นหนึ่งในภาพที่นักท่องเที่ยวมักใช้เป็น “ภาพเปิดทริปญี่ปุ่น” เพราะสื่อถึงความเป็นเกียวโตได้อย่างสมบูรณ์แบบ

สถานที่ท่องเที่ยวใกล้วัดคินคะคุจิ (Kinkakuji Temple) ที่ไม่ควรพลาด

หากคุณวางแผนเดินทางมาเที่ยว วัดคินคะคุจิ (Kinkakuji Temple) แนะนำให้เผื่อเวลาเที่ยวบริเวณรอบ ๆ เพราะย่านนี้ยังเต็มไปด้วยวัดเก่าแก่ สวนญี่ปุ่น และแหล่งวัฒนธรรมที่มีชื่อเสียงของเมืองเกียวโต ซึ่งสามารถจัดเป็นโปรแกรมเที่ยวแบบ One Day Trip ได้อย่างลงตัว เหมาะสำหรับผู้ที่เดินทางกับ ทัวร์ญี่ปุ่น หรือเที่ยวด้วยตนเอง


1. วัดเรียวอันจิ (Ryoan-ji Temple)

อยู่ห่างจากวัดคินคะคุจิเพียงประมาณ 15 นาทีโดยการเดิน วัดแห่งนี้มีชื่อเสียงจากสวนหินเซน (Zen Rock Garden) ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในสวนหินที่สวยที่สุดของประเทศญี่ปุ่น การจัดวางก้อนหินทั้ง 15 ก้อนบนลานกรวดสีขาวมีความหมายเชิงปรัชญา และยังเป็นปริศนาที่ผู้คนกล่าวถึงมานานหลายร้อยปี


2. วัดนินนาจิ (Ninna-ji Temple)

อีกหนึ่งวัดมรดกโลกของเมืองเกียวโต โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมแบบราชวงศ์และสวนญี่ปุ่นอันร่มรื่น ในช่วงฤดูใบไม้ผลิยังเป็นจุดชมซากุระที่มีชื่อเสียง เนื่องจากต้นซากุระสายพันธุ์โอมุโระ (Omuro Sakura) จะบานช้ากว่าพื้นที่อื่น ทำให้นักท่องเที่ยวมีโอกาสชมดอกซากุระได้นานขึ้น


3. ปราสาทนิโจ (Nijo Castle)

ปราสาทเก่าแก่ที่เคยเป็นที่ประทับของโชกุนโทกุงาวะ โดดเด่นด้วยพื้นไม้ "ไนติงเกล" (Nightingale Floor) ซึ่งส่งเสียงเมื่อมีผู้เดินผ่าน เพื่อป้องกันผู้บุกรุก ปัจจุบันได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกและเป็นอีกหนึ่งสถานที่สำคัญของเกียวโต


4. ตลาดนิชิกิ (Nishiki Market)

หลังจากเที่ยววัดแล้ว นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางเข้าสู่ใจกลางเมืองเพื่อสัมผัสตลาดเก่าแก่ที่มีอายุกว่า 400 ปี เต็มไปด้วยร้านอาหารท้องถิ่น อาหารทะเลสด ขนมญี่ปุ่น และของฝากมากมาย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลิ้มลองอาหารพื้นเมืองของเกียวโต

ของฝากยอดนิยมจากวัดคินคะคุจิ

บริเวณทางออกของวัดมีร้านจำหน่ายของที่ระลึกจำนวนมาก ทั้งสินค้าแฮนด์เมดและของฝากที่สะท้อนเอกลักษณ์ของเมืองเกียวโต เหมาะสำหรับซื้อกลับไปเป็นของฝากให้ครอบครัวหรือเพื่อน

  • เครื่องรางนำโชค (Omamori)
  • แผ่นไม้เขียนคำอธิษฐาน (Ema)
  • ชาเขียวมัทฉะจากเกียวโต
  • ขนมญี่ปุ่นและโมจิ
  • โปสการ์ดและโมเดลวัดทอง
  • งานหัตถกรรมญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม

ข้อควรรู้ก่อนเที่ยววัดคินคะคุจิ

  • ควรมาถึงช่วงเช้าก่อนเวลา 09.00 น. เพื่อหลีกเลี่ยงนักท่องเที่ยวจำนวนมาก
  • ไม่สามารถเดินขึ้นไปบนศาลาทองได้ เนื่องจากเปิดให้ชมเฉพาะภายนอก
  • ควรเตรียมรองเท้าที่เดินสบาย เพราะเส้นทางภายในวัดเป็นทางเดินยาว
  • รักษาความสงบและปฏิบัติตามกฎของวัดตลอดการเข้าชม
  • หลีกเลี่ยงการใช้โดรนหรืออุปกรณ์ถ่ายภาพที่รบกวนผู้อื่น

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวัดคินคะคุจิ

Q: วัดคินคะคุจิเป็นวัดที่สร้างจากทองคำทั้งหมดหรือไม่?

A: ไม่ใช่ ตัวอาคารสร้างจากไม้ แต่ชั้นที่สองและชั้นที่สามหุ้มด้วยแผ่นทองคำเปลว ทำให้ดูโดดเด่นและได้รับฉายาว่า "วัดทอง"

Q: ใช้เวลาเที่ยววัดคินคะคุจินานแค่ไหน?

A: โดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 1–1.5 ชั่วโมง หากรวมการเดินชมสวนและเลือกซื้อของฝาก

Q: เที่ยวฤดูไหนสวยที่สุด?

A: วัดคินคะคุจิสวยทุกฤดู แต่ช่วงใบไม้เปลี่ยนสี (ปลายตุลาคม–พฤศจิกายน) และฤดูหนาวที่มีหิมะปกคลุมได้รับความนิยมเป็นพิเศษ ส่วนฤดูใบไม้ผลิก็สามารถชมซากุระบริเวณใกล้เคียงได้

Q: วัดคินคะคุจิอยู่ในโปรแกรมทัวร์ญี่ปุ่นส่วนใหญ่หรือไม่?

A: ใช่ โปรแกรม ทัวร์ญี่ปุ่น เส้นทางเกียวโต–โอซาก้าส่วนใหญ่มักบรรจุวัดคินคะคุจิไว้ เนื่องจากเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กสำคัญของเมืองเกียวโต

จำนวนผู้เข้าชม 13 ครั้ง