Black Ribbon Top Right

เวลาทำการ

จันทร์-ศุกร์ :

09.00 - 18.00 น.

เราช่วยคุณได้

@sanookholiday

Travel License : 11/06310

หน้าแรก

/

บทความท่องเที่ยว

/

หุบเขานรกจิโกคุดานิ (Jigokudani) ฮอกไกโด ชมหุบเขาน้ำพุร้อนธรรมชาติสุดมหัศจรรย์

หุบเขานรกจิโกคุดานิ (Jigokudani) ฮอกไกโด ชมหุบเขาน้ำพุร้อนธรรมชาติสุดมหัศจรรย์

21

Jul

ญี่ปุ่น

หุบเขานรกจิโกคุดานิ (Jigokudani) ฮอกไกโด ชมหุบเขาน้ำพุร้อนธรรมชาติสุดมหัศจรรย์

หากพูดถึงแหล่งออนเซ็นระดับโลกของประเทศญี่ปุ่น ชื่อของ โนโบริเบ็ตสึ (Noboribetsu) ในจังหวัดฮอกไกโด ย่อมติดอันดับต้น ๆ ที่นักเดินทางทั่วโลกอยากไปสัมผัส และสถานที่ที่ถือเป็นหัวใจของเมืองแห่งนี้ก็คือ หุบเขานรกจิโกคุดานิ (Jigokudani) แหล่งกำเนิดน้ำพุร้อนธรรมชาติที่เต็มไปด้วยไอน้ำสีขาว กลิ่นกำมะถัน และภูมิประเทศอันน่าอัศจรรย์ จนได้รับฉายาว่า "หุบเขานรก"

แม้ชื่อจะฟังดูน่ากลัว แต่ความจริงแล้วจิโกคุดานิคือหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามที่สุดของฮอกไกโด และเป็นแลนด์มาร์กสำคัญที่แทบทุกโปรแกรม ทัวร์ญี่ปุ่น เส้นทางฮอกไกโดจะต้องแวะเยี่ยมชม เพราะนอกจากจะได้สัมผัสพลังของธรรมชาติอย่างใกล้ชิดแล้ว ยังเป็นต้นกำเนิดของน้ำแร่ออนเซ็นคุณภาพสูงที่หล่อเลี้ยงโรงแรมและเรียวกังทั่วเมืองโนโบริเบ็ตสึอีกด้วย


หุบเขานรกจิโกคุดานิ (Jigokudani) คืออะไร?

Jigokudani แปลตรงตัวว่า "หุบเขานรก" เป็นแอ่งภูเขาไฟที่เกิดจากการปะทุของภูเขาไฟเมื่อหลายหมื่นปีก่อน พื้นที่แห่งนี้เต็มไปด้วยปล่องไอน้ำ น้ำพุร้อนธรรมชาติ บ่อน้ำเดือด และช่องระบายก๊าซกำมะถัน ซึ่งยังคงมีพลังความร้อนใต้พิภพอยู่จนถึงปัจจุบัน

พื้นที่ทั้งหมดมีลักษณะเป็นหุบเขาหินสีเทาและสีเหลืองสลับกัน มีไอน้ำพวยพุ่งขึ้นจากพื้นดินตลอดเวลา เมื่อมองจากจุดชมวิวจะเห็นภาพของธรรมชาติที่ทั้งแปลกตาและงดงาม จนได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในภูมิประเทศภูเขาไฟที่โดดเด่นที่สุดของประเทศญี่ปุ่น

น้ำแร่จากหุบเขานรกแห่งนี้ถูกส่งต่อไปยังโรงแรมและออนเซ็นต่าง ๆ ในเมืองโนโบริเบ็ตสึ ทำให้เมืองนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในเมืองออนเซ็นที่ดีที่สุดของญี่ปุ่น

ประวัติความเป็นมาของหุบเขานรกจิโกคุดานิ

นักธรณีวิทยาเชื่อว่าหุบเขาแห่งนี้เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟคุตตาระ (Kuttara Volcano) เมื่อหลายหมื่นปีก่อน หลังจากการปะทุ พื้นที่ได้ยุบตัวลงจนกลายเป็นแอ่งขนาดใหญ่ ก่อนที่น้ำใต้ดินจะได้รับความร้อนจากแมกมาจนกลายเป็นน้ำพุร้อนและไอน้ำที่ยังคงปะทุขึ้นมาจนถึงปัจจุบัน

ตลอดหลายร้อยปีที่ผ่านมา ชาวญี่ปุ่นได้ใช้ประโยชน์จากน้ำแร่ธรรมชาติของพื้นที่แห่งนี้เพื่อการอาบแช่ออนเซ็น และเชื่อกันว่าน้ำแร่จากจิโกคุดานิมีแร่ธาตุหลากหลายชนิดที่ช่วยผ่อนคลายร่างกายและบำรุงผิวพรรณ


เหตุผลที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดจิโกคุดานิ

1. ชมพลังธรรมชาติของภูเขาไฟอย่างใกล้ชิด

จุดเด่นที่สุดของจิโกคุดานิคือการได้เห็นไอน้ำสีขาวลอยขึ้นจากพื้นดินตลอดเวลา พร้อมกลิ่นกำมะถันที่บ่งบอกถึงพลังงานใต้พิภพ นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมตามทางเดินไม้ที่จัดไว้อย่างปลอดภัย พร้อมชมปล่องน้ำพุร้อนและบ่อโคลนเดือดได้อย่างใกล้ชิด

2. จุดกำเนิดออนเซ็นชื่อดังของฮอกไกโด

น้ำแร่ธรรมชาติจากหุบเขานรกเป็นต้นกำเนิดของออนเซ็นในเมืองโนโบริเบ็ตสึ ซึ่งมีชื่อเสียงด้านคุณภาพของน้ำแร่ที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุหลายชนิด เช่น กำมะถัน เหล็ก และโซเดียม จึงเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของผู้รักการแช่ออนเซ็น

3. เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ

ภายในพื้นที่มีทางเดินไม้ที่ออกแบบให้สามารถชมวิวได้อย่างปลอดภัย ผ่านจุดชมวิวหลายแห่ง นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสทั้งเสียงไอน้ำ กลิ่นกำมะถัน และภูมิประเทศภูเขาไฟที่หาชมได้ยาก

4. ความสวยงามที่เปลี่ยนไปในทุกฤดูกาล

ไม่ว่าจะเป็นฤดูใบไม้ผลิที่ธรรมชาติเริ่มฟื้นตัว ฤดูร้อนที่ป่าไม้เขียวชอุ่ม ฤดูใบไม้เปลี่ยนสีที่แต่งแต้มภูเขาด้วยสีแดงและสีทอง หรือฤดูหนาวที่ไอน้ำลอยท่ามกลางหิมะสีขาว ทุกฤดูกาลล้วนสร้างเสน่ห์ที่แตกต่างกันให้กับหุบเขานรกแห่งนี้

ไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดภายในหุบเขานรก

  • ปล่องไอน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่
  • บ่อน้ำเดือดและบ่อโคลนกำมะถัน
  • ทางเดินไม้ชมวิวรอบหุบเขา
  • จุดชมวิวมุมสูงของหุบเขานรก
  • ป้ายสัญลักษณ์ Jigokudani สำหรับถ่ายภาพ
  • เส้นทางเดินต่อไปยังบ่อน้ำร้อนธรรมชาติ Oyunuma

ข้อมูลเบื้องต้นของหุบเขานรกจิโกคุดานิ

รายละเอียด ข้อมูล
ชื่อสถานที่ Jigokudani (หุบเขานรกจิโกคุดานิ)
ที่ตั้ง เมืองโนโบริเบ็ตสึ จังหวัดฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น
ประเภทสถานที่ แหล่งภูเขาไฟและน้ำพุร้อนธรรมชาติ
ค่าเข้าชม เข้าชมได้ฟรี (อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามการบริหารพื้นที่)
เหมาะสำหรับ ครอบครัว คู่รัก นักถ่ายภาพ และผู้เดินทางกับทัวร์ญี่ปุ่น

วิธีเดินทางไปหุบเขานรกจิโกคุดานิ (Jigokudani)

หุบเขานรกจิโกคุดานิ (Jigokudani) ตั้งอยู่ในเมือง โนโบริเบ็ตสึ (Noboribetsu) จังหวัดฮอกไกโด ซึ่งเป็นเมืองออนเซ็นที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น การเดินทางสะดวกทั้งสำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางด้วยตัวเองและผู้ที่เลือกเดินทางกับ ทัวร์ญี่ปุ่น เนื่องจากระบบขนส่งสาธารณะของญี่ปุ่นมีประสิทธิภาพและเชื่อมต่อกับสถานที่ท่องเที่ยวได้อย่างดี

จากเมืองซัปโปโรสามารถเดินทางมายังโนโบริเบ็ตสึได้ภายในเวลาประมาณ 1.5–2 ชั่วโมง ก่อนต่อรถบัสท้องถิ่นมายังหุบเขานรกเพียงไม่กี่นาที ทำให้สามารถเที่ยวแบบไปเช้า–เย็นกลับ หรือพักค้างคืนเพื่อสัมผัสบรรยากาศออนเซ็นก็ได้


1. เดินทางจากซัปโปโร

นักท่องเที่ยวสามารถนั่งรถไฟ JR Limited Express จากสถานีซัปโปโรไปยังสถานี Noboribetsu จากนั้นต่อรถบัสสาย Donan Bus ไปยัง Noboribetsu Onsen ซึ่งใช้เวลาไม่นาน และสามารถเดินต่อมายังหุบเขานรกได้ประมาณ 5–10 นาที

2. เดินทางจากสนามบินชิโตเสะแห่งใหม่ (New Chitose Airport)

หากเดินทางมาถึงฮอกไกโดทางสนามบิน New Chitose Airport สามารถนั่งรถไฟ JR ไปยังสถานี Noboribetsu ได้โดยตรง หรือใช้บริการรถบัสที่วิ่งเข้าสู่เมืองออนเซ็น ทั้งสองวิธีสะดวกและได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ

3. เดินทางกับโปรแกรมทัวร์ญี่ปุ่น

โปรแกรม ทัวร์ญี่ปุ่น เส้นทางฮอกไกโดส่วนใหญ่จะรวมการเข้าชมหุบเขานรกจิโกคุดานิไว้ในกำหนดการ พร้อมพาแวะเมืองออนเซ็นโนโบริเบ็ตสึ สวนหมี และสถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง ช่วยให้เดินทางได้สะดวกโดยไม่ต้องวางแผนเอง


ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเที่ยวหุบเขานรกจิโกคุดานิ

แม้ว่าหุบเขานรกจะเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้ตลอดทั้งปี แต่แต่ละฤดูกาลจะมอบบรรยากาศที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ทำให้สามารถกลับมาเที่ยวซ้ำได้โดยไม่รู้สึกจำเจ

ฤดูกาล จุดเด่น
ฤดูใบไม้ผลิ (เม.ย.–พ.ค.) อากาศเย็นสบาย ป่าเริ่มเขียวสด เหมาะกับการเดินชมธรรมชาติ
ฤดูร้อน (มิ.ย.–ส.ค.) ท้องฟ้าสดใส เดินเที่ยวได้สะดวก เห็นไอน้ำพวยพุ่งอย่างชัดเจน
ฤดูใบไม้เปลี่ยนสี (ก.ย.–ต.ค.) ภูเขาแต่งแต้มด้วยสีแดง เหลือง และส้ม ตัดกับไอน้ำสีขาวอย่างสวยงาม
ฤดูหนาว (พ.ย.–มี.ค.) ไอน้ำลอยท่ามกลางหิมะขาว เป็นภาพที่ได้รับความนิยมมากที่สุด

สำหรับนักถ่ายภาพ ช่วงเช้าเป็นเวลาที่เหมาะที่สุด เพราะอากาศเย็นทำให้ไอน้ำจากบ่อน้ำพุร้อนลอยตัวเด่นชัด และมีนักท่องเที่ยวไม่หนาแน่น

ไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดรอบหุบเขานรก

1. บ่อน้ำร้อนโอยุนุมะ (Oyunuma)

Oyunuma เป็นบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติขนาดใหญ่ที่เกิดจากปล่องภูเขาไฟ มีอุณหภูมิสูงและอุดมไปด้วยแร่ธาตุ น้ำร้อนจากที่นี่ไหลลงสู่ลำธารธรรมชาติ และเป็นต้นกำเนิดของออนเซ็นหลายแห่งในเมืองโนโบริเบ็ตสึ

2. ลำธารแช่เท้าโอยุนุมะ (Oyunuma River Natural Footbath)

หนึ่งในกิจกรรมยอดนิยมคือการแช่เท้าฟรีในลำธารน้ำอุ่นธรรมชาติ นักท่องเที่ยวสามารถนั่งพักและสัมผัสน้ำแร่ที่ไหลผ่านป่าเขา เป็นประสบการณ์ที่ผ่อนคลายและหาได้ยาก

แนะนำให้นำผ้าขนหนูผืนเล็กติดตัวมาด้วย เพื่อใช้เช็ดเท้าหลังแช่น้ำ

3. ทางเดินศึกษาธรรมชาติ

เส้นทางเดินไม้รอบหุบเขาช่วยให้นักท่องเที่ยวสามารถชมปล่องไอน้ำ บ่อโคลนเดือด และภูมิประเทศภูเขาไฟได้อย่างปลอดภัย พร้อมจุดพักชมวิวหลายจุดตลอดเส้นทาง


เมืองออนเซ็นโนโบริเบ็ตสึ (Noboribetsu Onsen)

หลังจากเที่ยวหุบเขานรกแล้ว นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นิยมเข้าพักในเมืองออนเซ็นโนโบริเบ็ตสึ ซึ่งมีเรียวกังและโรงแรมออนเซ็นให้เลือกมากมาย

น้ำแร่ของที่นี่มีชื่อเสียงในด้านคุณภาพ เนื่องจากมีแร่ธาตุมากกว่า 9 ชนิด เช่น กำมะถัน โซเดียม เหล็ก และแมกนีเซียม เชื่อว่าช่วยบรรเทาอาการเมื่อยล้าและทำให้ผิวพรรณนุ่มขึ้น

สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง

1. สวนหมีโนโบริเบ็ตสึ (Noboribetsu Bear Park)

สวนหมีที่ตั้งอยู่บนยอดเขา นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นกระเช้าลอยฟ้าเพื่อชมวิวเมืองโนโบริเบ็ตสึ และชมหมีสีน้ำตาลฮอกไกโดอย่างใกล้ชิด

2. ถนนคนเดินออนเซ็น

บริเวณใจกลางเมืองเต็มไปด้วยร้านขายของฝาก ร้านขนม คาเฟ่ และร้านอาหารท้องถิ่น เหมาะสำหรับการเดินเล่นหลังแช่ออนเซ็น

3. ศาลเจ้าเอ็นมะโดะ (Enmado)

ศาลเจ้าขนาดเล็กที่มีรูปปั้นยมบาลเอ็นมะ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมืองออนเซ็นและสอดคล้องกับธีมหุบเขานรก นักท่องเที่ยวนิยมแวะถ่ายรูปและขอพร

ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการถ่ายภาพที่ Jigokudani

ช่วงเวลา ลักษณะภาพที่ได้
ช่วงเช้า ไอน้ำลอยตัวชัด นักท่องเที่ยวน้อย เหมาะกับภาพธรรมชาติ
ช่วงสาย แสงสว่าง เห็นรายละเอียดภูมิประเทศและปล่องภูเขาไฟชัดเจน
ช่วงเย็น แสงอาทิตย์อ่อน บรรยากาศอบอุ่น เหมาะสำหรับภาพวิว
ฤดูหนาว หิมะสีขาวตัดกับไอน้ำ สร้างภาพที่โดดเด่นที่สุด

สิ่งที่ควรซื้อและลองเมื่อมาเที่ยวโนโบริเบ็ตสึ

1. ไข่ออนเซ็นและอาหารท้องถิ่น

บริเวณเมืองโนโบริเบ็ตสึมีร้านอาหารและร้านของฝากมากมาย นักท่องเที่ยวสามารถลองชิมเมนูท้องถิ่นของฮอกไกโด เช่น อาหารทะเลสด นมฮอกไกโด ขนมหวาน และผลิตภัณฑ์จากนมที่มีชื่อเสียง

2. ผลิตภัณฑ์จากน้ำแร่และเครื่องสำอางญี่ปุ่น

เนื่องจากเมืองนี้มีชื่อเสียงด้านออนเซ็น จึงมีผลิตภัณฑ์ดูแลผิวจากน้ำแร่และเครื่องสำอางญี่ปุ่นหลายชนิด ซึ่งเหมาะสำหรับซื้อเป็นของฝาก

3. ของที่ระลึกธีมหุบเขานรก

บริเวณเมืองโนโบริเบ็ตสึมีสินค้าลวดลายปีศาจและสัญลักษณ์ของ Jigokudani ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของพื้นที่ เหมาะสำหรับเก็บเป็นความทรงจำจากการเดินทาง


ข้อควรรู้ก่อนเที่ยวหุบเขานรกจิโกคุดานิ

  • เข้าชมได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
  • ควรเดินตามเส้นทางที่กำหนดเพื่อความปลอดภัย
  • ช่วงฤดูหนาวควรระวังพื้นลื่นจากน้ำแข็งและหิมะ
  • ไม่ควรสัมผัสน้ำร้อนจากปล่องธรรมชาติโดยตรง
  • ควรเผื่อเวลาเดินชมอย่างน้อย 1 ชั่วโมง
  • หากต้องการสัมผัสออนเซ็น ควรวางแผนพักค้างคืนที่ Noboribetsu Onsen

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) หุบเขานรกจิโกคุดานิ

Q: ทำไมถึงเรียกว่า "หุบเขานรก"?

A: เนื่องจากพื้นที่แห่งนี้มีลักษณะคล้ายภูมิประเทศในจินตนาการของนรกจากไอน้ำ ก๊าซกำมะถัน และบ่อน้ำร้อนที่พวยพุ่งขึ้นจากพื้นดิน แต่แท้จริงแล้วเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่สวยงามและปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยว

Q: หุบเขานรกจิโกคุดานิเหมาะกับเด็กและผู้สูงอายุหรือไม่?

A: เหมาะสำหรับทุกวัย เนื่องจากมีทางเดินชมวิวที่จัดเตรียมไว้ แต่ควรเดินอย่างระมัดระวัง โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาวที่พื้นอาจลื่น

Q: ควรใช้เวลาเที่ยว Jigokudani กี่ชั่วโมง?

A: โดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 1–2 ชั่วโมง หากรวมการเดินไปยัง Oyunuma และจุดแช่เท้าธรรมชาติ อาจใช้เวลามากขึ้น

Q: สามารถเที่ยว Jigokudani แบบไปเช้าเย็นกลับได้หรือไม่?

A: สามารถทำได้จากซัปโปโร แต่หากต้องการสัมผัสบรรยากาศออนเซ็นแบบญี่ปุ่นแท้ แนะนำให้พักค้างคืนที่เมืองโนโบริเบ็ตสึ

Q: เดือนไหนสวยที่สุดสำหรับการเที่ยว?

A: ทุกฤดูมีเสน่ห์แตกต่างกัน แต่ฤดูใบไม้เปลี่ยนสีและฤดูหนาวถือเป็นช่วงที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เพราะมีทิวทัศน์ที่สวยงามและเป็นเอกลักษณ์

จำนวนผู้เข้าชม 7 ครั้ง