Black Ribbon Top Right

เวลาทำการ

จันทร์-ศุกร์ :

09.00 - 18.00 น.

เราช่วยคุณได้

@sanookholiday

Travel License : 11/06310

หน้าแรก

/

บทความท่องเที่ยว

/

จิ่วจ้ายโกว อุทยานธารสวรรค์ ดินแดนมหัศจรรย์แห่งธรรมชาติจากประเทศจีน

จิ่วจ้ายโกว อุทยานธารสวรรค์ ดินแดนมหัศจรรย์แห่งธรรมชาติจากประเทศจีน

11

Sep

จีน

จิ่วจ้ายโกว อุทยานธารสวรรค์ ดินแดนมหัศจรรย์แห่งธรรมชาติจากประเทศจีน

ถ้าพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีความสวยงามจนดูเหมือนภาพจากจินตนาการ จิ่วจ้ายโกว (Jiuzhaigou) คือหนึ่งในชื่อที่ไม่ควรพลาดเมื่อพูดถึงการ เที่ยวจีน เพราะที่นี่ไม่ได้มีเพียงทะเลสาบสีฟ้าหรือภูเขาสูงเท่านั้น แต่เป็นพื้นที่ที่ธรรมชาติหลายองค์ประกอบสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างลงตัว ทั้งผืนป่า น้ำตก ลำธาร ทะเลสาบ ภูเขา และหิมะ

ความพิเศษของจิ่วจ้ายโกวอยู่ที่ “สีของน้ำ” ซึ่งสามารถเปลี่ยนเฉดไปตามแสง มุมมอง ความลึก และแร่ธาตุภายในน้ำ บางจุดมีสีฟ้าใส บางแห่งเป็นสีเขียวมรกต บางช่วงออกไปทางน้ำเงินเข้ม จนหลายคนอดไม่ได้ที่จะหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายภาพแทบทุกจุดที่เดินผ่าน

ชื่อจิ่วจ้ายโกวมีความหมายเกี่ยวข้องกับ “หุบเขาหมู่บ้านทั้งเก้า” ซึ่งสะท้อนถึงชุมชนชาวทิเบตที่เคยตั้งถิ่นฐานอยู่ในบริเวณนี้ ปัจจุบันพื้นที่แห่งนี้ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติทั้งในด้านคุณค่าทางธรรมชาติและวัฒนธรรม

สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย จิ่วจ้ายโกวเป็นหนึ่งในจุดหมายที่เหมาะกับการเลือก ทัวร์จีน เพราะการเดินทางเข้าสู่พื้นที่ภูเขาสูงและการจัดลำดับสถานที่เที่ยวจำเป็นต้องวางแผนให้เหมาะสม การเดินทางแบบมีโปรแกรมจึงช่วยลดความยุ่งยากและทำให้สามารถเก็บไฮไลต์สำคัญได้อย่างเป็นระบบ

ทำไมจิ่วจ้ายโกวจึงถูกเรียกว่า “อุทยานธารสวรรค์”?

สิ่งแรกที่ทำให้นักท่องเที่ยวประทับใจเมื่อมาถึงจิ่วจ้ายโกวคือภูมิประเทศที่มีความหลากหลายอยู่ในพื้นที่เดียวกัน จุดหนึ่งอาจเป็นทะเลสาบสีฟ้าใส อีกไม่ไกลกลับเป็นน้ำตกที่ไหลผ่านผืนป่าสีเขียว ขณะที่ฉากหลังเป็นภูเขาสูงที่บางฤดูกาลมีหิมะปกคลุม

ความงามของที่นี่จึงไม่ได้เกิดจากสถานที่เพียงแห่งเดียว แต่เกิดจากการประกอบกันขององค์ประกอบธรรมชาติหลายอย่าง

  • ทะเลสาบและแอ่งน้ำธรรมชาติสีสันสวยงาม
  • น้ำตกหลายระดับที่กระจายอยู่ตามหุบเขา
  • ป่าสนและพืชพรรณบนพื้นที่ภูเขา
  • ภูเขาสูงและยอดเขาที่มีหิมะในช่วงฤดูหนาว
  • ลำธารที่ไหลผ่านพื้นที่ป่า
  • วัฒนธรรมและสถาปัตยกรรมแบบทิเบต

ด้วยเหตุนี้จิ่วจ้ายโกวจึงเป็นสถานที่ที่เหมาะกับทั้งนักท่องเที่ยวสายธรรมชาติ คนชอบถ่ายภาพ และผู้ที่ต้องการสัมผัสอีกมุมหนึ่งของประเทศจีนที่แตกต่างจากมหานครขนาดใหญ่

ข้อมูลเบื้องต้นของจิ่วจ้ายโกว

หัวข้อ รายละเอียด
ชื่อ จิ่วจ้ายโกว (Jiuzhaigou)
ภาษาจีน 九寨沟
ประเภท อุทยานธรรมชาติและพื้นที่อนุรักษ์
มณฑล เสฉวน (Sichuan)
ภูมิภาค พื้นที่ภูเขาทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศจีน
จุดเด่น ทะเลสาบ น้ำตก ป่า ภูเขา และธรรมชาติหลากหลายฤดูกาล
เหมาะสำหรับ สายธรรมชาติ ถ่ายภาพ ครอบครัว และผู้ที่ชื่นชอบภูเขา

เสน่ห์ของจิ่วจ้ายโกวที่ทำให้ต้องไปเห็นด้วยตาตัวเอง

1. น้ำใสราวกระจกจนมองเห็นรายละเอียดใต้ผิวน้ำ

ภาพที่สร้างชื่อให้จิ่วจ้ายโกวมากที่สุดคือทะเลสาบและแอ่งน้ำสีฟ้าใส ความใสของน้ำในหลายพื้นที่ทำให้สามารถมองเห็นกิ่งไม้ ท่อนไม้ หรือรายละเอียดใต้ผิวน้ำได้อย่างชัดเจน

สิ่งที่น่าสนใจคือสีของน้ำไม่ได้เหมือนกันทุกแห่ง บางพื้นที่มีสีเขียวอมฟ้า บางจุดเป็นสีฟ้าเข้ม และบางแห่งมีหลายเฉดสีอยู่ในทะเลสาบเดียวกัน เมื่อแสงแดดตกกระทบผิวน้ำ ภาพที่เห็นจึงมีความเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

2. น้ำตกกลางป่าที่มีเอกลักษณ์

จิ่วจ้ายโกวมีน้ำตกและธารน้ำหลายแห่งที่ไหลลดหลั่นไปตามภูมิประเทศ หนึ่งในความสวยงามคือการได้เห็นสายน้ำไหลผ่านผืนป่าและโขดหิน โดยมีต้นไม้และภูเขาเป็นฉากหลัง

ในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี น้ำตกเหล่านี้จะมีบรรยากาศแตกต่างออกไป เพราะสีของใบไม้ช่วยเติมสีสันให้กับภูมิทัศน์ ขณะที่ฤดูหนาวอาจได้เห็นบางพื้นที่กลายเป็นโลกสีขาวจากหิมะและน้ำแข็ง

3. ภูเขาสูงโอบล้อมหุบเขา

ภูมิประเทศของจิ่วจ้ายโกวเป็นพื้นที่ภูเขา ทำให้เมื่อมองจากบริเวณทะเลสาบจะเห็นแนวเขาอยู่เบื้องหลัง ความสูงและความกว้างของภูมิประเทศช่วยสร้างความรู้สึกว่ากำลังอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอย่างแท้จริง

นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมคนที่ชอบถ่ายภาพ Landscape จึงมักประทับใจกับจิ่วจ้ายโกว เพราะแทบทุกมุมมีองค์ประกอบที่สามารถนำมาจัดเป็นภาพได้ ทั้งน้ำ ภูเขา ป่า และท้องฟ้า

จุดไฮไลต์สำคัญของจิ่วจ้ายโกว

ทะเลสาบห้าสี (Five Flower Lake)

ทะเลสาบห้าสี หรือ Five Flower Lake เป็นหนึ่งในจุดที่มีชื่อเสียงที่สุดของจิ่วจ้ายโกว ด้วยสีของน้ำที่มีความหลากหลายและสามารถมองเห็นรายละเอียดใต้ผิวน้ำได้อย่างสวยงาม

บริเวณทะเลสาบมีท่อนไม้ที่จมอยู่ใต้น้ำ เมื่อรวมกับสีฟ้า สีเขียว และสีเข้มของพื้นที่น้ำที่มีความลึกต่างกัน จึงเกิดเป็นลวดลายธรรมชาติที่ดูคล้ายภาพวาด

หากมาเที่ยวในวันที่อากาศแจ่มใส แสงแดดจะช่วยให้สีของน้ำดูโดดเด่นมากขึ้น จุดนี้จึงเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ควรเผื่อเวลาไว้สำหรับการถ่ายภาพ

ทะเลสาบแพนด้า (Panda Lake)

Panda Lake เป็นอีกหนึ่งทะเลสาบที่มีชื่อเสียงในเส้นทางท่องเที่ยวของจิ่วจ้ายโกว รอบพื้นที่มีภูเขาและป่าเป็นองค์ประกอบสำคัญ ทำให้บรรยากาศดูสงบและเป็นธรรมชาติ

แม้ชื่อจะทำให้นึกถึงแพนด้า แต่จุดเด่นของพื้นที่คือภูมิทัศน์และความงดงามของน้ำและธรรมชาติ ไม่ใช่สถานที่สำหรับชมแพนด้าโดยตรง

ทะเลสาบกระจก (Mirror Lake)

ชื่อของ Mirror Lake สื่อถึงลักษณะของผิวน้ำที่สามารถสะท้อนภูเขาและท้องฟ้าได้ในวันที่สภาพอากาศเหมาะสม หากลมสงบ ผิวน้ำจะดูคล้ายกระจกธรรมชาติขนาดใหญ่

นักท่องเที่ยวที่ชอบถ่ายภาพควรสังเกตช่วงเวลาที่แสงและสภาพลมเหมาะสม เพราะภาพสะท้อนบนผิวน้ำสามารถทำให้ภาพภูเขาดูสมมาตรและมีมิติมากขึ้น

น้ำตกนู่รื่อหล่าง (Nuorilang Waterfall)

น้ำตกนู่รื่อหล่าง เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กที่สำคัญของจิ่วจ้ายโกว น้ำตกขนาดใหญ่ที่ไหลผ่านแนวหินและผืนป่ากลายเป็นอีกหนึ่งภาพที่สะท้อนความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่

ในแต่ละฤดูกาล น้ำตกจะให้ความรู้สึกต่างกันอย่างชัดเจน ช่วงที่มีน้ำมากจะเห็นพลังของสายน้ำ ส่วนในช่วงอากาศหนาว ภูมิทัศน์โดยรอบจะเพิ่มบรรยากาศเย็นยะเยือกและมีเสน่ห์อีกแบบ

เที่ยวจิ่วจ้ายโกวแต่ละฤดู สวยแตกต่างกันอย่างไร?

หนึ่งในความพิเศษของจิ่วจ้ายโกวคือสามารถเดินทางได้หลายฤดู และแต่ละช่วงจะให้ภาพที่ไม่เหมือนกัน หากกำลังเลือกช่วงเวลาเดินทางกับ ทัวร์จีน ควรเลือกจากสไตล์ภาพและประสบการณ์ที่ต้องการ

ฤดูกาล บรรยากาศ เหมาะกับ
ฤดูใบไม้ผลิ ธรรมชาติเริ่มกลับมาสดชื่น อากาศเย็นสบาย คนที่ชอบความสงบและธรรมชาติ
ฤดูร้อน ป่าเขียว น้ำตกและลำธารมีชีวิตชีวา สายธรรมชาติและครอบครัว
ฤดูใบไม้ร่วง ใบไม้เปลี่ยนสีตัดกับทะเลสาบสีฟ้า สายถ่ายภาพ
ฤดูหนาว หิมะ ภูเขา น้ำแข็ง และบรรยากาศเงียบสงบ คนชอบหิมะและภูเขา

ช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ทำไมจิ่วจ้ายโกวจึงสวยเป็นพิเศษ?

หากต้องเลือกช่วงที่มีภาพจำโดดเด่นที่สุดช่วงหนึ่งของจิ่วจ้ายโกว หลายคนมักนึกถึงฤดูใบไม้ร่วง เพราะสีของใบไม้ที่เปลี่ยนจากสีเขียวไปเป็นเหลือง ส้ม และแดง จะสร้างความแตกต่างกับสีฟ้าและสีเขียวของทะเลสาบอย่างชัดเจน

เมื่อมองจากจุดสูงลงไปยังทะเลสาบ จะเห็นผืนป่าหลากสีโอบล้อมผืนน้ำ เป็นองค์ประกอบที่เหมาะกับการถ่ายภาพมากเป็นพิเศษ

อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลาใบไม้เปลี่ยนสีในแต่ละปีอาจแตกต่างกันตามสภาพอากาศและพื้นที่ ดังนั้นหากตั้งใจไปชมใบไม้เปลี่ยนสีโดยเฉพาะ ควรตรวจสอบสภาพอากาศและข้อมูลการท่องเที่ยวก่อนเดินทาง

จิ่วจ้ายโกวหน้าหนาว เสน่ห์ของดินแดนสีขาว

เมื่อฤดูหนาวมาถึง จิ่วจ้ายโกวจะเปลี่ยนบรรยากาศจากป่าเขียวและสีสันของฤดูใบไม้ร่วงไปเป็นโลกที่มีสีขาวของหิมะเข้ามาเป็นองค์ประกอบ

ภูเขา ต้นไม้ และทางเดินบางพื้นที่ถูกปกคลุมด้วยหิมะ ขณะที่ทะเลสาบและน้ำตกบางส่วนอาจมีน้ำแข็งเข้ามาเพิ่มรายละเอียด ทำให้ภาพของจิ่วจ้ายโกวในฤดูหนาวมีความเงียบสงบและแตกต่างจากฤดูอื่น

สำหรับนักท่องเที่ยวไทยที่ต้องการสัมผัสหิมะ การเลือก ทัวร์จีน ที่มีจิ่วจ้ายโกวเป็นจุดหมายจึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ โดยเฉพาะคนที่ต้องการสัมผัสอากาศหนาวและวิวภูเขาโดยไม่จำเป็นต้องเดินทางไปยุโรป

การเดินเที่ยวภายในจิ่วจ้ายโกว

เนื่องจากจิ่วจ้ายโกวเป็นพื้นที่ธรรมชาติขนาดใหญ่ การเที่ยวภายในอุทยานจึงแตกต่างจากการเดินเที่ยวในเมืองทั่วไป นักท่องเที่ยวไม่จำเป็นต้องเดินทุกระยะด้วยตัวเอง เพราะมีระบบการเดินทางภายในพื้นที่สำหรับเชื่อมต่อจุดท่องเที่ยวต่าง ๆ

การวางแผนเที่ยวจึงควรดูทั้งระยะทาง จุดขึ้นลง และเวลาที่ใช้ในแต่ละโซน หากเดินทางกับทัวร์ หัวหน้าทัวร์หรือไกด์จะช่วยจัดลำดับการเที่ยวให้เหมาะสมกับเวลาที่มี

สิ่งสำคัญคือไม่ควรพยายามเก็บทุกจุดจนแน่นเกินไป เพราะเสน่ห์ของจิ่วจ้ายโกวคือการได้หยุดชมธรรมชาติและถ่ายภาพ หากรีบมากเกินไปอาจทำให้พลาดรายละเอียดสวย ๆ ที่อยู่ตรงหน้า

จิ่วจ้ายโกวอยู่ที่ไหน และเดินทางอย่างไร?

จิ่วจ้ายโกวตั้งอยู่ในมณฑลเสฉวน ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศจีน เป็นพื้นที่ภูเขาที่อยู่ห่างจากเมืองใหญ่ ดังนั้นการเดินทางจึงต้องใช้การวางแผนมากกว่าการเที่ยวในเมืองอย่างเฉิงตู

หนึ่งในเมืองสำคัญที่มักใช้เป็นจุดเชื่อมต่อสำหรับการเดินทางคือ เฉิงตู (Chengdu) ซึ่งเป็นเมืองเอกของมณฑลเสฉวนและเป็นจุดเริ่มต้นยอดนิยมสำหรับการเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติหลายแห่งในภูมิภาค

สำหรับผู้ที่เดินทางด้วยตัวเอง ควรศึกษาตารางเที่ยวบิน รถรับส่ง เส้นทางถนน และเวลาเดินทางล่วงหน้า ส่วนการเลือก ทัวร์จีน จะช่วยให้เรื่องการเดินทางระหว่างเมืองและการจัดลำดับสถานที่ท่องเที่ยวเป็นเรื่องง่ายขึ้น

ทำไมการไปจิ่วจ้ายโกวกับทัวร์จีนจึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ?

จิ่วจ้ายโกวเป็นสถานที่ที่สวยมาก แต่ลักษณะพื้นที่ค่อนข้างแตกต่างจากเมืองท่องเที่ยวทั่วไป การเลือกเดินทางกับทัวร์จึงมีข้อดีหลายด้าน โดยเฉพาะสำหรับคนที่ไม่คุ้นเคยกับการเดินทางในประเทศจีน

1. ลดความยุ่งยากในการเดินทาง

เส้นทางไปจิ่วจ้ายโกวมีการเดินทางต่อเนื่องหลายช่วง การมีรถนำเที่ยวและทีมงานดูแลช่วยให้ไม่ต้องกังวลเรื่องการเปลี่ยนพาหนะหลายครั้ง

2. จัดโปรแกรมได้ครบมากขึ้น

โปรแกรมทัวร์จีนที่วางแผนดีสามารถรวมจิ่วจ้ายโกวเข้ากับสถานที่ท่องเที่ยวอื่นในเสฉวน ทำให้หนึ่งทริปสามารถสัมผัสทั้งธรรมชาติ วัฒนธรรม อาหาร และเมืองสำคัญ

3. มีผู้ดูแลเรื่องเส้นทาง

การเดินทางบนพื้นที่สูงจำเป็นต้องคำนึงถึงสภาพอากาศและความเหมาะสมของกิจกรรม การมีไกด์ช่วยประสานงานจึงเพิ่มความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว

4. เหมาะกับการเดินทางเป็นกลุ่ม

ครอบครัว กลุ่มเพื่อน หรือผู้ที่เดินทางครั้งแรกสามารถเลือกทัวร์จีนเพื่อให้มีแผนการเดินทางที่ชัดเจน ไม่ต้องเสียเวลาจัดการรายละเอียดทุกอย่างด้วยตัวเอง

เที่ยวจิ่วจ้ายโกวต้องเตรียมตัวเรื่องอะไรบ้าง?

เสื้อผ้า

อุณหภูมิในพื้นที่ภูเขาอาจแตกต่างจากเมืองด้านล่างมาก โดยเฉพาะในช่วงเช้าและช่วงเย็น ควรเตรียมเสื้อผ้าแบบ Layering เพื่อปรับตามอุณหภูมิได้ง่าย

รองเท้า

ควรเลือกคู่ที่เดินสบายและพื้นรองเท้ามีแรงยึดเกาะดี เพราะต้องเดินบนทางเดินและพื้นที่ที่อาจเปียกหรือมีน้ำแข็งในช่วงอากาศหนาว

ครีมกันแดด

แม้อากาศจะเย็น แต่พื้นที่ภูเขาที่มีแสงแดดจัดยังสามารถทำให้ผิวได้รับรังสี UV ได้ จึงควรเตรียมครีมกันแดดไว้ด้วย

น้ำดื่ม

ควรพกน้ำดื่มติดตัวระหว่างเที่ยว โดยเฉพาะหากต้องเดินเป็นระยะเวลานาน

ยาประจำตัว

ผู้ที่มียาประจำตัวควรเตรียมให้เพียงพอตลอดทริป และควรแจ้งผู้ดูแลทัวร์หากมีข้อจำกัดด้านสุขภาพที่จำเป็นต้องทราบ

เที่ยวจิ่วจ้ายโกวต้องระวังเรื่องความสูง

อีกประเด็นที่นักท่องเที่ยวควรให้ความสำคัญคือ ระดับความสูง เนื่องจากจิ่วจ้ายโกวตั้งอยู่ในพื้นที่ภูเขา อากาศและปริมาณออกซิเจนจึงแตกต่างจากพื้นที่ราบ

นักท่องเที่ยวบางคนอาจรู้สึกเหนื่อยง่าย หายใจไม่สะดวก ปวดศีรษะ หรือมีอาการไม่สบายเมื่อขึ้นพื้นที่สูง โดยเฉพาะผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมดังกล่าว

คำแนะนำง่าย ๆ คือไม่ควรรีบเดิน ควรพักเป็นระยะ ดื่มน้ำให้เพียงพอ และสังเกตร่างกายตัวเอง หากมีอาการผิดปกติควรแจ้งไกด์หรือผู้ดูแลทันที

อาหารที่ควรลองเมื่อมาเที่ยวเสฉวน

การเดินทางมาจิ่วจ้ายโกวสามารถวางแผนต่อเนื่องกับการเที่ยวเฉิงตูและพื้นที่อื่นในเสฉวน ซึ่งเป็นภูมิภาคที่มีวัฒนธรรมอาหารโดดเด่น

หนึ่งในอาหารที่มีชื่อเสียงที่สุดคืออาหารเสฉวนที่มีรสชาติจัดจ้าน โดยเฉพาะเมนูที่ใช้พริกและเครื่องเทศหลากหลายชนิด นักท่องเที่ยวที่ชอบอาหารรสจัดน่าจะถูกใจ แต่หากรับประทานเผ็ดไม่เก่ง ควรแจ้งร้านอาหารหรือไกด์ให้ช่วยแนะนำเมนูที่เหมาะสม

นอกจากนี้ยังสามารถลองอาหารท้องถิ่นและอาหารที่ได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมทิเบตในพื้นที่ได้อีกด้วย

สิ่งที่ทำให้จิ่วจ้ายโกวแตกต่างจากแหล่งท่องเที่ยวจีนอื่น

ประเทศจีนมีสถานที่ท่องเที่ยวจำนวนมาก ตั้งแต่พระราชวัง เมืองโบราณ ภูเขา ไปจนถึงมหานครขนาดใหญ่ แต่จิ่วจ้ายโกวมีความโดดเด่นในด้าน “ธรรมชาติที่มีสีสันในตัวเอง”

ทะเลสาบไม่ได้มีเพียงสีเดียว ภูเขาไม่ได้เป็นเพียงฉากหลัง และป่าไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่สีเขียว แต่ทุกองค์ประกอบมีบทบาทร่วมกันจนเกิดเป็นภูมิทัศน์ที่มีเอกลักษณ์

นี่คือเหตุผลที่จิ่วจ้ายโกวสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ทั้งคนที่เคยไปจีนมาแล้วและคนที่กำลังเดินทางไปจีนเป็นครั้งแรก


สำหรับนักท่องเที่ยวที่กำลังมองหาเส้นทาง ทัวร์จีน ที่เน้นธรรมชาติ สามารถเลือกอ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ เที่ยวเสฉวน และวางแผนต่อเนื่องกับ เที่ยวเฉิงตู ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเมืองสำคัญสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้

หากต้องการสัมผัสบรรยากาศที่แตกต่างจากเมืองใหญ่ ทัวร์จิ่วจ้ายโกว ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ โดยเฉพาะคนที่ชื่นชอบทะเลสาบ น้ำตก ภูเขา และการถ่ายภาพธรรมชาติ

จำนวนผู้เข้าชม 5 ครั้ง