
17
Sep
ญี่ปุ่น
เทศกาลหิมะซัปโปโร 2027 (Sapporo Snow Festival) เที่ยวฮอกไกโด ชมประติมากรรมหิมะสุดยิ่งใหญ่
เทศกาลหิมะซัปโปโร 2027 คืออะไร?
ถ้าพูดถึงการเดินทางไป ฮอกไกโดในฤดูหนาว หนึ่งในภาพที่หลายคนนึกถึงเป็นอันดับแรกคงหนีไม่พ้นเมืองซัปโปโรที่ปกคลุมด้วยหิมะสีขาว และหนึ่งในงานสำคัญที่เปลี่ยนเมืองทั้งเมืองให้กลายเป็นโลกแห่งฤดูหนาวก็คือ เทศกาลหิมะซัปโปโร (Sapporo Snow Festival)
เทศกาลนี้เป็นหนึ่งในอีเวนต์ฤดูหนาวที่มีชื่อเสียงที่สุดของญี่ปุ่น จุดเด่นคือการสร้างประติมากรรมหิมะและน้ำแข็งขนาดใหญ่ รวมถึงกิจกรรมฤดูหนาว การแสดง แสงไฟ และบรรยากาศเฉพาะตัวที่หาได้ยากจากการท่องเที่ยวในช่วงเวลาอื่นของปี
สำหรับปี 2027 งานจะจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 77 ระหว่างวันที่ 4–11 กุมภาพันธ์ 2027 เป็นเวลา 8 วัน โดยมีพื้นที่หลัก 3 แห่ง ได้แก่ Odori Site, Tsudome Site และ Susukino Site แต่ละพื้นที่มีเอกลักษณ์แตกต่างกัน ทำให้การเที่ยวเทศกาลหิมะไม่ได้มีเพียงการเดินชมประติมากรรมหิมะเท่านั้น แต่สามารถจัดเป็นกิจกรรมเต็มวันได้เลย
สำหรับนักท่องเที่ยวไทยที่กำลังมองหา ทัวร์ฮอกไกโด ช่วงฤดูหนาว เทศกาลหิมะซัปโปโรถือเป็นช่วงเวลาที่น่าสนใจเป็นพิเศษ เพราะสามารถวางโปรแกรมเที่ยวร่วมกับสถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ ในฮอกไกโดได้ ไม่ว่าจะเป็นโอตารุ บิเอะ ฟุราโนะ โนโบริเบ็ตสึ หรือทะเลสาบโทยะ
เทศกาลหิมะซัปโปโร 2027 จัดวันไหน?
ข้อมูลอย่างเป็นทางการของผู้จัดงานระบุว่า Sapporo Snow Festival 2027 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 4–11 กุมภาพันธ์ 2027 รวมระยะเวลา 8 วัน โดยทั้ง 3 พื้นที่หลักจะเปิดจัดงานในช่วงเวลาเดียวกัน
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ชื่องาน | 2027 Sapporo Snow Festival |
| ครั้งที่ | ครั้งที่ 77 |
| วันที่จัดงาน | 4–11 กุมภาพันธ์ 2027 |
| ระยะเวลา | 8 วัน |
| สถานที่หลัก | Odori, Tsudome และ Susukino |
| เมือง | ซัปโปโร จังหวัดฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น |
ประวัติเทศกาลหิมะซัปโปโร จากงานเล็ก ๆ สู่เทศกาลระดับโลก
เสน่ห์ของ Sapporo Snow Festival ไม่ได้เกิดขึ้นจากการจัดงานครั้งแรกในรูปแบบที่ยิ่งใหญ่เหมือนในปัจจุบัน แต่เริ่มต้นจากกิจกรรมเล็ก ๆ ในปี 1950 เมื่อนักเรียนในท้องถิ่นสร้างประติมากรรมหิมะจำนวน 6 ชิ้นบริเวณสวนโอโดริ
จากกิจกรรมเล็ก ๆ ที่ใช้หิมะซึ่งเป็นสิ่งที่พบเห็นได้ทั่วไปในฤดูหนาวของฮอกไกโด ค่อย ๆ พัฒนากลายเป็นเทศกาลประจำเมือง และได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็นหนึ่งในงานฤดูหนาวที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติ
ปัจจุบันประติมากรรมหิมะบางชิ้นมีขนาดใหญ่จนสามารถมองเห็นได้อย่างโดดเด่นจากระยะไกล และมีการใช้เทคนิคด้านแสง สี และ Projection Mapping เพื่อเพิ่มความน่าสนใจในช่วงค่ำ ทำให้การมาเที่ยวเทศกาลสามารถแบ่งเป็นสองบรรยากาศได้อย่างชัดเจน คือช่วงกลางวันที่เหมาะกับการชมรายละเอียดของประติมากรรม และช่วงกลางคืนที่เหมาะกับการชมแสงไฟและการแสดงบนประติมากรรม
3 พื้นที่หลักของ Sapporo Snow Festival 2027 มีอะไรบ้าง?
หนึ่งในเรื่องที่ควรรู้ก่อนเดินทางมาเที่ยวเทศกาลหิมะซัปโปโร คือแต่ละพื้นที่ไม่ได้เหมือนกันทั้งหมด หากมีเวลาเพียงวันเดียว ควรเลือกพื้นที่ตามความสนใจ แต่ถ้ามีเวลาเพียงพอ การเที่ยวครบทั้ง 3 แห่งจะช่วยให้ได้ประสบการณ์ที่หลากหลายมากขึ้น
1. Odori Site – หัวใจของเทศกาลหิมะซัปโปโร
Odori Site หรือพื้นที่บริเวณสวนโอโดริ ถือเป็นจุดหลักและเป็นพื้นที่ที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ต้องการมาเยือน เพราะเป็นบริเวณที่จัดแสดงประติมากรรมหิมะขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นภาพจำของ Sapporo Snow Festival
สวนโอโดริทอดยาวผ่านใจกลางเมืองซัปโปโร ทำให้การเดินเที่ยวบริเวณนี้ค่อนข้างสะดวก และยังอยู่ใกล้กับสถานที่สำคัญในเมือง เช่น Sapporo TV Tower รวมถึงย่านช้อปปิ้งและร้านอาหารต่าง ๆ
สำหรับปี 2027 ผู้จัดงานวางแผนให้มี ประติมากรรมหิมะขนาดใหญ่ 5 ชิ้น เป็นองค์ประกอบหลัก พร้อมด้วยประติมากรรมหิมะขนาดเล็กและขนาดกลาง รวมถึงกิจกรรมฤดูหนาวต่าง ๆ
นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สำหรับการแข่งขันแกะสลักหิมะระดับนานาชาติบริเวณฝั่งตะวันตกของสวน ซึ่งเป็นอีกจุดที่เหมาะสำหรับคนที่ต้องการชมฝีมือการสร้างประติมากรรมหิมะอย่างใกล้ชิด
เดินชม Odori ช่วงกลางวันหรือกลางคืนดี?
คำตอบคือ ถ้ามีเวลา แนะนำให้ชมทั้งสองช่วง เพราะบรรยากาศแตกต่างกันอย่างชัดเจน
ช่วงกลางวันเหมาะสำหรับชมรายละเอียดของประติมากรรม โดยเฉพาะชิ้นงานขนาดใหญ่ที่มีรายละเอียดมาก เมื่อมีแสงธรรมชาติจะสามารถมองเห็นพื้นผิวและองค์ประกอบต่าง ๆ ได้ชัดเจน
ส่วนช่วงค่ำจะได้เห็นประติมากรรมหิมะในอีกมุมหนึ่ง เพราะมีการประดับไฟและกิจกรรมด้านแสงในบางพื้นที่ เมื่อท้องฟ้ามืดลง ประติมากรรมสีขาวจะกลายเป็นฉากสำหรับแสงสีและการแสดง ทำให้บรรยากาศแตกต่างจากตอนกลางวันอย่างมาก
2. Tsudome Site – สนุกกับกิจกรรมหิมะสำหรับครอบครัว
ถ้า Odori เน้นการชมประติมากรรมหิมะขนาดใหญ่ Tsudome Site จะมีบรรยากาศที่เน้นกิจกรรมและความสนุกมากกว่า จึงเหมาะสำหรับครอบครัว กลุ่มเพื่อน และนักท่องเที่ยวที่อยากสัมผัสหิมะแบบกิจกรรมกลางแจ้ง
บริเวณนี้มีกิจกรรมเกี่ยวกับหิมะ เช่น สไลเดอร์ขนาดใหญ่และกิจกรรมกลางแจ้ง รวมถึงพื้นที่ภายในอาคาร ทำให้สามารถใช้เวลาเที่ยวได้หลากหลายกว่าเพียงการเดินชมประติมากรรม
สำหรับครอบครัวที่เดินทางไป ทัวร์ฮอกไกโด พร้อมเด็ก ๆ Tsudome จึงเป็นสถานที่ที่ควรพิจารณาเป็นพิเศษ เพราะเด็กสามารถสนุกกับกิจกรรมหิมะได้ ขณะที่ผู้ใหญ่ก็สามารถสัมผัสบรรยากาศฤดูหนาวของฮอกไกโดได้เช่นกัน
3. Susukino Site – โลกของประติมากรรมน้ำแข็งท่ามกลางแสงไฟเมือง
อีกหนึ่งพื้นที่ที่ไม่ควรพลาดคือ Susukino Site ซึ่งมีบรรยากาศแตกต่างจาก Odori อย่างชัดเจน เพราะเป็นการนำประติมากรรมน้ำแข็งมาอยู่ท่ามกลางย่านใจกลางเมืองที่เต็มไปด้วยแสงไฟและร้านอาหาร
ช่วงค่ำเป็นเวลาที่เหมาะกับการเดินชม Susukino เพราะแสงไฟจากอาคารและถนนช่วยทำให้ประติมากรรมน้ำแข็งดูโดดเด่นขึ้น หลายชิ้นมีรายละเอียดการแกะสลักที่ละเอียดและสวยงาม
หลังจากเดินชมประติมากรรมน้ำแข็งแล้ว ยังสามารถเดินต่อไปยังร้านอาหารและแหล่งท่องเที่ยวในย่าน Susukino ได้ จึงเป็นพื้นที่ที่สามารถรวมกิจกรรมเที่ยว ชมงาน และรับประทานอาหารเย็นไว้ในช่วงเดียวกัน
ตารางเปรียบเทียบ 3 พื้นที่หลักของเทศกาลหิมะซัปโปโร
| สถานที่ | จุดเด่น | เหมาะกับ | ช่วงที่น่าสนใจ |
|---|---|---|---|
| Odori | ประติมากรรมหิมะขนาดใหญ่ กิจกรรม และแสงไฟ | ทุกกลุ่ม | กลางวันและค่ำ |
| Tsudome | กิจกรรมหิมะ สไลเดอร์ และกิจกรรมสำหรับครอบครัว | ครอบครัวและเด็ก | กลางวัน |
| Susukino | ประติมากรรมน้ำแข็งท่ามกลางแสงไฟเมือง | คู่รักและสายถ่ายภาพ | ช่วงค่ำ |
ไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเทศกาลหิมะซัปโปโร
ประติมากรรมหิมะขนาดยักษ์
สิ่งแรกที่ควรหาเมื่อมาถึง Odori คือประติมากรรมหิมะขนาดใหญ่ เพราะเป็นผลงานที่แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการออกแบบและก่อสร้างจากหิมะในระดับที่น่าทึ่ง
ประติมากรรมเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงก้อนหิมะขนาดใหญ่ แต่ต้องผ่านกระบวนการวางแบบ สร้างโครง และตกแต่งรายละเอียดอย่างเป็นขั้นตอน บางชิ้นจำลองอาคารหรือบุคคลที่มีรายละเอียดซับซ้อน จึงควรใช้เวลาเดินชมในระยะใกล้เพื่อดูรายละเอียดที่อาจมองไม่เห็นจากระยะไกล
Projection Mapping และแสงไฟยามค่ำคืน
เมื่อพระอาทิตย์ตก บรรยากาศของเทศกาลจะเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด ประติมากรรมหิมะหลายจุดถูกนำมาใช้เป็นพื้นที่สำหรับการแสดงแสงและ Projection Mapping ทำให้เกิดภาพเคลื่อนไหวและสีสันบนพื้นผิวของหิมะ
หากต้องการเก็บบรรยากาศช่วงกลางคืน แนะนำให้เผื่อเวลาอยู่บริเวณ Odori จนหลังพระอาทิตย์ตก เพราะจะได้เห็นเทศกาลในอีกบรรยากาศหนึ่งที่แตกต่างจากช่วงกลางวัน
การแข่งขันแกะสลักหิมะนานาชาติ
บริเวณ Odori ยังมีพื้นที่สำหรับ International Snow Sculpture Contest ซึ่งเป็นอีกส่วนหนึ่งที่สะท้อนความเป็นนานาชาติของเทศกาล ทีมจากประเทศและภูมิภาคต่าง ๆ จะนำทักษะด้านการแกะสลักมาสร้างผลงานจากหิมะ
นักท่องเที่ยวจึงไม่ได้เพียงมาชมผลงานที่สร้างเสร็จแล้ว แต่ในบางช่วงยังสามารถเห็นบรรยากาศการทำงานของทีมผู้เข้าแข่งขันได้อีกด้วย
อากาศซัปโปโรช่วงเทศกาลหิมะหนาวแค่ไหน?
เดือนกุมภาพันธ์เป็นหนึ่งในช่วงที่หนาวที่สุดของซัปโปโร อุณหภูมิเฉลี่ยในเดือนนี้อยู่ที่ประมาณ -3.4 องศาเซลเซียส และมีหิมะตกเป็นระยะ ดังนั้นการเตรียมเสื้อผ้าให้เหมาะสมจึงเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับผู้เดินทางจากประเทศไทย
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขอุณหภูมิเป็นเพียงข้อมูลโดยเฉลี่ย สภาพอากาศจริงในแต่ละวันสามารถเปลี่ยนแปลงได้ จึงควรตรวจสอบพยากรณ์อากาศก่อนเดินทางและเตรียมเสื้อผ้าให้เหมาะกับกิจกรรมที่วางแผนไว้
แต่งตัวอย่างไรเมื่อไป Sapporo Snow Festival?
สำหรับนักท่องเที่ยวไทยที่ไม่คุ้นเคยกับอากาศติดลบ การแต่งตัวแบบหลายชั้นจะช่วยให้ปรับตัวได้ง่ายกว่าการใส่เสื้อหนามากเพียงชั้นเดียว เพราะเมื่อเข้าไปในร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า หรือสถานีรถไฟ อาจมีอุณหภูมิอุ่นกว่าด้านนอกมาก
| สิ่งที่ควรเตรียม | เหตุผล |
|---|---|
| เสื้อกันหนาวคุณภาพดี | ช่วยรักษาความอบอุ่นระหว่างเดินกลางแจ้ง |
| เสื้อด้านในแบบ Heattech หรือ Thermal | ช่วยเพิ่มความอบอุ่นโดยไม่ต้องใส่เสื้อหนาหลายชั้นเกินไป |
| ถุงมือ | ช่วยป้องกันมือจากอากาศหนาวและหิมะ |
| หมวกและผ้าพันคอ | ช่วยลดการสูญเสียความร้อนบริเวณศีรษะและลำคอ |
| รองเท้ากันลื่น | สำคัญมากสำหรับการเดินบนพื้นหิมะหรือน้ำแข็ง |
| ถุงเท้าหนา | ช่วยเพิ่มความอบอุ่นให้เท้าระหว่างเดินเที่ยว |
รองเท้าสำคัญกว่าที่คิดเมื่อเที่ยวเทศกาลหิมะ
หนึ่งในสิ่งที่นักท่องเที่ยวจากประเทศเขตร้อนควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษคือ รองเท้า เพราะพื้นถนนในซัปโปโรช่วงฤดูหนาวอาจมีทั้งหิมะ น้ำแข็ง และพื้นเปียกจากการละลายของหิมะ
รองเท้าที่เหมาะควรมีพื้นยึดเกาะดีและสามารถกันน้ำได้ หากรองเท้าสวยแต่พื้นเรียบมาก อาจเดินลำบากกว่าที่คิด โดยเฉพาะบริเวณที่มีคนเดินผ่านจำนวนมากจนหิมะถูกกดทับและกลายเป็นพื้นแข็งหรือน้ำแข็ง
นักท่องเที่ยวที่เดินทางกับ ทัวร์ฮอกไกโด ก็ควรเตรียมรองเท้าที่เหมาะตั้งแต่ประเทศไทย เพราะการต้องซื้อรองเท้าใหม่เมื่อเดินทางถึงญี่ปุ่นอาจเสียเวลาและทำให้การเที่ยวไม่สะดวก
การเดินทางไปเทศกาลหิมะซัปโปโร
ข้อดีของเทศกาลหิมะซัปโปโรคือพื้นที่หลักอย่าง Odori และ Susukino อยู่ในบริเวณใจกลางเมือง ทำให้สามารถเดินทางด้วยระบบรถไฟใต้ดินได้สะดวก
สำหรับ Odori Site สามารถเดินทางมายังบริเวณ Odori Station แล้วเดินต่อเข้าสู่สวนโอโดริได้ ส่วน Susukino สามารถใช้สถานี Susukino เป็นจุดหมายปลายทางได้ ขณะที่ Tsudome ตั้งอยู่คนละบริเวณและควรวางแผนการเดินทางแยกจากสองพื้นที่แรก
| พื้นที่ | สถานี/จุดอ้างอิง | ลักษณะการเดินทาง |
|---|---|---|
| Odori | Odori Subway Station | เดินต่อเข้าสวนโอโดริ |
| Susukino | Susukino Subway Station | เดินชมตามแนวถนนในย่าน Susukino |
| Tsudome | Sakaemachi Subway Station | เดินต่อจากสถานีไปยังพื้นที่จัดงาน |
นอกจากเทศกาลหิมะแล้ว ทัวร์ฮอกไกโดควรเที่ยวที่ไหนอีก?
การเดินทางมาซัปโปโรในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์สามารถวางโปรแกรมร่วมกับสถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ ของฮอกไกโดได้ โดยเฉพาะเส้นทางที่ใช้ซัปโปโรเป็นฐาน
โอตารุ (Otaru)
เมืองท่าบรรยากาศโรแมนติกที่อยู่ไม่ไกลจากซัปโปโร เหมาะสำหรับเดินเล่นริมคลอง ชมอาคารเก่า ร้านขนม และร้านเครื่องแก้ว หากเดินทางในฤดูหนาวจะได้บรรยากาศเมืองท่าท่ามกลางหิมะที่แตกต่างจากซัปโปโร
โจซังเค (Jozankei)
หากต้องการสัมผัสบรรยากาศออนเซ็นท่ามกลางธรรมชาติในฤดูหนาว โจซังเคเป็นอีกตัวเลือกที่สามารถนำมาจัดร่วมกับทริปซัปโปโรได้
บิเอะและฟุราโนะ
สำหรับผู้ที่ต้องการเห็นภูมิทัศน์ฮอกไกโดในฤดูหนาว สามารถวางแผนเส้นทางไปยังบิเอะและฟุราโนะได้ ทั้งนี้ควรตรวจสอบสภาพอากาศและเส้นทางในช่วงเดินทางจริง เพราะฤดูหนาวอาจมีข้อจำกัดด้านการเดินทางมากกว่าฤดูอื่น
โนโบริเบ็ตสึ
อีกหนึ่งจุดหมายยอดนิยมสำหรับการพักผ่อนและสัมผัสออนเซ็น โดยสามารถนำมาจัดรวมกับเส้นทางฮอกไกโดหลายวันได้
ทำไมควรจองทัวร์ฮอกไกโดช่วงเทศกาลหิมะล่วงหน้า?
เทศกาลหิมะซัปโปโรเป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวเดินทางมายังฮอกไกโดเป็นจำนวนมาก ทำให้การวางแผนล่วงหน้ามีความสำคัญ โดยเฉพาะเรื่องเที่ยวบิน โรงแรม และการจัดเส้นทางท่องเที่ยว
สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางจากประเทศไทย การเลือก ทัวร์ฮอกไกโด สามารถช่วยลดภาระในการวางแผนเรื่องการเดินทางระหว่างเมือง โรงแรม และการจัดโปรแกรม เพราะช่วงฤดูหนาวมีปัจจัยด้านสภาพอากาศที่ต้องนำมาพิจารณามากกว่าปกติ
อีกข้อดีของการเดินทางกับทัวร์คือสามารถจัดเส้นทางให้ครอบคลุมทั้งเทศกาลหิมะและสถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ ได้ในทริปเดียว เช่น ซัปโปโร โอตารุ โนโบริเบ็ตสึ หรือสถานที่ท่องเที่ยวตามฤดูกาล
