เวลาทำการ

จันทร์-ศุกร์ :

09.00 - 18.00 น.

เราช่วยคุณได้

@sanookholiday

Travel License : 11/06310

หน้าแรก

/

บทความท่องเที่ยว

/

สนุกพาเที่ยวอยุธยา พระนครศรีอยุธยา 1 Day Trip

สนุกพาเที่ยวอยุธยา พระนครศรีอยุธยา 1 Day Trip

26

Mar

พระนครศรีอยุธยา

สนุกพาเที่ยวอยุธยา พระนครศรีอยุธยา 1 Day Trip

วันนี้ สนุกฮอลิเดย์มีนัดกันไปเที่ยวในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดใกล้ๆ กรุงเทพฯ แม้อากาศจะค่อนข้างร้อน (ถึงร้อนมากในบางช่วง) แต่ในเมื่อรวมตัวกันพร้อมเพรียงตั้งแต่เช้าแล้ว ร้อนแค่ไหนก็สู้จ้า!


ล้อหมุนออกจากจุดนัดพบราวๆ 9 โมงครึ่ง เราวิ่งมาตามถนนทางหลวงพิเศษหมายเลข 9 หรือมอเตอร์เวย์ ตามป้ายที่เขียนไปอยุธยานั่นละ ก่อนจะเลี้ยวเข้าสู่ถนนทางหลวงหมายเลข 32 หรือที่เรียกกันติดปากว่าสายเอเชีย เพื่อไปยังที่สถานที่แรกคือ วัดนิเวศน์ธรรมประวัติราชวรวิหาร ในเวลา 10 โมงเช้า

มาถึงแล้วก็ต้องนั่งกระเช้าลอยฟ้าข้ามฝั่งเหนือแม่น้ำเจ้าพระยาไปยังเกาะกลางแม่น้ำซึ่งเป็นที่ตั้งของวัด บอกก่อนว่าสามารถนั่งได้ไม่เกิน 10 คนเท่านั้น และกรุณาปิดแผงกั้นไว้ขณะกระเช้าเคลื่อนตัวด้วย แม้จะไม่คิดค่าบริการ แต่ก็มีจุดรับบริจาคค่าไฟฟ้าสำหรับผู้ต้องการทำบุญ

วัดนิเวศน์ธรรมประวัติราชวรวิหาร

วัดนี้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2419 สำหรับเป็นที่บำเพ็ญพระราชกุศลของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เสด็จฯ แปรพระราชฐานมาประทับยังจังหวัดพระราชวังบางปะอิน จุดเด่นของวัดนี้อยู่ที่พระอุโบสถที่สร้างเลียนแบบโบสถ์ฝรั่งโดยใช้ศิลปะแบบโกธิก มีโดมหอคอยปลายแหลมตามอย่างวิหารสถาปัตยกรรมตะวันตก เหนือขึ้นไปประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ มองเผินๆนึกว่าเราเข้ามาในโบสถ์คริสต์ แต่ต้องบอกตัวเองกับเพื่อนร่วมทางว่านี่คือวัดไทยนะจ๊ะ!


ผู้เขียนชอบสีชมพูที่ตัดกับสีเขียวบนฝาผนังของตัวอาคารหลายหลังภายในวัด บรรยากาศเงียบสงบเพราะเป็นเขตสังฆาวาส มีคนมาไหว้สักการะและถ่ายรูปพอสมควร (เรามาวันที่คนไม่ค่อยเยอะตามคอนเซ็ปต์เที่ยววันธรรมดา) เดินอยู่ที่วัดสักพักก็ข้ามฝั่งกลับมา หันดูเวลาอีกที อ้าว! 11 โมงกว่าแล้ว เลยต้องนั่งรถไปตามถนนเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา ผ่านตลาดโก้งโค้ง เข้าสู่ตัวอำเภอเมือง และมาหยุดที่วัดพนัญเชิงวรวิหาร


วัดพนัญเชิงวรวิหาร

ที่จอดรถที่วัดนี้กว้างขวางมาก มีทั้งในร่มและกลางแดด ห้องน้ำก็ใหญ่โต สะอาด ใครมาถึงก็ต้องเข้าไปไหว้หลวงพ่อโตหรือเจ้าพ่อซำปอกง ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปิดทองปางมารวิชัยที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของจังหวัด สร้างเมื่อ พ.ศ.1867 ส่วนใหญ่คนมักมาขอพรเรื่องหน้าที่การงานให้ประสบความสำเร็จ ให้ได้เลื่อนขั้น หรือถ้าเด็กเล็กป่วยก็พามาจุดธูปเทียน อธิษฐานฝากตัวเป็นลูก ก็จะหายวันหายคืน


ใกล้ๆมีศาลพระนางสร้อยดอกหมาก ศาลเจ้าแม่กวนอิม ที่ผู้มีจิตศรัทธาทั้งชาวไทยและต่างชาติมักจะมากราบไหว้ขอพรเช่นกัน เสร็จแล้วจะเดินไปริมแม่น้ำป่าสัก ซื้ออาหารปลาถุงละ 10 บาท ไปโปรยให้เหล่ามัจฉารุมกินอย่างเมามัน พร้อมกับมองวิวแม่น้ำให้ลมพัดคลายร้อน ก็ชิลล์ไปอีกแบบ

เที่ยงกว่าแล้วเมื่อออกมาจากวัด แต่ยังไม่ค่อยหิวมากนัก ทั้งทีมเลยขอปักหมุดที่วัดอีกแห่งกันต่อที่วัดใหญ่ชัยมงคล บอกแล้วว่าไปแบบตามใจตัวเองชนิดที่ลืมกินกันเลยทีเดียว

วัดใหญ่ชัยมงคล

วัดใหญ่ฯ ที่ชาวบ้านมักเรียกกันนี้เป็นวัดที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์มากที่สุด จุดสนใจของที่นี่ คือเจดีย์ชัยมงคล อนุสรณ์แห่งชัยชนะยิ่งใหญ่ที่ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงรบชนะมังกะยอชวา พระมหาอุปราชของ กรุงหงสาวดี ผู้เขียนและเพื่อนๆพากันขึ้นบันไดไปชมทิวทัศน์มุมสูงรอบๆ ถึงจะมีลมพัดมาตลอด แต่ความร้อนก็ทำเอาต้องรีบถ่ายภาพและลงมาพักด้านล่าง ซึ่งโดยรอบเจดีย์จะเป็นกำแพงแก้ว แต่ไม่ใช่แก้วนะ เป็นกำแพงที่ก่ออิฐและนำพระพุทธรูปปางสมาธิมาประดิษฐานรอบๆ นอกจากนี้ยังมี วิหารพระไสยาสน์ ที่ปัจจุบันตัววิหารเหลือเพียงผนังที่ทำจากการก่ออิฐถือปูนเท่านั้น

ก๋วยเตี๋ยวลอยฟ้านายดำเสนา สาขา 2

เลตมาเป็นชั่วโมง คงต้องหาอะไรกินมื้อเที่ยงกันเสียที เราผ่านวงเวียน เจดีย์วัดสามปลื้ม ขึ้นสะพานปรีดี-ธำรง เลี้ยวเข้าถนนคลองมะขามเรียงไปที่ถนนบางเอียน เจ้าถิ่นที่มาด้วยกันพามาลิ้มรส ร้านก๋วยเตี๋ยวลอยฟ้านายดำเสนา สาขา 2  สักมื้อ


ร้านนี้บอกเลยว่าราคาไม่แพง ตกอยู่ที่ชามละ 10 บาท (เล็ก) และ 20 บาท (ใหญ่) มีทั้งก๋วยเตี๋ยวไก่ฉีก ก๋วยเตี๋ยวหมูแดง ขาไก่หม้อดิน เล้งหม้อดิน  ส่วนใหญ่ก็จะสั่งมาคนละ 2-3 ชาม แต่ก๊วนเราขอจัดเต็มคราบให้ครบความอร่อย ที่แนะนำคือบะหมี่แห้งหมูแดงต้มยำที่ไม่ต้องปรุงเพิ่มเติมอะไรเลย เส้นเหนียวนุ่มคลุกเคล้าเครื่องปรุงจากคนทำมาอย่างดี เคี้ยวแป๊บๆก็หมดไม่รู้ตัว หน้าร้านมีกล้วยแขกทอดกับขนมไข่เต่าทอดร้อนๆซื้อเป็นของหวานล้างปากได้ดี มีแรงเดินต่อแล้ว

บ่ายโมงกว่าๆ เราเลาะเลียบเข้าไปในเขตอุทยานประวัติศาสตร์ มีวัด 3 แห่งที่ตั้งใจจะไปปักหมุดกัน โดยมีค่าเข้าชมคนละ 10 บาท เท่านั้น เริ่มจาก วัดพระศรีสรรเพชญ์

วัดพระศรีสรรเพชญ์

วัดนี้เป็นวัดเดียวของอยุธยาที่อยู่ในเขตพระราชฐาน เป็นวัดประจำพระราชวัง และเป็นต้นแบบวัดพระแก้ว จุดเด่นคือเจดีย์ 3 องค์เรียงตัวกันอยู่กลางวัด แต่ละองค์บรรจุพระบรมอัฐิธาตุของกษัตริย์และเชื้อพระวงศ์ เดินลงมาด้านทิศใต้ของวัดเป็นวิหารพระมงคลบพิตร ภายในเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปบุสำริดปางมารวิชัย สร้างในช่วงกรุงศรีอยุธยาตอนต้น ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 5 จึงมีการบูรณปฏิสังขรณ์ใหม่

วัดมหาธาตุ

แดดบ่ายร้อนเอาเรื่อง รีบเดินทางต่อไปยังวัดมหาธาตุ ตรงถนนชีกุน เลยดีกว่า วัดนี้เคยเป็นที่ประดิษฐานพระบรมธาตุใจกลางพระนคร และเป็นที่พำนักของสมเด็จพระสังฆราชฝ่ายคามวาสีอีกด้วย สิ่งก่อสร้างสำคัญ อาทิ พระปรางค์ เจดีย์ วิหาร ล้วนได้รับความเสียหายจากศึกสงคราม บางจุดก็มีการบูรณะ แต่ไฮไลต์ที่ใครผ่านไป-มาจะต้องแวะถ่ายรูป (ซึ่งรวมถึงพวกเราด้วย) ก็คือวิหารเล็ก ที่มีรากไม้แผ่รากขึ้นเกาะเต็มผนัง โดยรากไม้ส่วนหนึ่งได้ล้อมเศียรพระพุทธรูปไว้จนดูน่าอัศจรรย์

วัดราชบูรณะ

เดินถัดมาไม่ไกล จุดหมายคือ วัดราชบูรณะ เป็นวัดใหญ่และเก่าแก่มากที่สุดอีกแห่งของจังหวัด จุดเด่นที่เมื่อมองจากข้างนอกเข้าไปก็คือปรางค์ประธานที่ค่อนข้างสมบูรณ์ เพราะได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์มาแล้ว ภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนังซึ่งผู้สนใจสามารถขึ้นบันไดเข้าไปชมได้


เจ้าหน้าที่อุทยานเล่าให้ฟังว่า ที่วัดนี้เคยมีเรื่องของกรุวัดราชบูรณะที่ถูกโจรขุดลักลอบนำของมีค่าออกไป จนกระทั่งกรมศิลปากรได้เข้าไปสำรวจ และยังพบของต่างๆอีกกว่า 2,000 รายการ จึงได้นำไปเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑ์เจ้าสามพระยา ปัจจุบันกรุวัดนี้เป็นเพียงห้องโล่งๆที่นักท่องเที่ยวเดินเข้าไปชมความงามได้เท่านั้น

ร้านปรางค์วิวคาเฟ่

เดินจนหมดแรงเพราะแสงแดดทำหน้าที่ดีเหลือเกิน หันไปมองฝั่งตรงข้ามวัด เห็นร้านกาแฟสีขาวดูน่าเข้าไปนั่งพัก แล้วก็ไม่ผิดหวังจริงๆกับร้านปรางค์วิวคาเฟ่

เปิดประตูกระจกเข้าไป ได้กลิ่นขนมและเครื่องดื่มเตะจมูกก่อนอื่น นั่งริมหน้าต่างมองผ่านม่านสีขาวออกไปเจอยอดพระปรางค์วัดราชบูรณะสมชื่อร้านจริงๆ ภายในร้านก็สะอาดสวยโปร่งตา จัดวางโต๊ะเก้าอี้เป็นสัดส่วน คอเซลฟี่มีมุมให้ถ่ายรูปเช็กอินอยู่หลายจุด ส่วนของกินก็มีทั้งของคาว ของหวานที่มีความเป็นฟิวชั่นให้เลือกอร่อย เราสั่งชาไทยท็อปปิ้งด้วยขนมฝอยทอง ซิกเนเจอร์ของร้านมาลอง แต่ละคนก็มีเครื่องดื่มเย็นสดชื่นมาดับร้อนกันคนละแก้ว

วัดไชยวัฒนาราม

วัดนี้เป็นวัดเก่าแก่สมัย อยุธยา ตอนปลายในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นวัดหลวงที่บำเพ็ญพระราชกุศลของพระมหากษัตริย์สมัยกรุงศรีอยุธยาเกือบทุกพระองค์ ทั้งยังเป็นสถานที่ถวายพระเพลิงศพพระบรมวงศานุวงศ์อีกด้วย จึงได้รับการปฏิสังขรณ์สืบต่อมาทุกรัชสมัย สิ่งที่น่าสนใจคือปรางค์ประธานตรงกลาง  ซึ่งยอดทำเป็นรัดประคดซ้อนกัน 7 ชั้น เป็นลวดลายงดงาม  ช่วงที่เราไปกัน ทางกรมศิลปากรปิดพื้นที่บางส่วนเพื่อบูรณปฏิสังขรณ์ แต่ก็ไม่ทำให้ความงดงามยามแสงสนธยาตกกระทบตัวเจดีย์ลดน้อยไปเลยสักนิด ยิ่งถ้าใครมาช่วงวันเพ็ญค่ำๆ รอถ่ายภาพองค์พระปรางค์กับดวงจันทร์บนท้องฟ้า ยิ่งงดงามจับใจมากๆ

จบทริปนี้ด้วยความประทับใจ ปักหมุดเที่ยวเรื่อยไปแบบไม่ซีเรียสกับตัวเองมากนัก ถือเป็นชาร์จพลังเอาแรงได้ดีอย่างหนึ่ง แบบนี้ทริปหน้าคงต้องจัดไปเร็วๆนี้แน่นอน

จำนวนผู้เข้าชม 13 ครั้ง