Black Ribbon Top Right

เวลาทำการ

จันทร์-ศุกร์ :

09.00 - 18.00 น.

เราช่วยคุณได้

@sanookholiday

Travel License : 11/06310

เที่ยวมาเก๊า

วัดอาม่า (A-Ma Temple) มรดกโลกทางประวัติศาสตร์แห่งมาเก๊า สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่ควรพลาด

วัดอาม่า (A-Ma Temple) มรดกโลกทางประวัติศาสตร์แห่งมาเก๊า สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่ควรพลาด

8

เมื่อพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความสำคัญทั้งด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และความศรัทธาในเขตบริหารพิเศษมาเก๊า วัดอาม่า (A-Ma Temple) คือหนึ่งในสถานที่ที่ได้รับการกล่าวถึงมากที่สุด วัดแห่งนี้ไม่เพียงเป็นศาสนสถานเก่าแก่ที่มีอายุหลายร้อยปี แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของ ศูนย์ประวัติศาสตร์แห่งมาเก๊า (Historic Centre of Macao) ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก (UNESCO) เมื่อปี พ.ศ. 2548 นักท่องเที่ยวจำนวนมากที่เดินทางมากับ ทัวร์มาเก๊า มักเลือกแวะเยี่ยมชมวัดอาม่า เพราะนอกจากจะได้สัมผัสสถาปัตยกรรมจีนดั้งเดิมที่งดงามแล้ว ยังสามารถสักการะเทพเจ้าเพื่อความเป็นสิริมงคล ขอพรเรื่องความปลอดภัย การเดินทาง โชคลาภ และความสำเร็จในชีวิตอีกด้วย วัดอาม่าตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาด้านตะวันตกเฉียงใต้ของคาบสมุทรมาเก๊า หันหน้าออกสู่ทะเล ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันแนบแน่นระหว่างชุมชนชาวประมงกับเทพีผู้คุ้มครองท้องทะเลมาตั้งแต่อดีต ประวัติความเป็นมาของวัดอาม่า วัดอาม่าเป็นวัดที่มีประวัติยาวนานกว่า 500 ปี สร้างขึ้นในช่วงปลายราชวงศ์หมิง ก่อนที่ชาวโปรตุเกสจะเข้ามาตั้งถิ่นฐานในมาเก๊าเสียอีก จึงนับว่าเป็นศาสนสถานที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของเมือง ตามตำนานเล่าว่า มีหญิงสาวลึกลับผู้หนึ่งโดยสารเรือของชาวประมงท่ามกลางพายุรุนแรง หลังจากเรือเดินทางถึงฝั่งอย่างปลอดภัย หญิงสาวได้เผยองค์เป็นเทพีแห่งท้องทะเล ก่อนจะหายไปบนเนินเขา ชาวบ้านจึงสร้างวัดขึ้นเพื่อเป็นการสักการะเทพีองค์นี้ ซึ่งต่อมารู้จักกันในชื่อ เทพีอาม่า (Mazu) หรือ เจ้าแม่ทับทิม ชื่อ "มาเก๊า" (Macau) เองก็มีความเชื่อว่าเกิดจากคำว่า "A-Ma-Gau" ซึ่งแปลว่า "อ่าวของอาม่า" เมื่อชาวโปรตุเกสสอบถามชื่อสถานที่จากชาวบ้านในอดีต จึงกลายมาเป็นชื่อเรียกของเมืองที่ใช้มาจนถึงปัจจุบัน เหตุผลที่วัดอาม่าได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก วัดอาม่าได้รับการยกย่องให้เป็นส่วนหนึ่งของแหล่งมรดกโลก เนื่องจากมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม และวัฒนธรรมที่โดดเด่น วัดแห่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงการอยู่ร่วมกันของอารยธรรมตะวันออกและตะวันตก ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของมาเก๊าที่หาได้ยากในภูมิภาคเอเชีย นอกจากนี้ ภายในวัดยังคงรักษารูปแบบสถาปัตยกรรมจีนดั้งเดิมไว้ได้อย่างสมบูรณ์ ทั้งศาลเจ้า ลานหิน บันไดหินโบราณ หลังคากระเบื้องโค้ง และงานแกะสลักที่ประณีต ทำให้วัดอาม่ากลายเป็นแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง