Black Ribbon Top Right

เวลาทำการ

จันทร์-ศุกร์ :

09.00 - 18.00 น.

เราช่วยคุณได้

@sanookholiday

Travel License : 11/06310

หน้าแรก

/

ข้อมูลท่องเที่ยว

/

เที่ยวเวียดนาม

เที่ยวเวียดนาม

ไปรษณีย์กลางไซง่อน (Saigon Post Office) เสน่ห์สถาปัตยกรรมฝรั่งเศสใจกลางโฮจิมินห์

ไปรษณีย์กลางไซง่อน (Saigon Post Office) เสน่ห์สถาปัตยกรรมฝรั่งเศสใจกลางโฮจิมินห์

169

ไปรษณีย์กลางไซง่อน อันโด่งดัง ในนครโฮจิมินห์ ซึ่งเป็นอัญมณีทางสถาปัตยกรรมอันโดดเด่นที่ผสมผสานความสง่างามแบบอาณานิคมเข้ากับลักษณะเฉพาะของเวียดนาม ตั้งอยู่ที่เลขที่ 2 ถนน Công‑Xã‑Parisเขต 1 ในจัตุรัส Paris Commune ตรงข้ามกับมหาวิหาร Notre Dameประวัติความเป็นมาสำนักงานโทรเลข/ไปรษณีย์ดั้งเดิมเปิดทำการในปี พ.ศ. 2406 โดยได้รับการออกแบบโดยกุสตาฟ ไอเฟลโครงสร้างอันงดงามในปัจจุบัน สร้างขึ้นระหว่างปี พ.ศ. 2429 ถึง พ.ศ. 2434ออกแบบโดยสถาปนิกใหญ่มารี อัลเฟรด ฟูลอูซ์ซึ่งมักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นผลงานของไอเฟล ออกุสต์ อองรี วิลดิเยอ ร่วมมือในโครงการนี้จุดเด่นทางสถาปัตยกรรมด้านหน้า อาคารแบบนีโอบาร็อคสีเหลืองพร้อมบานประตูหน้าต่างสีเขียวและเสาปูนประดับตกแต่งทำให้ดูมีรูปลักษณ์แบบอาณานิคมของฝรั่งเศสอย่างชัดเจน นาฬิกากลางขนาดใหญ่ที่นำเข้าจากปารีสตั้งอยู่เหนือทางเข้า แผ่นป้ายตกแต่งที่มีชื่อต่างๆ เช่นมอร์ส แอมแปร์ โวลตา โอห์ม เดส์การ์ตส์ ฟาราเดย์เป็นการยกย่องผู้บุกเบิกด้านการสื่อสารและวิทยาศาสตร์ องค์ประกอบที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเอเชีย ได้แก่สันหลังคาแบบเขมรซึ่งเป็นการผสมผสานเชิงสัญลักษณ์ระหว่างตะวันออกและตะวันตกองค์ประกอบภายในก้าวเข้าไปในห้องโถงใหญ่ที่มีเพดานโค้ง ซุ้มประตูเหล็กหล่อและสถาปัตยกรรมที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสถานีรถไฟในยุโรป อันเป็นเอกลักษณ์ของการออกแบบแบบโบซาร์พื้นปูด้วยกระเบื้องหินอ่อนมีเคาน์เตอร์ไม้ยาว และมีตู้โทรศัพท์สไตล์ย้อนยุคเรียงรายอยู่ด้านข้างแผนที่ผนังประวัติศาสตร์สองแผ่น แผ่นหนึ่งแสดงไซง่อนและบริเวณโดยรอบ (พ.ศ. 2435)และอีกแผ่นแสดงเส้นทางโทรเลขของเวียดนามตอนใต้และกัมพูชา (พ.ศ. 2435 )ภาพเหมือนของโฮจิมินห์ ที่ใหญ่ที่สุด ตั้งอยู่บนห้องโถงหลัก แสดงให้เห็นถึงการผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างประวัติศาสตร์อาณานิคมและอัตลักษณ์เวียดนามสมัยใหม่ฟังก์ชันการทำงานและประสบการณ์ของผู้เยี่ยมชมที่ทำการไปรษณีย์ยังคงเปิดดำเนินการอย่างเต็มรูปแบบ โดยให้บริการไปรษณีย์ โปสการ์ด แสตมป์ การซื้อของที่ระลึก และอื่นๆ อีกมากมาย

เกาะฟูก๊วก (Phu Quoc): ไข่มุกแห่งเวียดนามใต้... มนต์เสน่ห์ที่คนรักทะเลต้องมาสัมผัสด้วยตาตนเอง

เกาะฟูก๊วก (Phu Quoc): ไข่มุกแห่งเวียดนามใต้... มนต์เสน่ห์ที่คนรักทะเลต้องมาสัมผัสด้วยตาตนเอง

304

หากพูดถึง "เวียดนาม" หลายคนอาจนึกถึงความวุ่นวายของฮานอย หรือความคลาสสิกของฮอยอัน แต่หากคุณกำลังมองหา "การพักผ่อนระดับพรีเมียม" ท่ามกลางน้ำทะเลสีครามและหาดทรายที่ขาวละเอียดดุจผงแป้ง คำตอบเดียวที่คุณต้องปักหมุดไว้คือ เกาะฟูก๊วก (Phu Quoc) หรือที่ได้รับฉายาว่า "ไข่มุกแห่งทะเลเวียดนามใต้"ในฐานะทีมงาน Sanook Holiday ที่ออกแบบเส้นทาง ทัวร์เวียดนาม มาอย่างยาวนาน เราขอยกให้ฟูก๊วกเป็นหมุดหมายที่ "โตไวที่สุดและน่าเที่ยวที่สุด" ของเวียดนามในขณะนี้ ด้วยการผสมผสานระหว่างธรรมชาติที่ยังสมบูรณ์ รีสอร์ทแบรนด์หรูระดับโลก และกิจกรรมความบันเทิงที่ครบวงจร ทำให้ฟูก๊วกไม่ใช่แค่ที่เที่ยว แต่มันคือประสบการณ์การพักผ่อนที่คุณจะได้ "เติมเต็ม" ให้กับชีวิตอย่างแท้จริง

เทศกาลดอกไม้ไฟนานาชาติดานัง 2026 (DIFF) มหาปรากฏการณ์แห่งแสงสีเหนือสายน้ำ

เทศกาลดอกไม้ไฟนานาชาติดานัง 2026 (DIFF) มหาปรากฏการณ์แห่งแสงสีเหนือสายน้ำ

203

หากคุณคิดว่าเมืองดานัง (Da Nang) มีดีแค่บานาฮิลล์ สะพานมือสีทอง หรือหาดทรายขาวละเอียด... เราอยากให้คุณลองจินตนาการถึงภาพของท้องฟ้ายามค่ำคืนที่ถูกย้อมไปด้วยสีสันอันเจิดจรัสของดอกไม้ไฟนับหมื่นนัด ตระการตาไปกับเทคนิคการจุดระเบิดแสงสีสอดประสานกับท่วงทำนองดนตรีระดับโลก โดยมีฉากหลังเป็นสะพานมังกรพ่นไฟและสายน้ำอันนิ่งสงบของแม่น้ำฮัน (Han River)ภาพความฝันที่เหนือจริงนี้เกิดขึ้นใน "เทศกาลดอกไม้ไฟนานาชาติดานัง 2026" (Danang International Fireworks Festival - DIFF 2026) มหกรรมความบันเทิงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นหมุดหมายพรีเมียมที่ห้ามพลาดเด็ดขาดในโปรแกรม ทัวร์เวียดนาม ของ Sanook Holiday ในปีนี้ เราพร้อมพาทุกท่านบินลัดฟ้าไปสัมผัสความอลังการระดับโลกนี้ในทำเลที่เอ็กซ์คลูซีฟที่สุดครับ

เมืองโบราณฮอยอัน (Hoi An Ancient Town) เสน่ห์เหนือกาลเวลาแห่งลุ่มน้ำทูโบน

เมืองโบราณฮอยอัน (Hoi An Ancient Town) เสน่ห์เหนือกาลเวลาแห่งลุ่มน้ำทูโบน

123

หากความทรงจำในการเดินทางท่องเที่ยวต่างแดนของท่าน คือการได้ทอดน่องไปตามตรอกซอกซอยแคบ ๆ ที่โดบล้อมด้วยอาคารตึกเก่าสีเหลืองมัสตาร์ดคลาสสิก ชมแสงไฟจากโคมไฟผ้าไหมนับพันดวงที่สะท้อนเงาระยิบระยับเหนือน้ำนิ่ง และสัมผัสกลิ่นอายอารยธรรมตะวันออกที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว การเดินทางมา ทัวร์เวียดนาม เพื่อปักหมุดเช็คอินที่ "เมืองโบราณฮอยอัน" (Hoi An Ancient Town) ในจังหวัดกวางนาม ทางตอนกลางของประเทศเวียดนาม คือจุดหมายปลายทางทางสุนทรียภาพขีดสุดที่ท่านต้องมาสัมผัสด้วยตาตนเองสักครั้งในชีวิตครับฮอยอัน ไม่ใช่เป็นเพียงเมืองท่องเที่ยวที่เซ็ตฉากขึ้นมาเพื่อความสวยงาม แต่เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต (Living Museum) ที่ได้รับการอนุรักษ์โครงสร้างสถาปัตยกรรมดั้งเดิมไว้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในอดีตช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 15-19 เมืองท่าริมฝั่งแม่น้ำทูโบน (Thu Bon River) แห่งนี้เคยเป็นศูนย์กลางการค้าขายระดับนานาชาติที่คึกคัก เป็นจุดบรรจบของพ่อค้าชาวจีน ญี่ปุ่น เนเธอร์แลนด์ อินเดีย และฝรั่งเศส ความหลากหลายทางวัฒนธรรมเหล่านี้จึงถูกหลอมรวมและสลักเสลาลงบนแผ่นไม้ อิฐดินเผา และวิถีชีวิตของผู้คน ในบทความมหากาพย์ฉบับนี้ ทริปดีไซเนอร์ของ Sanook Holiday จะพาทุกท่านเดินทางย้อนเวลากลับไปสู่อดีต เจาะลึกสถาปัตยกรรมไฮไลท์ พิกัดมุมถ่ายภาพ Cinematic และคู่มือเตรียมตัวเดินทางอย่างละเอียดแน่น ๆ เพื่อให้ทริปเวียดนามของท่านสมบูรณ์แบบที่สุด

กระเช้าควีน (Queen Cable Car) นวัตกรรมลอยฟ้าทุบสถิติโลก

กระเช้าควีน (Queen Cable Car) นวัตกรรมลอยฟ้าทุบสถิติโลก

111

หากความทรงจำในการเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศของท่าน คือการได้ลอยตัวอยู่เหนือน่านฟ้ากว้างไกล ทอดสายตาลงมาเบื้องล่างเห็นผืนน้ำสีมรกตอันนิ่งสนิทที่มีแท่งภูเขาหินปูนนับพันลูกปักชันสลับซับซ้อนราวกับภาพวาดพู่กันจีน และโครงสร้างสะพานขึงขนาดยักษ์ที่เชื่อมเมืองท่าล้ำสมัยเข้าด้วยกัน การเดินทางมา ทัวร์เวียดนาม เพื่อเปิดประสบการณ์นั่ง "กระเช้าควีน" (Queen Cable Car) ณ อ่าวฮาลอง (Halong Bay) จังหวัดกวางนินห์ ทางตอนเหนือของประเทศเวียดนาม คือจุดหมายปลายทางทางสุนทรียภาพขั้นสูงสุดที่ท่านห้ามพลาดเด็ดขาดในชีวิตครับอ่าวฮาลอง ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติโดยองค์การยูเนสโก (UNESCO) และถูกยกย่องให้เป็นหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติของโลก ยามที่นักเดินทางส่วนใหญ่คุ้นเคยกับการล่องเรือสำราญลักชัวรีลัดเลาะไปตามหลืบถ้ำและโขดหิน การมองฮาลองเบย์จากมุมมองแบบ Bird's-eye View เหนือน่านฟ้าคือสิทธิพิเศษระดับพรีเมียมที่ "กระเช้าควีน" มอบให้ ตัวกระเช้าลอยฟ้าขนาดมหึมานี้จะพาทุกท่านทะยานข้ามอ่าวทะเลอันงดงาม ดึงภาพทิวทัศน์แบบพาโนรามา 360 องศาเข้ามาอยู่ตรงหน้า ในบทความเจาะลึกฉบับมหากาพย์นี้ ทริปดีไซเนอร์ของ Sanook Holiday จะพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับสเปกสุดล้ำระดับโลก ไฮไลท์ฝั่งสวนสนุกเนินเขาไบ่จ๋าย และคู่มือการเตรียมตัวเดินทางอย่างละเอียดพรีเมียมที่สุดครับ

ฟานซิปัน ยอดเขาสูงเวียดนามเหนือ หลังคาแห่งอินโดจีนที่ต้องไปเยือนสักครั้ง

ฟานซิปัน ยอดเขาสูงเวียดนามเหนือ หลังคาแห่งอินโดจีนที่ต้องไปเยือนสักครั้ง

87

หากพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นแลนด์มาร์กสำคัญของประเทศเวียดนามเหนือ ชื่อของ ฟานซิปัน (Fansipan) คือจุดหมายปลายทางที่นักเดินทางทั่วโลกต่างใฝ่ฝันที่จะได้ไปสัมผัสสักครั้งในชีวิต ด้วยความสูงกว่า 3,143 เมตรจากระดับน้ำทะเล ทำให้ฟานซิปันได้รับการขนานนามว่าเป็น "หลังคาแห่งอินโดจีน" และเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แผ่นดินใหญ่ ปัจจุบันการเดินทางขึ้นสู่ยอดเขาไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เพราะมีระบบกระเช้าไฟฟ้าที่ทันสมัย ช่วยให้นักท่องเที่ยวสามารถชมวิวภูเขาสลับซับซ้อน ทะเลหมอก และธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ได้อย่างสะดวกสบาย จนกลายเป็นหนึ่งในไฮไลต์สำคัญของโปรแกรม ทัวร์เวียดนาม และ ทัวร์เวียดนามเหนือ ที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักฟานซิปันแบบเจาะลึก ตั้งแต่ประวัติ ความน่าสนใจ วิธีการเดินทาง จุดเช็กอินสำคัญ ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การท่องเที่ยว ไปจนถึงเหตุผลที่คุณไม่ควรพลาดการเยือนยอดเขาแห่งนี้เมื่อเดินทางกับ ทัวร์เวียดนาม

วัดเฉินก๊วก หรือ เจดีย์เฉินก๊วก วัดเก่าแก่ที่สุดในฮานอย สัญลักษณ์แห่งศรัทธาริมทะเลสาบตะวันตก

วัดเฉินก๊วก หรือ เจดีย์เฉินก๊วก วัดเก่าแก่ที่สุดในฮานอย สัญลักษณ์แห่งศรัทธาริมทะเลสาบตะวันตก

80

เมื่อพูดถึงสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และแลนด์มาร์กทางวัฒนธรรมที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม ชื่อของ วัดเฉินก๊วก (Tran Quoc Pagoda) หรือที่คนไทยจำนวนมากรู้จักในชื่อ เจดีย์เฉินก๊วก มักติดอันดับสถานที่ที่นักท่องเที่ยวต้องมาเยือนเสมอ วัดแห่งนี้ไม่ได้โดดเด่นเพียงเพราะความงดงามของสถาปัตยกรรมเท่านั้น แต่ยังเป็นวัดพุทธที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 1,500 ปี ถือเป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดของกรุงฮานอย และเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวเวียดนามมาหลายยุคหลายสมัย ด้วยทำเลที่ตั้งอันโดดเด่นบนเกาะเล็ก ๆ ริมทะเลสาบตะวันตก (West Lake) ทำให้วัดเฉินก๊วกมีทัศนียภาพที่สวยงามแตกต่างจากวัดอื่น ๆ ในเวียดนาม นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสความสงบ ชื่นชมสถาปัตยกรรมโบราณ และเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของประเทศได้ในสถานที่เดียว จึงกลายเป็นจุดหมายยอดนิยมในโปรแกรม ทัวร์เวียดนาม โดยเฉพาะเส้นทางฮานอย – ซาปา – ฮาลองเบย์ สำหรับผู้ที่กำลังวางแผนเดินทางกับ ทัวร์เวียดนาม และต้องการสัมผัสเสน่ห์ทางวัฒนธรรมของเวียดนามเหนืออย่างแท้จริง วัดเฉินก๊วกคือสถานที่ที่ไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง

ฮาลองเบย์ (Hạ Long Bay) อ่าวแห่งมังกร มรดกโลกสุดมหัศจรรย์ของเวียดนาม

ฮาลองเบย์ (Hạ Long Bay) อ่าวแห่งมังกร มรดกโลกสุดมหัศจรรย์ของเวียดนาม

79

หากพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่โด่งดังที่สุดของประเทศเวียดนาม ชื่อของ ฮาลองเบย์ (Hạ Long Bay) ย่อมติดอยู่ในอันดับต้น ๆ ของนักเดินทางทั่วโลก ด้วยภาพของภูเขาหินปูนหลายพันเกาะที่โผล่พ้นผืนน้ำสีเขียวมรกตอย่างสวยงาม จนได้รับการขนานนามว่า "อ่าวแห่งมังกร" และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติโดยองค์การยูเนสโก (UNESCO) ฮาลองเบย์ตั้งอยู่ในจังหวัดกว๋างนิงห์ (Quảng Ninh) ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศเวียดนาม ห่างจากกรุงฮานอยประมาณ 2–3 ชั่วโมงโดยรถยนต์ ปัจจุบันเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวทั้งชาวเวียดนามและชาวต่างชาติ โดยเฉพาะผู้ที่เลือกเดินทางกับ ทัวร์เวียดนาม ซึ่งมักบรรจุฮาลองเบย์เป็นไฮไลท์สำคัญของโปรแกรม เสน่ห์ของฮาลองเบย์ไม่ได้มีเพียงทัศนียภาพอันงดงามเท่านั้น แต่ยังรวมถึงตำนานพื้นบ้าน วัฒนธรรมชาวประมง วิถีชีวิตริมอ่าว และกิจกรรมทางทะเลที่หลากหลาย ทำให้สถานที่แห่งนี้เหมาะกับทั้งผู้ที่รักธรรมชาติ ชื่นชอบการถ่ายภาพ และผู้ที่ต้องการพักผ่อนท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบ ฮาลองเบย์อยู่ที่ไหน? ฮาลองเบย์ตั้งอยู่ริมอ่าวตังเกี๋ย (Gulf of Tonkin) ในจังหวัดกว๋างนิงห์ ครอบคลุมพื้นที่ทางทะเลมากกว่า 1,500 ตารางกิโลเมตร และประกอบด้วยเกาะหินปูนและเกาะขนาดเล็กกว่า 1,600 เกาะ ซึ่งส่วนใหญ่ไม่มีผู้คนอาศัยอยู่ ทำให้ระบบนิเวศยังคงความอุดมสมบูรณ์และมีความหลากหลายทางชีวภาพสูง การเดินทางจากกรุงฮานอยมายังฮาลองเบย์ในปัจจุบันสะดวกกว่าที่เคย ด้วยทางด่วนสายใหม่และบริการรถรับส่งที่มีให้เลือกหลายรูปแบบ จึงทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางแบบไปเช้า–เย็นกลับ หรือเลือกพักค้างคืนบนเรือสำราญเพื่อสัมผัสบรรยากาศของอ่าวได้อย่างเต็มอิ่ม ตำนาน "อ่าวแห่งมังกร" ที่สืบทอดกันมาหลายร้อยปี ชื่อ "Hạ Long" มีความหมายว่า "มังกรผู้ร่อนลงสู่ทะเล" ตามตำนานเล่าว่า ในอดีตกาลเมื่อเวียดนามต้องเผชิญกับการรุกรานจากศัตรู เหล่าเทพเจ้าได้ส่งมังกรลงมาช่วยปกป้องแผ่นดิน มังกรพ่นอัญมณีและหยกลงสู่ทะเล จนกลายเป็นหมู่เกาะหินปูนจำนวนมากที่ช่วยขัดขวางกองเรือของศัตรู หลังจากชัยชนะ มังกรไม่ได้กลับขึ้นสวรรค์ แต่เลือกอาศัยอยู่บริเวณนี้ จึงเป็นที่มาของชื่อ "ฮาลอง" และทำให้อ่าวแห่งนี้กลายเป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ ความสงบ และการคุ้มครองผืนแผ่นดินเวียดนาม

โบสถ์สีชมพู (Danang Cathedral) แลนด์มาร์กแห่งเมืองดานัง สถาปัตยกรรมยุโรปใจกลางเวียดนาม

โบสถ์สีชมพู (Danang Cathedral) แลนด์มาร์กแห่งเมืองดานัง สถาปัตยกรรมยุโรปใจกลางเวียดนาม

45

เมื่อพูดถึงเมืองดานัง (Da Nang) ประเทศเวียดนาม หลายคนอาจนึกถึงชายหาดสวย บานาฮิลล์ สะพานมังกร หรือภูเขาหินอ่อน แต่ท่ามกลางสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังเหล่านั้น ยังมีอีกหนึ่งแลนด์มาร์กที่โดดเด่นและเป็นภาพจำของเมืองดานัง นั่นคือ โบสถ์สีชมพู (Danang Cathedral) หรือที่คนไทยนิยมเรียกว่า โบสถ์คริสต์สีชมพูดานัง ด้วยอาคารสีชมพูพาสเทลอันเป็นเอกลักษณ์ ยอดแหลมสไตล์โกธิก และบรรยากาศที่แตกต่างจากสถานที่ท่องเที่ยวทั่วไป ทำให้โบสถ์แห่งนี้กลายเป็นหนึ่งในจุดถ่ายภาพยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก รวมถึงเป็นสถานที่ที่มักถูกบรรจุอยู่ในโปรแกรม ทัวร์เวียดนาม เส้นทางดานัง ฮอยอัน และเว้ แม้จะเป็นโบสถ์ขนาดไม่ใหญ่มาก แต่เสน่ห์ของ Danang Cathedral อยู่ที่ความเรียบง่าย ผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมยุโรปยุคอาณานิคมฝรั่งเศสกับสีสันสดใสที่หาได้ยาก ทำให้ทุกมุมของโบสถ์สามารถเป็นภาพถ่ายที่สวยงามและน่าจดจำ รู้จักโบสถ์สีชมพู ดานัง (Danang Cathedral) Danang Cathedral มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า Da Nang Cathedral หรือในภาษาเวียดนามเรียกว่า Nhà thờ Con Gà ซึ่งมีความหมายว่า "โบสถ์ไก่" เนื่องจากบริเวณยอดหอคอยของโบสถ์มีรูปปั้นไก่สีเทาตั้งอยู่ด้านบน เป็นสัญลักษณ์ที่โดดเด่นและเป็นที่มาของชื่อเรียกนี้ โบสถ์แห่งนี้สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1923 ในช่วงที่เวียดนามยังอยู่ภายใต้การปกครองของฝรั่งเศส โดยบาทหลวงชาวฝรั่งเศสเป็นผู้ริเริ่มก่อสร้าง เพื่อใช้เป็นศูนย์กลางทางศาสนาคริสต์ของชุมชนในเมืองดานัง ด้วยระยะเวลาการก่อสร้างประมาณ 1 ปี โบสถ์แห่งนี้จึงกลายเป็นหนึ่งในสิ่งปลูกสร้างที่สะท้อนอิทธิพลของฝรั่งเศสในเวียดนามได้อย่างชัดเจน ทั้งรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบโกธิก (Gothic Architecture) หน้าต่างกระจกสี และโครงสร้างอาคารที่มีความสูงสง่างาม

Moana Café คาเฟ่สุดฮิตแห่งเมืองซาปา เวียดนาม จุดเช็กอินวิวภูเขาสุดอลังการแห่งเมืองสายหมอก

Moana Café คาเฟ่สุดฮิตแห่งเมืองซาปา เวียดนาม จุดเช็กอินวิวภูเขาสุดอลังการแห่งเมืองสายหมอก

55

เมื่อพูดถึงเมืองท่องเที่ยวทางตอนเหนือของประเทศเวียดนาม ชื่อของ ซาปา (Sapa) ถือเป็นหนึ่งในจุดหมายที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ด้วยเสน่ห์ของเมืองเล็กกลางหุบเขา อากาศเย็นสบาย วิวภูเขาสลับซับซ้อน นาขั้นบันได และวัฒนธรรมชนเผ่าท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์ หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่กลายเป็นแลนด์มาร์กใหม่ของซาปา และได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่นักท่องเที่ยว คือ Moana Café คาเฟ่วิวสวยที่ไม่ได้เป็นเพียงร้านกาแฟธรรมดา แต่เป็นพื้นที่สำหรับชมวิว ถ่ายภาพ และสัมผัสบรรยากาศธรรมชาติแบบเต็มอิ่ม ด้วยการออกแบบพื้นที่ที่ผสมผสานระหว่างคาเฟ่ สวนถ่ายภาพ และจุดชมวิว ทำให้ Moana Café กลายเป็นหนึ่งในสถานที่ที่นักท่องเที่ยวที่เดินทางกับ ทัวร์เวียดนาม นิยมแวะมาเก็บภาพความประทับใจ โดยเฉพาะเส้นทางเที่ยวเวียดนามเหนือ ซาปา – ฮานอย รู้จัก Moana Café เมืองซาปา Moana Café Sapa ตั้งอยู่ในเมืองซาปา จังหวัดหล่าวกาย (Lao Cai) ทางภาคเหนือของประเทศเวียดนาม เป็นคาเฟ่ชื่อดังที่ได้รับการออกแบบให้เป็นจุดชมวิวและสถานที่ถ่ายภาพสำหรับนักท่องเที่ยว ความโดดเด่นของที่นี่คือสามารถมองเห็นวิวภูเขาและธรรมชาติของซาปาได้แบบกว้างไกล โดยเฉพาะในวันที่อากาศดี นักท่องเที่ยวสามารถชมภาพภูเขาสูง ท้องฟ้า และสายหมอกที่เป็นเอกลักษณ์ของเมืองซาปา ชื่อของ Moana Café ได้รับแรงบันดาลใจจากบรรยากาศแบบ Tropical และธรรมชาติ ทำให้พื้นที่ภายในร้านถูกตกแต่งด้วยมุมถ่ายภาพหลากหลายรูปแบบ ทั้งแนวธรรมชาติ โมเดิร์น และแฟนตาซี

สวนเอเปค (APEC Park) แลนด์มาร์กใหม่ของเมืองดานัง จุดพักผ่อนและถ่ายรูปสุดทันสมัย

สวนเอเปค (APEC Park) แลนด์มาร์กใหม่ของเมืองดานัง จุดพักผ่อนและถ่ายรูปสุดทันสมัย

56

หากพูดถึงเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมของประเทศเวียดนาม หลายคนคงนึกถึง เมืองดานัง (Da Nang) เมืองชายฝั่งที่เต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวทันสมัย ธรรมชาติที่สวยงาม และวัฒนธรรมอันมีเสน่ห์ หนึ่งในแลนด์มาร์กใหม่ที่ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา คือ สวนเอเปค (APEC Park) สวนสาธารณะริมแม่น้ำฮานที่โดดเด่นด้วยงานออกแบบสถาปัตยกรรมร่วมสมัย และกลายเป็นจุดพักผ่อนยอดนิยมของทั้งชาวเวียดนามและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ด้วยทำเลที่ตั้งใจกลางเมือง ใกล้สะพานมังกรและสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญหลายแห่ง สวนเอเปคจึงมักถูกบรรจุอยู่ในโปรแกรม ทัวร์เวียดนาม เส้นทางดานัง–ฮอยอัน–บานาฮิลส์ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเดินเล่น ถ่ายภาพ และสัมผัสวิถีชีวิตของคนท้องถิ่นในบรรยากาศที่ผ่อนคลาย สวนเอเปค (APEC Park) คืออะไร? สวนเอเปค หรือ APEC Park Danang เป็นสวนสาธารณะสมัยใหม่ที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำฮาน (Han River) ใจกลางเมืองดานัง สร้างขึ้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความร่วมมือทางเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศสมาชิก APEC และเพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับเมือง สวนแห่งนี้ได้รับการปรับปรุงและขยายพื้นที่ครั้งใหญ่ โดยเพิ่มอาคารหลังคารูปทรงคล้ายใบไม้หรือว่าวที่ลอยอยู่เหนือพื้นดิน ซึ่งกลายเป็นเอกลักษณ์ของสวนและเป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยมในปัจจุบัน นอกจากจะเป็นสถานที่พักผ่อนแล้ว ภายในสวนยังใช้เป็นพื้นที่จัดนิทรรศการ งานศิลปะ กิจกรรมทางวัฒนธรรม และเทศกาลต่าง ๆ ของเมืองดานังตลอดทั้งปี