Black Ribbon Top Right

เวลาทำการ

จันทร์-ศุกร์ :

09.00 - 18.00 น.

เราช่วยคุณได้

@sanookholiday

Travel License : 11/06310

หน้าแรก

/

ข้อมูลท่องเที่ยว

ข้อมูลท่องเที่ยว

เมืองโบราณลั่วอี้ (Luoyi Ancient City - 洛邑古城) มหากาพย์นครหลวงพันปี

เมืองโบราณลั่วอี้ (Luoyi Ancient City - 洛邑古城) มหากาพย์นครหลวงพันปี

88

หากความทรงจำของประวัติศาสตร์สามารถฟื้นคืนชีพขึ้นมาผ่านแสงไฟ โคมแดง และท่วงทำนองดนตรีโบราณ แผ่นดินมังกรย่อมเป็นหนึ่งในผู้รังสรรค์ฉากทัศน์เหล่านั้นได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจที่สุด และท่ามกลางเมืองโบราณนับร้อยแห่งของประเทศจีน มีสถานที่แห่งหนึ่งในเมืองลั่วหยาง (Luoyang) มณฑลเหอหนาน ที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่แหล่งท่องเที่ยวธรรมดา แต่เป็น "อุทยานวัฒนธรรมมีชีวิต" ที่หลอมรวมเอาประวัติศาสตร์ ความเชี่ยวชาญเชิงช่าง และวิถีชีวิตดั้งเดิมให้กลับมาโลดแล่นอีกครั้งอย่างวิจิตรบรรจง สถานที่แห่งนั้นคือ "เมืองโบราณลั่วอี้" (Luoyi Ancient City - 洛邑古城) อัญมณีเม็ดงามแห่งสถาปัตยกรรมย้อนยุคที่กำลังเป็นกระแสความนิยมระเบิดระเบ้อในหมู่นักเดินทางทั่วโลกคำว่า "ลั่วอี้" (Luoyi) เป็นชื่อโบราณของเมืองลั่วหยางในสมัยราชวงศ์โจว สะท้อนถึงฐานะการเป็นเมืองหลวงเก่าแก่ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวและรองรับความเจริญรุ่งเรืองของราชวงศ์จีนโบราณมาอย่างยาวนาน พื้นที่กว่าหลายร้อยไร่ของเมืองโบราณแห่งนี้ถูกบูรณะและรังสรรค์ขึ้นใหม่โดยอ้างอิงจากโครงสร้างผังเมือง ย่านการค้า และโบราณสถานจริงในยุคราชวงศ์ถัง ราชวงศ์ซ่ง ไปจนถึงราชวงศ์หมิงและชิง สิ่งที่ทำให้ลั่วอี้ทอดตัวอยู่เหนือจินตนาการของนักเดินทาง คือบรรยากาศที่พาทุกท่านทะลุมิติย้อนเวลากลับไปนับพันปี ท่ามกลางตึกรามบ้านช่องไม้โบราณ สะพานหินทอดข้ามลำน้ำใสสะอาด และโคมไฟหลากสีที่สะท้อนเงาบนผิวน้ำยามค่ำคืน สำหรับผู้ที่รักในแฟชั่นโบราณ ปรารถนาจะลองสวมชุดฮั่นฝู (Hanfu) ถ่ายภาพในมุมมาสเตอร์พีซ และต้องการสัมผัสความหรูหราสะดวกสบายที่สอดประสานกับวัฒนธรรมอย่างลงตัว โปรแกรม ทัวร์จีน ระดับลักชัวรีของ Sanook Holiday พร้อมนำพาทุกท่านออกเดินทางไปบันทึกความทรงจำอันเลอค่านี้ด้วยความประณีตในทุกมิติครับ

Title: เจาะลึก ด่านเจียยวี่กวน (Jiayuguan Pass) ปราการเอกแห่งเส้นทางสายไหม ด่านสุดท้ายของกำแพงเมือง

Title: เจาะลึก ด่านเจียยวี่กวน (Jiayuguan Pass) ปราการเอกแห่งเส้นทางสายไหม ด่านสุดท้ายของกำแพงเมือง

68

หากความยิ่งใหญ่ของอารยธรรมมนุษย์ถูกจารึกไว้ด้วยอิฐ หิน และหยาดเหงื่อท่ามกลางสมรภูมิอันดุเดือด ผืนแผ่นดินมังกรย่อมมีหน้าประวัติศาสตร์ที่ทำให้คนทั้งโลกต้องตกตะลึง และหากกล่าวถึงสัญลักษณ์อันทรงพลังที่สุดของประเทศจีน ย่อมไม่มีสิ่งใดเกินไปกว่า "กำแพงเมืองจีน" (Great Wall of China) มรดกโลกที่ทอดยาวผ่านขุนเขาและทะเลทรายอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ทว่าท่ามกลางแนวกำแพงที่ยาวหลายพันกิโลเมตร มีชัยภูมิอยู่แห่งหนึ่งที่ได้ชื่อว่าเป็น "จุดสิ้นสุดทางทิศตะวันตก" เป็นทั้งปราการเหล็กที่ปกป้องแผ่นดินจากอริราชศัตรู และเป็นประตูบานใหญ่ที่เปิดต้อนรับอารยธรรมจากโลกตะวันตกผ่านเส้นทางสายไหม (Silk Road) สถานที่แห่งนั้นคือ "ด่านเจียยวี่กวน" (Jiayuguan Pass - 嘉峪关) หรือที่รู้จักกันในนาม "ด่านแรกและด่านที่ยิ่งใหญ่ที่สุดใต้แสงสุริยา" (The First and Greatest Pass Under Heaven)ความลุ่มลึกที่ทำให้ด่านเจียยวี่กวนทอดตัวอยู่เหนือจินตนาการของนักเดินทางทั่วโลก คือทัศนียภาพอันน่าอัศจรรย์ของป้อมปราการดินอัดโบราณที่ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางความเวิ้งว้างของทะเลทรายโกบี โดยมีฉากหลังเป็นยอดเขาฉีเหลียน (Qilian Mountains) ที่ปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลนตลอดทั้งปี โครงสร้างสถาปัตยกรรมที่ยังคงความสมบูรณ์แบบนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่สิ่งก่อสร้างทางทหาร แต่เป็นศูนย์กลางแห่งการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม สินค้า และความเชื่อทางศาสนามานานหลายร้อยปีตั้งแต่สมัยราชวงศ์หมิง (Ming Dynasty) ผืนแผ่นดินแห่งนี้คือรอยจารึกที่สะท้อนถึงอัจฉริยภาพเชิงช่าง ความเด็ดเดี่ยวของขุนพลโบราณ และจิตวิญญาณแห่งการผจญภัย สำหรับผู้ที่รักในประวัติศาสตร์โบราณคดี คลั่งไคล้ในมนต์เสน่ห์ของเส้นทางสายไหม และปรารถนาการเดินทางที่ประณีตและสะดวกสบาย โปรแกรม ทัวร์จีน เส้นทางสายไหมพรีเมียมของ Sanook Holiday พร้อมพาทุกท่านออกเดินทางข้ามเวลาไปสัมผัสความยิ่งใหญ่ระดับตำนานนี้ด้วยความหรูหราเหนือระดับในทุกมิติครับ

ถ้ำน้ำแข็งยอดเขา ทิตลิส (Titlis Glacier Cave - Ice Grotto) มหากาพย์อุโมงค์น้ำแข็งล้านปี

ถ้ำน้ำแข็งยอดเขา ทิตลิส (Titlis Glacier Cave - Ice Grotto) มหากาพย์อุโมงค์น้ำแข็งล้านปี

57

หากการเดินทางท่องเที่ยวในทวีปยุโรปคือการออกไปค้นหาความวิจิตรของสถาปัตยกรรม และความอลังการของเทือกเขาแอลป์ การได้ก้าวเท้าลงลึกไปใต้พื้นน้ำแข็งหนาทึบเพื่อสัมผัสความลึกลับของโลกยุคน้ำแข็งโบราณ ย่อมถือเป็นจุดสูงสุดของประสบการณ์ที่นักเดินทางระดับเลอค่าทุกคนปรารถนา ท่ามกลางยอดเขาสูงเสียดฟ้าของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มีดินแดนแห่งหนึ่งที่เปิดโอกาสให้คุณเดินทะลุมิติกายภาพเข้าไปอยู่ใจกลางธารน้ำแข็งยักษ์ที่มีอายุนับหมื่นปีได้อย่างน่าอัศจรรย์ สถานที่แห่งนั้นคือ "ถ้ำน้ำแข็งยอดเขา ทิตลิส" (Titlis Glacier Cave หรือ Ice Grotto) อัญมณีเม็ดงามทางธรรมชาติที่ซ่อนตัวอยู่ใต้หิมะขาวโพลนบนยอดเขาทิตลิส (Mount Titlis) ณ เมืองเอนเกลเบิร์ก (Engelberg) มณฑลออบวาลเดิน (Obwalden)ความลุ่มลึกที่ทำให้ถ้ำน้ำแข็งทิตลิสทอดตัวอยู่เหนือจินตนาการของนักท่องเที่ยวทั่วโลก คือทัศนียภาพและบรรยากาศอันชวนฝันของอุโมงค์น้ำแข็งยาวกว่า 150 เมตร ที่ถูกขุดเจาะลึกลงไปใต้พื้นผิวของธารน้ำแข็งแกนกลาง (Glacier) ถึง 20 เมตร บนระดับความสูง 3,020 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ผนังถ้ำทุกตารางนิ้วคือผลึกน้ำแข็งบริสุทธิ์สีฟ้าเทอร์ควอยซ์เรืองแสงเข้มข้น ซึ่งเกิดจากแรงกดทับของหิมะมหาศาลมานานหลายพันปีจนทำให้อากาศภายในชั้นน้ำแข็งหมดไป แสงอาทิตย์ที่ส่องผ่านลงมาด้านล่างจึงสะท้อนเฉพาะคลื่นแสงสีฟ้า มอบมิติเรืองแสงลึกลับเสมือนฉากในเทพนิยายแอนิเมชันระดับโลก สำหรับผู้ที่รักในสุนทรียภาพแห่งความหนาวเย็น คลั่งไคล้การถ่ายภาพแลนด์สเคปและพอร์ตเทรตระดับโปรเกรด และต้องการความสะดวกสบายขั้นสูงสุด โปรแกรม ทัวร์สวิตเซอร์แลนด์ ลักชัวรีของ Sanook Holiday พร้อมนำพาทุกท่านออกเดินทางข้ามขอบฟ้าไปบันทึกความทรงจำอันงดงามนี้ด้วยบริการที่ไร้รอยต่อขนานแท้ครับ

ผาถ้ำหลงเหมิน (Longmen Grottoes - 龙门石窟) มหากาพย์พุทธศิลป์หินสลักพันปีริมฝั่งน้ำหลัวเหอ

ผาถ้ำหลงเหมิน (Longmen Grottoes - 龙门石窟) มหากาพย์พุทธศิลป์หินสลักพันปีริมฝั่งน้ำหลัวเหอ

53

หากความยิ่งใหญ่ของอารยธรรมโบราณถูกวัดด้วยหยาดเหงื่อ รอยสิ่ว และแรงศรัทธาที่ฝังรากลึกลงไปในเนื้อหิน แผ่นดินมังกรย่อมเป็นหนึ่งในข้อพิสูจน์ที่ไม่มีใครปฏิเสธได้ และท่ามกลางมรดกโลกทางพุทธศิลป์อันเลอค่าของประเทศจีน มีสถานที่แห่งหนึ่งที่ยืนหยัดท้าทายกระแสลม แสงแดด และสายน้ำมานานกว่า 1,500 ปี จนได้รับการยกย่องจากองค์การ UNESCO ให้เป็น "จุดสูงสุดของความคิดสร้างสรรค์ทางศิลปะในรูปแบบมนุษยชาติ" สถานที่แห่งนั้นคือ "ผาถ้ำหลงเหมิน" หรือ "ถ้ำหินหลงเหมิน" (Longmen Grottoes - 龙门石窟) อัญมณีเม็ดงามทางสถาปัตยกรรมและการแกะสลักหินที่ตั้งตระหง่านอยู่ ณ เมืองลั่วหยาง (Luoyang) มณฑลเหอหนานความลุ่มลึกที่ทำให้ผาถ้ำหลงเหมินทอดตัวอยู่เหนือจินตนาการของนักเดินทางทั่วโลก คือทัศนียภาพอันน่าอัศจรรย์ของหน้าผาหินปูนที่ทอดยาวขนานไปกับแม่น้ำอี๋เหอ (Yi River) หรือที่รู้จักกันในนามสายน้ำหลัวเหอโบราณ ผนังถ้ำหินฝั่งตะวันออกและตะวันตกถูกขุดเจาะเป็นคูหาเล็กคูหาน้อยรวมกว่า 2,300 ช่อง ประดิษฐานพระพุทธรูปและปฏิมากรรมศักดิ์สิทธิ์มากกว่า 100,000 องค์ ตั้งแต่พระพุทธรูปองค์จิ๋วขนาดไม่กี่เซนติเมตรไปจนถึงองค์ประธานขนาดมหึมาที่สูงตระหง่านเสียดฟ้า งานศิลปะเหล่านี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นในรัชสมัยเดียว แต่เป็นมหากาพย์แห่งศรัทธาที่สืบทอดผ่านราชวงศ์สำคัญของจีนมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะในยุคทองของราชวงศ์เว่ยเหนือ (North Wei) และราชวงศ์ถัง (Tang Dynasty) ผืนแผ่นดินแห่งนี้คือรอยจารึกทางประวัติศาสตร์ที่สะท้อนถึงความเจริญรุ่งเรืองถึงขีดสุดของพุทธศาสนาและอำนาจของจักรพรรดิในอดีต สำหรับผู้ที่รักในงานศิลปะชั้นสูง คลั่งไคล้ในประวัติศาสตร์โบราณคดี และปรารถนาการเดินทางที่ประณีต โปรแกรม ทัวร์จีน พรีเมียมของ Sanook Holiday พร้อมพาทุกท่านออกเดินทางข้ามเวลาไปสัมผัสความอลังการระดับตำนานนี้ด้วยความหรูหราและเหนือระดับในทุกมิติครับ

พยากรณ์ซากุระ เกาหลี 2027 (Korea Cherry Blossom Forecast) มหากาพย์พรมดอกไม้สีชมพูเหนือกาลเวลา

พยากรณ์ซากุระ เกาหลี 2027 (Korea Cherry Blossom Forecast) มหากาพย์พรมดอกไม้สีชมพูเหนือกาลเวลา

217

เมื่อลมหนาวอันยาวนานและเยือกเย็นค่อยๆ พัดผ่านไป สายลมอุ่นแห่งฤดูใบไม้ผลิก็เริ่มเข้ามาทำหน้าที่แต่งแต้มชีวิตชีวาให้แก่คาบสมุทรเกาหลีอีกครั้ง ช่วงเวลาที่ทุกคนตั้งตารอคอยมากที่สุดคงหนีไม่พ้น วินาทีที่กิ่งก้านสีน้ำตาลเข้มของต้นพญาเสือโคร่งเกาหลี หรือที่เรียกกันในระดับสากลว่า "พ็อตโกต" (Beotkkot - บ็อดคอต) หรือซากุระเกาหลี เริ่มแตกกิ่งอ่อนและแย้มกลีบดอกสีชมพูระเรื่อและสีขาวนวลจนฟูกระจายเต็มท้องฟ้า ภาพของกลีบดอกไม้ระย้าที่ร่วงหล่นลงมาประดุจสายฝนสีชมพูยามต้องสายลม พัดผ่านสถาปัตยกรรมพระราชวังโบราณ ย่านช้อปปิ้งสุดล้ำ และทางเดินเลียบลำธารใส คือสุนทรียภาพขั้นสูงสุดที่เปลี่ยนให้ทั้งประเทศกลายเป็นสตูดิโอถ่ายภาพธรรมชาติที่โรแมนติกที่สุดในโลกเพื่อตอบรับความต้องการของนักเดินทางระดับเลอค่าที่ปรารถนาจะบินข้ามขอบฟ้าไปยืนอยู่ท่ามกลางอุโมงค์ดอกไม้สีชมพูในช่วงเวลาที่สมบูรณ์แบบที่สุด (Full Bloom) โดยไม่พลาดสล็อตเวลาที่งดงาม ทริปครีเอเตอร์ระดับท็อปของ Sanook Holiday ได้จัดทำคู่มือ "พยากรณ์ซากุระ เกาหลี 2027" ฉบับเจาะลึกและคาดการณ์ล่วงหน้าอย่างแม่นยำ โดยอิงจากสถิติอุณหภูมิ กระแสน้ำอุ่น และการเปลี่ยนผ่านของชั้นบรรยากาศชั้นสูง สำหรับผู้ที่แสวงหาทริปพักผ่อนที่ประณีต คลั่งไคล้การถ่ายภาพพอร์ตเทรตระดับโปรเกรด และต้องการความสะดวกสบายขั้นสูงสุด โปรแกรม ทัวร์เกาหลี ลักชัวรีของเราพร้อมนำพาทุกท่านออกเดินทางไปบันทึกความทรงจำอันงดงามนี้ด้วยบริการที่ไร้รอยต่อครับ

พระราชวังกู้กงเสิ่นหยาง (Shenyang Imperial Palace - 沈阳故宫) มหากาพย์วังหลวงสองจักรพรรดิแมนจู

พระราชวังกู้กงเสิ่นหยาง (Shenyang Imperial Palace - 沈阳故宫) มหากาพย์วังหลวงสองจักรพรรดิแมนจู

91

หากจะเอ่ยถึง "พระราชวังต้องห้าม" หรือ "กู้กง" นักเดินทางส่วนใหญ่มักจะนึกถึงความโอ่อ่าอลังการของหลังคากระเบื้องเคลือบสีเหลืองทองใจกลางกรุงปารีสแห่งโลกตะวันออกอย่างนครหลวงปักกิ่ง ทว่าในหน้าประวัติศาสตร์อันลึกลับและเปี่ยมด้วยมนต์ขลังของแผ่นดินมังกร ยังมีพระราชวังต้องห้ามอีกเพียงแห่งเดียวเท่านั้นที่ตั้งตระหง่านอยู่นอกกำแพงเมืองหลวงปักกิ่ง และได้รับการยกย่องจากองค์การ UNESCO ให้เป็นมรดกโลกเคียงคู่กัน สถานที่แห่งนั้นคือ "พระราชวังกู้กงเสิ่นหยาง" หรือ "พระราชวังหลวงเสิ่นหยาง" (Shenyang Imperial Palace / Mukden Palace - 沈阳故宫) อัญมณีเม็ดงามแห่งมณฑลเหลียวหนิง (Liaoning) ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีนความลุ่มลึกและสุนทรียภาพที่ทำให้พระราชวังกู้กงเสิ่นหยางมีความแตกต่างจากกู้กงปักกิ่งอย่างสิ้นเชิง คือเรื่องราวของ "อัตลักษณ์และสายเลือด" ที่นี่ไม่ใช่พระราชวังที่สร้างขึ้นตามตำราสถาปัตยกรรมฮั่นบริสุทธิ์ แต่คือการหลอมรวมทางวัฒนธรรมอันทรงพลังระหว่างสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นของชาวแมนจู (Manchu) ความโอ่อ่าเปิดโล่งสไตล์กระโจมของชาวมองโกล (Mongol) และศาสตร์ฮวงจุ้ยชั้นสูงของชาวฮั่น (Han) ผสานรวมกันออกมาเป็นพระราชวังไม้โบราณโทนสีแดงชาดและเขียวมรกต ท้าทายกระแสลมหนาวแห่งแดนตงเป่ยมานานเกือบ 400 ปี ผืนแผ่นดินแห่งนี้คือจุดเริ่มต้นที่แท้จริงของ "ราชวงศ์ชิง" (Qing Dynasty) มหาอาณาจักรสุดท้ายของจีน ก่อนที่พวกเขาจะกรีธาทัพผ่านด่านซันไห่กวนเข้ายึดครองแผ่นดินใหญ่ สำหรับผู้ที่รักในประวัติศาสตร์ราชวงศ์ แสวงหางานสถาปัตยกรรมลูกผสมที่หาชมได้เพียงแห่งเดียวในโลก และปรารถนาการเดินทางที่ประณีต โปรแกรม ทัวร์จีน พรีเมียมของ Sanook Holiday พร้อมพาทุกท่านย้อนเวลาก้าวข้ามซุ้มประตูมังกรเพื่อไปสัมผัสจิตวิญญาณแห่งจักรพรรดิแมนจูด้วยความหรูหราและเหนือระดับในทุกมิติครับ

ฟ่านจิ้งซาน (Fanjingshan - 梵净山) มหากาพย์ขุนเขาเทียมฟ้าแห่งจิตวิญญาณ

ฟ่านจิ้งซาน (Fanjingshan - 梵净山) มหากาพย์ขุนเขาเทียมฟ้าแห่งจิตวิญญาณ

66

ท่ามกลางภูมิประเทศอันสลับซับซ้อนของมณฑลกุ้ยโจว (Guizhou) ดินแดนที่ขึ้นชื่อเรื่องเทือกเขาหินปูนและสายน้ำธรรมชาติที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา มีขุนเขาแห่งหนึ่งที่โดดเด่นตระหง่านขึ้นมาประดุจนิ้วมือของพระผู้เป็นเจ้าที่พุ่งทะยานเสียดแทงทะลุหมู่เมฆหมอกขึ้นสู่ชั้นฟ้า สถานที่แห่งนี้ไม่ใช่เพียงแค่สิ่งมหัศจรรย์ทางธรณีวิทยาที่ใช้เวลาก่อตัวนานนับพันล้านปี ทว่าคือ 1 ใน 5 ขุนเขาศักดิ์สิทธิ์ทางพระพุทธศาสนาของจีน และได้รับการจารึกให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติโดยองค์การ UNESCO ดินแดนลึกลับเหนือกาลเวลาแห่งนี้รู้จักกันในนาม "ฟ่านจิ้งซาน" หรือ "เขาฟ่านจิ้ง" (Mount Fanjingshan - 梵净山)ความยิ่งใหญ่และน่าอัศจรรย์ใจของฟ่านจิ้งซาน มิได้จำกัดอยู่เพียงแค่ความสูงชันที่ท้าทายแรงดึงดูดของโลก ทว่าคือการรังสรรค์ทางสถาปัตยกรรมของมนุษย์โบราณที่นำพาเอาอิฐ หิน และปูน ขึ้นไปก่อสร้างพระวิหารคู่ประดิษฐานเด่นเป็นสง่าอยู่บนยอดผาหินทรายแคบๆ ที่แยกออกจากกันเป็นสองซีก เชื่อมโยงถึงกันด้วยสะพานหินทรงโค้งทอดข้ามหุบเหวลึก ยามที่ผืนป่าด้านล่างถูกปกคลุมด้วยทะเลหมอกหนาทึบ ยอดเขาแห่งนี้จะดูประดุจเรือศิลาศักดิ์สิทธิ์ที่ลอยล่องอยู่บนสรวงสวรรค์ เป็นภาพทัศนียภาพที่สะกดสายตานักเดินทางทั่วโลกให้ปรารถนาจะมาเยือนสักครั้งในชีวิต สำหรับผู้ที่หลงใหลในความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ คลั่งไคล้ในงานสถาปัตยกรรมที่ยากจะเชื่อว่าเป็นฝีมือมนุษย์ และแสวงหาทริปผจญภัยระดับพรีเมียมที่เปี่ยมด้วยความหรูหราสะดวกสบาย โปรแกรม ทัวร์จีน ของ Sanook Holiday พร้อมนำพาทุกท่านร่วมออกเดินทางไปพิชิตยอดผาเทียมฟ้าแห่งนี้ด้วยความใส่ใจและบริการอันเป็นเลิศในทุกรายละเอียดครับ

วัดเหวินซู (Wenshu Monastery - 文殊院) อัญมณีทางจิตวิญญาณแห่งนครเฉิงตู

วัดเหวินซู (Wenshu Monastery - 文殊院) อัญมณีทางจิตวิญญาณแห่งนครเฉิงตู

69

ในทัศนียภาพของเมืองใหญ่อันทันสมัยและเปี่ยมด้วยเทคโนโลยีระบายฟ้าอย่าง "นครเฉิงตู" (Chengdu) ที่ซึ่งตึกระฟ้าและห้างสรรพสินค้าลักชัวรีแผ่ขยายอาณาเขตอย่างไม่หยุดยั้ง ใครเล่าจะเชื่อว่าลึกลงไปใจกลางมหานครแห่งนี้ จะมีเขตแดนศักดิ์สิทธิ์อันสงบสงัดผืนหนึ่งที่ท้าทายกาลเวลาและเสียงอึกทึกครึกโครมภายนอกได้อย่างน่าอัศจรรย์ ผืนแผ่นดินที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของกำยานโบราณ เสียงสวดมนต์ต่ำขรึมที่กังวานพาดผ่านหมู่ไม้ และแนวหลังคากระเบื้องสีเทาเข้มคลาสสิกที่แต่งแต้มด้วยพรมมอสสีเขียวหนานุ่ม สถานที่อันเปรียบเสมือน "ปอดทางจิตวิญญาณ" และอัญมณีเม็ดงามที่เก่าแก่ที่สุดของเมืองแห่งนี้ซ่อนตัวอยู่อย่างสง่างามภายใต้ชื่อ "วัดเหวินซู" หรือ "อารามเหวินซู" (Wenshu Monastery / Wenshu Temple - 文殊院)ความลุ่มลึกและเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ของวัดเหวินซู ไม่ใช่เพียงแค่โครงสร้างอาคารไม้โบราณที่สืบทอดสถาปัตยกรรมสไตล์ราชวงศ์ชิง (Qing Dynasty) ที่สมบูรณ์ที่สุดในมณฑลเสฉวน ทว่าคือ "บรรยากาศและวิถีชีวิตที่ยังมีลมหายใจ" (Living Heritage) ที่นี่ไม่ได้เป็นเพียงพิพิธภัณฑ์วัตถุโบราณที่จัดแสดงความว่างเปล่า แต่คือศูนย์รวมจิตใจของชาวเฉิงตูที่ยังคงเดินทางมาสักการะกราบไหว้ นั่งสมาธิ และดื่มด่ำกับวัฒนธรรมการดื่มชาสโลว์ไลฟ์ริมสวนไผ่ดั่งเช่นบรรพบุรุษของพวกเขาเมื่อหลายร้อยปีก่อน สำหรับนักเดินทางระดับเลอค่าที่ปรารถนาจะสัมผัสแก่นแท้ของพุทธนิกายมหายาน ค้นหาความสงบใจท่ามกลางความศิวิไลซ์ และต้องการทริปท่องเที่ยวที่ประณีต โปรแกรม ทัวร์จีน ของ Sanook Holiday พร้อมพาทุกท่านก้าวข้ามซุ้มประตูศิลาโบราณเพื่อไปสัมผัสอัญมณีแห่งเสฉวนชิ้นนี้ด้วยความหรูหรา สะดวกสบาย และการดูแลที่เหนือระดับครับ

วัดปิงหลิงซือ (Bingling Temple - 炳灵寺石窟) มหากาพย์พุทธศิลป์ริมหน้าผาแห่งลุ่มแม่น้ำเหลือง

วัดปิงหลิงซือ (Bingling Temple - 炳灵寺石窟) มหากาพย์พุทธศิลป์ริมหน้าผาแห่งลุ่มแม่น้ำเหลือง

45

หากหน้าประวัติศาสตร์อันเกรียงไกรของมณฑลกานซู่ (Gansu) คือการหลอมรวมเอาวัฒนธรรม คาราวานการค้า และความศรัทธาทางจิตวิญญาณมาบรรจบกันขนานไปกับเส้นทางสายไหมโบราณ ภาพของอุทยานถ้ำหินแกะสลักอันโด่งดังคงผุดขึ้นมาในใจของนักเดินทางมากมาย แต่ทว่า ท่ามกลางหมู่มรดกโลกเหล่านั้น มีพิกัดหนึ่งที่โดดเด่นด้วยทำเลที่ตั้งอันยากจะเข้าถึง ละเมียดละไมด้วยทัศนียภาพที่ผสมผสานความอลังการของแม่น้ำเหลือง (Yellow River) และกลุ่มภูเขาหินแกรนิตรูปร่างแปลกตาประดุจงานประติมากรรมธรรมชาติ ศาสนสถานโบราณที่ฝังตัวอยู่อย่างสงบนิ่งและลึกลับแห่งนี้คือ "วัดปิงหลิงซือ" หรือที่นักเดินทางพรีเมียมรู้จักกันในนาม "วัดถ้ำปิงหลิง" (Bingling Temple Seckou - 炳灵寺石窟)ความขรึมขลังและน่าอัศจรรย์ใจของวัดถ้ำปิงหลิง ไม่ใช่เพียงแค่เศษเสี้ยวของรอยอารยธรรมที่ทอดยาวผ่านกาลเวลากว่า 1,600 ปีนับตั้งแต่ยุคราชวงศ์เว่ยตะวันตก ราชวงศ์ถัง มาจนถึงราชวงศ์หมิงและชิง ทว่าคือจิตวิญญาณแห่งการก่อสร้างอันทรหด ช่างฝีมือโบราณและพระภิกษุสงฆ์ผู้บำเพ็ญเพียรได้ใช้สิ่วและค้อนตอกสกัดหน้าผาหินปูนสูงชันริมลำน้ำ นวดเฟ้นดัดแปลงโพรงถ้ำธรรมชาติให้กลายเป็นห้องโถงประดิษฐานพระพุทธรูปปางต่างๆ และภาพจิตรกรรมฝาผนังสีสันวิจิตรนับหมื่นองค์ ยามที่ท่านได้ล่องเรือเร็วฝ่าผืนน้ำสีมรกตเหนือเขื่อนหลิวเจียเสีย (Liujiaxia) เลาะเลี้ยวเข้าสู่ซอกหุบเขาจีศิลา (Jishi Mountain) แล้วภาพผาหินทรายสีส้มอิฐที่มีพระพุทธรูปองค์ใหญ่ตระหง่านต้อนรับปรากฏขึ้นตรงหน้า วินาทีนั้นเปรียบเสมือนการเปิดประตูมิติก้าวข้ามเวลาสู่แก่นแท้แห่งพุทธศิลป์โบราณอย่างแท้จริง สำหรับผู้ที่ชื่นชอบงานโบราณคดี คลั่งไคล้ในศิลปะชั้นสูง และแสวงหาทริปการเดินทางลักชัวรีที่เปี่ยมด้วยเรื่องราวเชิงลึก โปรแกรม ทัวร์จีน ของ Sanook Holiday พร้อมนำพาทุกท่านร่วมเดินทางไปเยือนมรดกโลกริมหน้าผาแห่งนี้ด้วยความอบอุ่นและบริการที่ไร้รอยต่อครับ

วิหารลอยฟ้า วัดเสวียนคง (Hanging Temple - 悬空寺) มหากาพย์สถาปัตยกรรมไม้ท้าแรงดึงดูดโลก

วิหารลอยฟ้า วัดเสวียนคง (Hanging Temple - 悬空寺) มหากาพย์สถาปัตยกรรมไม้ท้าแรงดึงดูดโลก

70

หากจะกล่าวถึงความมหัศจรรย์ทางวิศวกรรมโบราณที่สามารถเขย่าประสาทสัมผัส ท้าทายจินตนาการ และทำให้นิตยสารระดับโลกอย่าง Time Magazine ต้องจัดอันดับให้เป็นหนึ่งใน "10 สิ่งก่อสร้างที่อันตรายและแปลกประหลาดที่สุดในโลก" ภาพของอารามไม้โบราณสีแดงชาดที่เกาะเกี่ยวตระหง่านอยู่ริมหน้าผาสูงชันกิ่วระทึกของหุบเขาเหิงซาน (Mount Heng) คงเป็นพิกัดแรกที่นึกถึง และสถานที่แห่งนี้ซ่อนตัวอยู่อย่างลึกลับในเมืองต้าถง (Datong) มณฑลซานซี (Shanxi) ประเทศจีน ภายใต้ชื่ออันเกรียงไกรว่า "วัดเสวียนคง" หรือ "วิหารลอยฟ้า" (The Hanging Temple - 悬空寺)ความน่าทึ่งระดับมาสเตอร์พีซของวัดเสวียนคงไม่ใช่เพียงแค่ทัศนียภาพอันชวนหวาดเสียว ยามที่ตัววิหารไม้ทอดตัวสูงลอยอยู่เหนือพื้นดินเบื้องล่างกว่า 50 เมตร แต่คู่วิศวกรรมโบราณเมื่อ 1,500 กว่าปีก่อนที่ช่างฝีมือยุคราชวงศ์เว่ยเหนือ (Northern Wei Dynasty) ได้ใช้เพียง "คานไม้โอ๊ค" สกัดฝังลึกลงไปในเนื้อหินผาเพื่อรองรับน้ำหนักทั้งหมดของอาราม โดยไม่ต้องใช้เสาค้ำยันจากพื้นดินในตอนแรก ยามที่ท่านก้าวเท้าเดินเลียบไปตามระเบียงไม้แคบๆ ที่เสียงไม้ลั่นเอี๊ยดอ๊าดเบาๆ ตามสายลม พลางทอดสายตาชมหุบเขาลึกเบื้องล่าง จะสัมผัสได้ถึงความกล้าหาญ ปัญญาอันลึกล้ำ และศรัทธาอันแรงกล้าของคนโบราณ สำหรับผู้ที่รักการผจญภัยทางวัฒนธรรม หลงใหลในสถาปัตยกรรม Unseen และต้องการเดินทางท่องเที่ยวระดับลักชัวรี โปรแกรม ทัวร์จีน ของ Sanook Holiday พร้อมนำพาทุกท่านร่วมเดินทางไปพิสูจน์สิ่งมหัศจรรย์ริมผาแห่งนี้ ด้วยการจัดการระดับพรีเมียมและความสะดวกสบายขั้นสุดครับ

ศาลเจ้าสามก๊ก (Chengdu Wu Hou Shrine) มหาพุทธสถานและศาลสถิตวิญญาณแห่งความภักดี

ศาลเจ้าสามก๊ก (Chengdu Wu Hou Shrine) มหาพุทธสถานและศาลสถิตวิญญาณแห่งความภักดี

92

หากหน้าประวัติศาสตร์และวรรณกรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของแผ่นดินมังกรอย่าง "สามก๊ก" (Three Kingdoms) คือเรื่องราวที่เคยโลดแล่นและสร้างความประทับใจให้แก่ผู้คนทั่วโลกผ่านตำนานแห่งกลยุทธ์ ความซื่อสัตย์ และความผูกพันอันแน่นแฟ้น "เมืองเฉิงตู" (Chengdu) แห่งมณฑลเสฉวน ก็เปรียบเสมือนจุดกำเนิดและศูนย์กลางทางจิตวิญญาณที่เก็บบันทึกรอยจารึกเหล่านั้นเอาไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด และท่ามกลางศาสนสถานและโบราณสถานอันทรงคุณค่า พิกัดที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นศูนย์รวมจิตวิญญาณของเหล่าวีรบุรุษจดหมายเหตุโบราณ และเป็นศาลเจ้ารำลึกถึงบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์สามก๊กที่ใหญ่ที่สุด สวยงามที่สุด และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากที่สุดในโลกก็คือ "ศาลเจ้าสามก๊ก" หรือที่มีนามอย่างเป็นทางการในภาษาจีนว่า "ศาลเจ้าอู่ฮั่วฉือ" (Wuhou Shrine / Wuhou Temple - 成ดู武侯祠)ความน่าทึ่งและขรึมขลังของศาลเจ้าแห่งนี้ไม่ใช่เพียงแค่อายุอานามที่เก่าแก่ยาวนานกว่า 1,700 ปี หรือแนวหลังคากระเบื้องสีเทาเข้มขอบโค้งมนตามศิลปะจีนโบราณที่แฝงเร้นตัวอยู่ท่ามกลางกลุ่มต้นไผ่สีเขียวชอุ่มและม่านต้นเมเปิ้ลโบราณ ทว่าคือการจัดวางโครงสร้างแบบสถาปัตยกรรม "รวมจิตวิญญาณระหว่างจักรพรรดิและเสนาบดี" (Jun Chen He Si) ซึ่งหาได้ยากยิ่งในธรรมเนียมจีน โดยเป็นสถานที่ฝังพระบรมศพของพระเจ้าเล่าปี่ (Emperor Liu Bei) เคียงคู่ขนานไปกับศาลรำลึกมหาเสนาบดีผู้มีปัญญาเป็นเลิศอย่างขงเบ้ง (Zhuge Liang) ยามที่ท่านก้าวเท้าผ่านซุ้มประตูศิลาโบราณเข้ามา จะรู้สึกได้ถึงความเงียบสงบอันศักดิ์สิทธิ์ กลิ่นอายธูปหอมอันอบอวล และสายตาของรูปปั้นขุนพลทหารเอกนับสิบองค์ที่สะท้อนถึงสัจธรรมแห่งความภักดี สำหรับผู้ที่หลงใหลในวรรณกรรม คลั่งไคล้ในกลยุทธ์ประวัติศาสตร์ และแสวงหาการเดินทางท่องเที่ยวระดับลักชัวรี โปรแกรม ทัวร์จีน ของ Sanook Holiday พร้อมพาทุกท่านเดินทางย้อนเวลากลับสู่ยุคแห่งสามก๊กด้วยความสะดวกสบายและบริการเหนือระดับครับ

สระน้ำวงพระจันทร์ (Crescent Lake - Yueyaquan) มรดกหยาดน้ำมรกตอันล้ำค่าแห่งทะเลทราย

สระน้ำวงพระจันทร์ (Crescent Lake - Yueyaquan) มรดกหยาดน้ำมรกตอันล้ำค่าแห่งทะเลทราย

57

หากเราจะจินตนาการถึงภูมิประเทศที่แห้งแล้ง ทารุณ ทว่าเต็มเปี่ยมไปด้วยมนต์เสน่ห์อันน่าลึกลับและชวนฝัน ภาพของผืนทรายสีทองระยิบระยับที่ทอดยาวสุดสายตาของทะเลยอดคลื่นทรายคงเป็นสิ่งแรกที่ปรากฏขึ้น แต่จะเป็นอย่างไรหากท่ามกลางความแห้งแล้งสุดขอบฟ้านั้น กลับมีหยาดน้ำใสกระจ่างสีเขียวมรกตรูปพระจันทร์เสี้ยวสงบนิ่งอยู่เหนือกาลเวลามานานนับพันปี โดยไม่เคยถูกผืนทรายยักษ์กลืนกินหรือแห้งเหือดไปตามแรงลม สถานที่อันเป็นดั่งสิ่งมหัศจรรย์ที่ธรรมชาติประทานไว้ให้แก่มนุษยชาติแห่งนี้ซ่อนตัวอย่างน่าอัศจรรย์อยู่ ณ เมืองตุนหวง (Dunhuang) มณฑลกานซู่ (Gansu) ประเทศจีน ภายใต้ชื่อที่นักเดินทางทั่วโลกต่างยกย่องและใฝ่ฝันจะมาเยือนสักครั้งว่า "สระน้ำวงพระจันทร์" หรือ "ทะเลสาบพระจันทร์เสี้ยว" (Crescent Lake - 月牙泉)ความน่าทึ่งของโอเอซิสแห่งนี้ไม่ใช่เพียงแค่ความสวยงามทางทัศนียภาพที่ตัดกันอย่างรุนแรงระหว่างสระน้ำสีมรกตกับเนินทรายสูงชันของทะเลทรายหมิงซาซาน (Mingshashan) แต่คือ "ความสมดุลทางอุตุนิยมวิทยา" อันเป็นความลับทางวิทยาศาสตร์โบราณที่แฝงเร้นอยู่ ยามที่สายลมพัดผ่าน หอบเอาทรายนับล้านตันเคลื่อนตัว แต่กระแสลมหมุนพิเศษกลับพัดพาทรายเหล่านั้นข้ามผ่านสระน้ำไป โดยไม่เคยตกลงไปถมสระน้ำแห่งนี้เลยแม้แต่น้อย สำหรับผู้ที่แสวงหาประสบการณ์การเดินทางระดับพรีเมียม เปิดประตูสู่ประวัติศาสตร์เส้นทางสายไหม (Silk Road) อันยิ่งใหญ่ โปรแกรม ทัวร์จีน ของ Sanook Holiday พร้อมแล้วที่จะนำพาทุกท่านเดินทางไปสัมผัสมรดกอันล้ำค่าชิ้นนี้ด้วยความหรูหรา สะดวกสบาย และบริการที่ประณีตที่สุดครับ

สะพานโบราณอันซุน (Anshun Bridge) สัญลักษณ์อันงดงามเหนือกาลเวลาแห่งเฉิงตู อัญมณีริมสายน้ำ

สะพานโบราณอันซุน (Anshun Bridge) สัญลักษณ์อันงดงามเหนือกาลเวลาแห่งเฉิงตู อัญมณีริมสายน้ำ

104

หากจะเอ่ยถึงเมืองศูนย์กลางแห่งวัฒนธรรม ความเป็นอยู่ที่ดี และอาหารรสเลิศอันเป็นตำนานของมณฑลเสฉวน (Sichuan) "เมืองเฉิงตู" (Chengdu) ย่อมเป็นจุดหมายปลายทางแรกที่ปรากฏขึ้นในใจของนักเดินทางทั่วโลก เฉิงตูเป็นเมืองที่ผสมผสานความล้ำสมัยของตึกระฟ้าและนวัตกรรมทางเทคโนโลยีเข้ากับสุนทรียภาพแห่งประวัติศาสตร์พันปีได้อย่างกลมกลืนน่าทึ่ง และท่ามกลางแลนด์มาร์กอันเป็นดั่งจิตวิญญาณของเมือง พิกัดที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในจุดชมทัศนียภาพที่โรแมนติก ยิ่งใหญ่ และงดงามที่สุดยามค่ำคืนก็คือ "สะพานโบราณอันซุน" (Anshun Bridge - 安顺廊桥)สะพานโบราณแห่งนี้ไม่ใช่เพียงโครงสร้างคอนกรีตหรือปูนหินที่ทอดข้ามผ่านลำน้ำจิ่นเจียง (Jinjiang River) แต่เป็นงานประติมากรรมทางสถาปัตยกรรมจีนโบราณที่มีชีวิต เป็นพยานหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาตั้งแต่ยุคราชวงศ์หยวน และได้รับการบันทึกไว้ในบันทึกการเดินทางของนักสำรวจโลกผู้ยิ่งใหญ่อย่าง "มาร์โก โปโล" (Marco Polo) อีกด้วย ยามที่แสงอาทิตย์ลับขอบฟ้า ลำน้ำจิ่นเจียงจะสะท้อนเงาประกายแสงสีส้มทองอันเจิดจรัสของสะพานอันซุน เกิดเป็นภาพสะท้อนมรกตสลับทองคำที่ตราตรึงใจจนช่างภาพระดับโลกและนักเดินทางลักชัวรีต้องมาเยือน สำหรับผู้ที่แสวงหาการท่องเที่ยวที่ลึกซึ้ง เต็มเปี่ยมด้วยเรื่องราว และภาพถ่ายระดับมาสเตอร์พีซ โปรแกรม ทัวร์จีน ของ Sanook Holiday พร้อมนำพาทุกท่านไปทอดน่องสัมผัสสุนทรียภาพริมฝั่งน้ำแห่งนี้ด้วยบริการระดับพรีเมียมครับ

สุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ (Mausoleum of the First Qin Emperor) มหากาพย์กองทัพทหารดินเผาใต้พิภพ

สุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ (Mausoleum of the First Qin Emperor) มหากาพย์กองทัพทหารดินเผาใต้พิภพ

124

หากจะเอ่ยถึงหน้าประวัติศาสตร์อันเกรียงไกรลึกลับ และทรงอิทธิพลมากที่สุดหนหนึ่งของมนุษยชาติ คงไม่มีเรื่องราวของนครใดจะน่าทึ่งไปกว่าเรื่องราวของนครซีอาน (Xi'an) เมืองหลวงโบราณ 13 ราชวงศ์แห่งผืนแผ่นดินมังกร และถ้าเราจะเจาะลึกทะลุผ่านผืนดินลงไปสู่รอยจารึกอันเป็นตำนานระดับโลก สิ่งมหัศจรรย์ที่ถูกขนานนามอย่างยกย่องว่าเป็น "สิ่งมหัศจรรย์อันดับ 8 ของโลก" ย่อมหนีไม่พ้น "สุสานจิ๋นซีฮ่องเต้" หรือ "กองทัพทหารดินเผา" (The Terracotta Army - 秦始皇陵兵马俑)ผืนดินโบราณแห่งนี้ไม่ได้ซ่อนเพียงอิฐบล็อกหรือเศษซากซุ้มประตูทั่วไป แต่กลับเก็บรักษา "กองทัพทหารดินเผาขนาดเท่าคนจริง" นับหมื่นนาย รถศึกทำจากสำริด และม้าศึกในท่าทางพร้อมรบอย่างครบครัน ซึ่งถูกสร้างขึ้นตามพระราชบัญชาของจักรพรรดิองค์แรกของจีน หรือ "ฉินสื่อฮวงตี้" (Qin Shi Huang) เพื่อทำหน้าที่อารักขาพระองค์ในโลกหลังความตาย ยามที่ท่านก้าวเท้าเข้าสู่โถงขุดค้นอันกว้างใหญ่ จะรู้สึกได้ถึงพลังอำนาจ สายตาของรูปปั้นทหารแต่ละนายที่จ้องมองมา และบรรยากาศอันขรึมขลังประดุจเวลากำลังหยุดหมุน สำหรับผู้ที่รักการเดินทางและหลงใหลในกลิ่นอายอารยธรรมโบราณ โปรแกรม ทัวร์จีน ของ Sanook Holiday พร้อมแล้วที่จะนำพาทุกท่านร่วมเดินทางย้อนเวลาข้ามพันปีไปสัมผัสความยิ่งใหญ่ระดับมรดกโลกแห่งนี้ ด้วยการดูแลระดับพรีเมียมและความสะดวกสบายขั้นสุดครับ

หมู่บ้านร้างเฉิงซาน (Shengshan - Houtouwan) มหานครแห่งพรมใบไม้สีเขียวขจี

หมู่บ้านร้างเฉิงซาน (Shengshan - Houtouwan) มหานครแห่งพรมใบไม้สีเขียวขจี

72

หากเราจะเอ่ยถึงสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศจีนที่สามารถสร้างความตะลึงลานให้แก่นักเดินทางด้วยความแปลกตาและลึกลับประดุจฉากในภาพยนตร์แนวแฟนตาซีหรือโลกหลังยุคล่มสลาย ภาพจำของกำแพงเมืองจีนอันยิ่งใหญ่หรือตึกระฟ้าของมหานครเซี่ยงไฮ้อาจต้องหลีกทางให้กับความอัศจรรย์อันเงียบสงบของเกาะห่างไกลกลางมหาสมุทร สถานที่แห่งนั้นซ่อนตัวอย่างลึกลับอยู่บนหมู่เกาะเซิ่งซื่อ (Shengsi Islands) ในมณฑลเจ้อเจียง ภายใต้ชื่อที่นักเดินทางสายผจญภัยลักชัวรีใฝ่ฝันอยากไปเยือนสักครั้งในชีวิตว่า "หมู่บ้านร้างเฉิงซาน" หรือนามดั้งเดิมในทางประวัติศาสตร์ว่า "หมู่บ้านโฮ่วโท่วหวาน" (Houtouwan Village - 后头湾村)ความน่าทึ่งของหมู่บ้านแห่งนี้ไม่ใช่ความพังทลายหรือความทรุดโทรมของอารยธรรมมนุษย์ แต่กลับเป็นสุนทรียภาพอันนุ่มนวลและทรงพลังที่ "พืชพรรณธรรมชาติ" ได้รังสรรค์ขึ้น ด้วยการเข้ามากัดเซาะและปกคลุมตัวอาคารไม้และตึกปูนโบราณนับร้อยหลังด้วยพรมเครือเถาวัลย์สีเขียวขจีหนาทึบจนมองไม่เห็นผืนผนังเดิม ยามที่ทอดสายตามองลงมาจากเนินเขา คุณจะเห็นหมู่บ้านทั้งหมู่บ้านกลมกลืนไปกับเนินเขาและขอบมหาสมุทรสีครามประดุจประติมากรรมมีชีวิต สำหรับผู้ที่แสวงหาประสบการณ์การเดินทางรูปแบบใหม่ที่เติมเต็มทั้งความเงียบสงบ จินตนาการ และรายละเอียดข้อมูลที่อัดแน่น โปรแกรม ทัวร์จีน ของ Sanook Holiday พร้อมแล้วที่จะนำพาทุกท่านเดินทางข้ามเกาะไปเจาะลึกพิกัด Unseen ระดับโลกแห่งนี้ด้วยความสะดวกสบายและบริการระดับเอ็กซ์คลูซีฟครับ

หลินไห่ (Linhai) เมืองประวัติศาสตร์ชายฝั่งแห่งมณฑลเจ้อเจียง

หลินไห่ (Linhai) เมืองประวัติศาสตร์ชายฝั่งแห่งมณฑลเจ้อเจียง

87

ยามที่เราเอ่ยถึงการเดินทางไปท่องเที่ยวบนผืนแผ่นดินจีนเพื่อซึมซับภาพความงดงามของเมืองโบราณและวัฒนธรรมคลาสสิก นักเดินทางส่วนใหญ่อาจจะนึกถึงสะพานหินและสายน้ำของโจวจวงหรืออูเจิ้น แต่อันที่จริงแล้ว ท่ามกลางแนวชายฝั่งทะเลอันอุดมสมบูรณ์ของมณฑลเจ้อเจียง (Zhejiang) ยังมีเมืองลับระดับประวัติศาสตร์ชาติจีนที่ยังคงรักษาจิตวิญญาณ ความยิ่งใหญ่ และสถาปัตยกรรมดึกดำบรรพ์เอาไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ เมืองแห่งนั้นทอดตัวอย่างสง่างามขนานไปกับสายน้ำและขุนเขาภายใต้ชื่ออันทรงคุณค่าว่า "หลินไห่" (Linhai - 临海)หลินไห่ ไม่ใช่เพียงเมืองชายฝั่งทะเลธรรมดา แต่เป็นเมืองโบราณที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานมากกว่า 2,000 ปี ย้อนไปได้ไกลถึงยุคราชวงศ์ฮั่นและสามก๊ก และเคยเป็นศูนย์กลางการปกครองอันรุ่งเรืองของจังหวัดไถโจว (Taizhou) ความโดดเด่นที่ทำให้นักเดินทางระดับลักชัวรีและผู้หลงใหลในประวัติศาสตร์ต้องตกตะลึง คือทัศนียภาพของ "กำแพงเมืองจีนภาคใต้" ที่ทอดตัวยาวเหยียดไปตามแนวสันเขาโอบล้อมเมืองเก่า ผสานกับถนนโบราณพันปีที่ยังคงมีลมหายใจและวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวเจียงหนานดำเนินอยู่จริง สำหรับผู้ที่แสวงหาประสบการณ์การเดินทางที่แตกต่าง ทรงคุณค่า และเปี่ยมด้วยรสนิยม โปรแกรม ทัวร์จีน ของ Sanook Holiday พร้อมแล้วที่จะนำพาทุกท่านเดินทางไปเจาะลึกทุกซอกมุมของเมืองประวัติศาสตร์ชายฝั่งแห่งนี้ ด้วยความหรูหราและสะดวกสบายระดับเฟิร์สคลาสครับ