Black Ribbon Top Right

เวลาทำการ

จันทร์-ศุกร์ :

09.00 - 18.00 น.

เราช่วยคุณได้

@sanookholiday

Travel License : 11/06310

หน้าแรก

/

ข้อมูลท่องเที่ยว

/

เที่ยวญี่ปุ่น

เที่ยวญี่ปุ่น

ย้อนรอยประวัติศาสตร์ 'โกดังอิฐแดงคาเนโมริ' (Kanemori) สัญลักษณ์แห่งฮาโกดาเตะ

ย้อนรอยประวัติศาสตร์ 'โกดังอิฐแดงคาเนโมริ' (Kanemori) สัญลักษณ์แห่งฮาโกดาเตะ

163

หากคุณเดินทางมาถึงเมืองท่าสุดโรแมนติกอย่าง "ฮาโกดาเตะ" (Hakodate) พิกัดที่เปรียบเสมือนหัวใจของย่านริมอ่าวคงหนีไม่พ้นแถวแนวตึกสีแดงเข้มที่เรียงรายอย่างสง่างามอย่าง "โกดังอิฐแดงคาเนโมริ" (Kanemori Red Brick Warehouse) ครับ สถานที่แห่งนี้ไม่ใช่เพียงแหล่งช้อปปิ้ง แต่คือพยานวัตถุที่บอกเล่าจุดเริ่มต้นของการเปิดประเทศญี่ปุ่นสู่โลกตะวันตกในยุคเมจิเส้นทางสายประวัติศาสตร์ในอิฐทุกก้อนย้อนกลับไปในปี 1869 คุมาบิโระ วาตานาเบะ พ่อค้าผู้มีวิสัยทัศน์ได้ก่อตั้งโกดังแห่งนี้ขึ้นเพื่อรองรับการค้าระหว่างประเทศที่กำลังรุ่งเรือง แม้จะเคยผ่านเหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งใหญ่ แต่การบูรณะใหม่ในปี 1909 ด้วยสถาปัตยกรรมอิฐแดงที่แข็งแกร่ง ก็ทำให้คาเนโมริยืนหยัดมาจนถึงปัจจุบัน และได้รับการขนานนามว่าเป็น "สัญลักษณ์แห่งความรุ่งโรจน์ของเมืองท่าฮาโกดาเตะ"

“Mount Omuro” ภูเขาโอมุโระ ภูเขาไฟรูปกรวยขี้เถ้าที่ดับแล้ว แห่งเมืองชิซุโอกะ

“Mount Omuro” ภูเขาโอมุโระ ภูเขาไฟรูปกรวยขี้เถ้าที่ดับแล้ว แห่งเมืองชิซุโอกะ

188

ภูเขาโอมุโระ (大室山, Ōmuroyama) เป็นภูเขาไฟรูปกรวยขี้เถ้าที่ดับแล้ว ตั้งอยู่ในเมืองอิโตะ จังหวัดชิซุโอกะ ประเทศญี่ปุ่น  ภูเขาโอมูโระมีความสูงจากระดับน้ำทะเล 580 เมตร เป็นภูเขาไฟที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในกลุ่มภูเขาไฟโมโนเจเนติกอิซุ เกิดจากการปะทุของภูเขาไฟครั้งใหญ่เมื่อประมาณ 4,000 ปีก่อน ในช่วงต้นยุคโจมงตอนปลาย (2470–500 ปีก่อนคริสตกาล) ลาวาที่ไหลบ่ามาจากการปะทุครั้งนี้ยังก่อให้เกิดแนวชายฝั่งโจงาซากิที่อยู่ใกล้เคียงอีกด้วย รูปร่างกรวยที่เรียบลื่นของภูเขาโอมูโระทำให้ที่นี่เป็นจุดสังเกตที่ยอดเยี่ยมสำหรับเรือที่แล่นผ่าน และเชื่อกันมานานแล้วว่ามีเทพเจ้าที่อ่อนโยนและห่วงใยประดิษฐานอยู่ภายในภูเขานี้ ปล่องภูเขาไฟบนยอดเขามีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 300 เมตร เส้นรอบวง 1,000 เมตร และลึก 70 เมตร เส้นทางรอบปล่องภูเขาไฟมอบทัศนียภาพแบบพาโนรามา 360 องศาของภูมิประเทศโดยรอบ รวมถึงเมืองอิโตะ หมู่เกาะอิซุ และภูเขาอามากิ ในวันที่อากาศแจ่มใส คุณยังมองเห็นภูเขาไฟฟูจิและเทือกเขาแอลป์ญี่ปุ่นตอนใต้ได้อีกด้วย!

4 เทศกาลชิบะซากุระ 2026 พรมสีชมพูสุดอลังการที่ต้องไปชม

4 เทศกาลชิบะซากุระ 2026 พรมสีชมพูสุดอลังการที่ต้องไปชม

272

4 มหาเทศกาลชิบะซากุระ (Shibazakura) 2026: มหัศจรรย์พรมสีชมพูที่เปลี่ยนญี่ปุ่นให้กลายเป็นแดนสวรรค์เมื่อเข้าสู่ช่วงปลายเดือนเมษายนถึงกลางเดือนมิถุนายน แม้ดอกซากุระบนต้นจะเริ่มร่วงโรยไปแล้ว แต่ความงดงามของสีชมพูก็ยังไม่หายไปจากญี่ปุ่นครับ เพราะเป็นเวลาของ "ชิบะซากุระ" (Shibazakura) หรือที่คนไทยรู้จักกันในชื่อ "พิงค์มอส" (Pink Moss) ดอกไม้ขนาดเล็กที่บานปกคลุมพื้นดินจนดูเหมือนพรมผืนใหญ่ วันนี้ Sanook Holiday จะพาทุกท่านไปเจาะลึก 4 เทศกาลชมชิบะซากุระ ที่ยิ่งใหญ่และสวยงามที่สุดในญี่ปุ่น เพื่อให้คุณวางแผนทริปปี 2026 ได้อย่างมืออาชีพครับ

Taisekiji Temple: เมื่อศรัทธาตั้งตระหง่านใต้เงาภูเขาไฟฟูจิ

Taisekiji Temple: เมื่อศรัทธาตั้งตระหง่านใต้เงาภูเขาไฟฟูจิ

147

หากจะมีสถานที่ใดในญี่ปุ่นที่สามารถรวมเอา "ความศรัทธา" และ "ความงดงามทางธรรมชาติ" ไว้ด้วยกันได้อย่างไร้รอยต่อ วัดไทเซกิจิ (Taisekiji Temple) ในจังหวัดชิซุโอกะ คือคำตอบนั้นครับ สำหรับนักเดินทางที่มองหาความหมายที่ลึกซึ้งของการท่องเที่ยว ไม่ใช่แค่การช้อปปิ้งหรือเดินตลาดนัด แต่เป็นการออกเดินทางเพื่อสัมผัส "จิตวิญญาณ" ที่แท้จริงของประเทศญี่ปุ่น วัดแห่งนี้คือจุดหมายปลายทางที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวงวันนี้ Sanook Holiday จะพาทุกท่านเดินทางผ่านกาลเวลาและวัฒนธรรม เข้าสู่หัวใจของพุทธศาสนานิกายนิจิเร็นโชชู บนพื้นที่ที่กว้างใหญ่ไพศาลและสวยงามราวกับภาพวาด ณ เชิงเขาของภูเขาไฟฟูจิครับ

ศาลเจ้าฟุจิซัง ฮงกู เซ็นเก็น: ศูนย์กลางจิตวิญญาณแห่งภูเขาไฟฟูจิที่คุณต้องไปเยือนสักครั้ง

ศาลเจ้าฟุจิซัง ฮงกู เซ็นเก็น: ศูนย์กลางจิตวิญญาณแห่งภูเขาไฟฟูจิที่คุณต้องไปเยือนสักครั้ง

166

สำหรับนักเดินทางหลายคน "ภูเขาไฟฟูจิ" คือเป้าหมายสูงสุดของการท่องเที่ยวญี่ปุ่น แต่สำหรับผู้ที่เข้าใจในจิตวิญญาณแห่งดินแดนอาทิตย์อุทัย การได้มายืนอยู่ต่อหน้าภูเขาไฟฟูจิยังไม่ถือว่า "ครบถ้วน" หากคุณยังไม่ได้ก้าวเท้าเข้าสู่ "ศาลเจ้าฟุจิซัง ฮงกู เซ็นเก็น" (Fujisan Hongu Sengen Taisha) ศาลเจ้าที่เป็น "หัวใจหลัก" ของการกราบไหว้ภูเขาไฟฟูจิมานานกว่า 1,200 ปีในฐานะทีมงาน Sanook Holiday ที่หลงใหลในทุกรายละเอียดของญี่ปุ่น เราอยากพาทุกท่านย้อนเวลากลับไปสู่รากเหง้าของความศรัทธา ณ เมืองฟูจิโนมิยะ จังหวัดชิซุโอกะ สถานที่ที่ธรรมชาติและตำนานถักทอเข้าด้วยกันอย่างวิจิตรบรรจงที่สุด

สะพานคินไตเคียว (Kintaikyo): อัศจรรย์สะพานไม้ที่สวยติดอันดับ 1 ใน 3 ของญี่ปุ่น!

สะพานคินไตเคียว (Kintaikyo): อัศจรรย์สะพานไม้ที่สวยติดอันดับ 1 ใน 3 ของญี่ปุ่น!

187

หากกล่าวถึงสถาปัตยกรรมไม้ในญี่ปุ่น ภาพจำของหลายคนอาจจะเป็นวัดเก่าหรือศาลเจ้า แต่จะมีสถานที่แห่งหนึ่งที่รวมเอา "ความกล้าหาญทางวิศวกรรม" และ "ความอ่อนช้อยของศิลปะ" เข้าด้วยกัน จนกลายเป็นหนึ่งในสะพานไม้ที่สวยงามที่สุดในโลก... นั่นคือ "สะพานคินไตเคียว" (Kintaikyo Bridge) แห่งเมืองอิวาคุนิ จังหวัดยามากูจิครับในบทความนี้ Sanook Holiday จะพาทุกท่านเดินทางลัดเลาะไปบนโค้งไม้ของสะพานแห่งนี้ เพื่อสำรวจว่าทำไมสถานที่แห่งนี้ถึงครองใจคนญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวทั่วโลกมานานนับศตวรรษ พร้อมเจาะลึกรายละเอียดที่คุณจะได้รับหากร่วมเดินทางไปกับเรา

สวนสาธารณะโออิเดะ (Oide Park)

สวนสาธารณะโออิเดะ (Oide Park)

327

สวนสาธารณะโออิเดะเป็นสวนสาธารณะที่ตั้งอยู่ในเทือกเขาฮาคุบะ จังหวัดนากาโน  ประเทศญี่ปุ่น สวนสาธารณะแห่งนี้ขึ้นชื่อในเรื่องทัศนียภาพธรรมชาติที่สวยงาม เส้นทางเดิน และพื้นที่กลางแจ้ง หากคุณกำลังกล่าวถึงสวนสาธารณะโออิเดะแห่งใดแห่งหนึ่ง สวนสาธารณะแห่งนี้สร้างขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างชาวบ้านและหมู่บ้านฮาคุบะตั้งแต่ปี 2002 จนถึงปีที่ 5 และปัจจุบันเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นตัวแทนของหมู่บ้านฮาคุบะ สะพานแขวนโออิเดะตรงนั้นเป็นสะพานคนเดินและเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับผู้ที่มาเดินเล่นพร้อมสัมผัสสายลมของฮาคุบะ จุดแวะพักที่แนะนำคือหอสังเกตการณ์ในสวนสาธารณะ หากคุณจอดจักรยานไว้ในพื้นที่เชิงเขาและเดินขึ้นเนินชันของหอสังเกตการณ์ คุณจะได้เห็นทิวทัศน์อันงดงามราวกับภาพวาดทิวทัศน์ ชิโระมะซันซัน ลำธารใสๆ      ฮิเมะคาวะ สะพานแขวนโออิเดะ และดอกซากุระในสวนสาธารณะนั้นงดงามตระการตา

เจดีย์ชูเรโต (Chureito Pagoda): จุดชมวิวภูเขาไฟฟูจิที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น พร้อมเทคนิคถ่ายรูปให้ได้ภาพ

เจดีย์ชูเรโต (Chureito Pagoda): จุดชมวิวภูเขาไฟฟูจิที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น พร้อมเทคนิคถ่ายรูปให้ได้ภาพ

135

หากคุณพิมพ์คำว่า "Japan" ลงในช่องค้นหา ภาพแรกๆ ที่ปรากฏขึ้นมามักจะเป็นภาพของเจดีย์สีแดงตั้งตระหง่านอยู่บนเนินเขา เคียงข้างด้วยยอดเขาไฟฟูจิที่ปกคลุมด้วยหิมะ... ภาพในฝันนั้นไม่ใช่ภาพตัดต่อ แต่เป็นสถานที่จริงที่มีชื่อว่า "เจดีย์ชูเรโต (Chureito Pagoda)"ตั้งอยู่ในสวนอารากุระยามะ เซ็นเก็น (Arakurayama Sengen Park) เมืองฟูจิโยชิดะ นี่คือแลนด์มาร์คที่นักเดินทางทั่วโลกต่างหมายปอง วันนี้ Sanook Holiday จะพาทุกท่านไปเจาะลึกทุกรายละเอียดของสถานที่แห่งนี้ เพื่อให้การมาเยือนญี่ปุ่นครั้งหน้าของคุณ เป็นความทรงจำที่สมบูรณ์แบบที่สุดเบื้องหลังความงดงาม: รากฐานแห่งศรัทธาที่ยาวนานกว่าพันปีหลายคนอาจรู้จักสถานที่แห่งนี้ในชื่อ "เจดีย์ชูเรโต" แต่ทราบหรือไม่ว่า ตัวเจดีย์ที่เราเห็นนั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของพื้นที่อันศักดิ์สิทธิ์ที่เรียกว่า "ศาลเจ้าอารากุระ เซ็นเก็น (Arakura Sengen Shrine)" ซึ่งมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 1,300 ปีจุดเริ่มต้นจากศรัทธา (ปี ค.ศ. 705): ศาลเจ้าอารากุระ เซ็นเก็น ก่อตั้งขึ้นในยุคต้นของเฮอัน เพื่อเป็นสถานที่บูชาเทพี "โคโนฮานะ ซากุยะ ฮิเมะ" (Konohanasakuya-hime) ซึ่งในความเชื่อของชาวญี่ปุ่นโบราณ ท่านคือเทพีแห่งภูเขาไฟฟูจิ ผู้คุ้มครองผู้คนจากภัยพิบัติจากภูเขาไฟ และเป็นสัญลักษณ์ของความงดงามที่เปราะบางดั่งดอกซากุระ ชาวบ้านในแถบฟูจิโยชิดะจึงเดินทางมาที่นี่เพื่อสวดภาวนาขอความปลอดภัยและผลผลิตทางการเกษตรที่อุดมสมบูรณ์เจดีย์สีแดงแห่งสันติภาพ (ปี ค.ศ. 1963): เจดีย์ชูเรโต (Chureito Pagoda) ที่เราเห็นตั้งตระหง่านอยู่นั้น ถูกสร้างขึ้นภายหลังในช่วงปี 1963 โดยมีจุดประสงค์หลักคือ "การรำลึกถึงดวงวิญญาณของผู้ที่เสียสละในสงคราม" ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในอดีต ชื่อ "ชูเรโต" (忠霊塔) มีความหมายว่า "เจดีย์แห่งวิญญาณที่ซื่อสัตย์" เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจให้คนรุ่นหลังรำลึกถึงคุณค่าของสันติภาพทำไมถึงต้องรู้ประวัติศาสตร์นี้? ในฐานะผู้เชี่ยวชาญจาก Sanook Holiday เราอยากให้คุณมองเจดีย์ชูเรโตมากกว่าแค่ "จุดถ่ายรูปสวย" แต่ให้มองว่าเป็น "สถานที่แห่งสันติภาพและการขอบคุณ" เมื่อคุณเดินผ่านเสาโทริอิและขึ้นบันไดไปถึงยอดเขา ความเหนื่อยล้าจะหายไปเมื่อคุณได้รู้ว่า สถานที่นี้ถูกสร้างขึ้นบนความตั้งใจที่จะให้ผู้คนได้หยุดมองโลกในมุมที่สูงที่สุด เพื่อเห็นความสวยงามของธรรมชาติและการดำรงอยู่ของชีวิต

หมู่บ้านไอโนะคุระ (Ainokura): สัมผัสวิถีญี่ปุ่นที่แท้จริง ณ หมู่บ้านมรดกโลกที่เงียบสงบที่สุดในกุโจ

หมู่บ้านไอโนะคุระ (Ainokura): สัมผัสวิถีญี่ปุ่นที่แท้จริง ณ หมู่บ้านมรดกโลกที่เงียบสงบที่สุดในกุโจ

132

Ainokura: เมื่อเวลาหยุดหมุน ณ หัวใจแห่งโกคายามะหากคุณเคยไปเยือนชิราคาวาโกะ (Shirakawa-go) และประทับใจในความงดงาม แต่แอบลึกๆ ในใจว่า "อยากสัมผัสบรรยากาศที่เงียบสงบและเป็นธรรมชาติมากกว่านี้" เราขอพาคุณเดินทางลึกเข้าไปอีกนิด สู่เขต โกคายามะ (Gokayama) สถานที่ที่กาลเวลาดูเหมือนจะหยุดนิ่งไปเมื่อร้อยปีก่อน และที่นี่คือที่ตั้งของ "หมู่บ้านไอโนะคุระ (Ainokura Gassho-zukuri Village)"ในฐานะที่ Sanook Holiday คลุกคลีกับการพาคณะทัวร์เดินทางไปทั่วญี่ปุ่น เรายกให้ไอโนะคุระเป็น "อัญมณีล้ำค่า" สำหรับนักเดินทางที่ต้องการสัมผัสจิตวิญญาณของญี่ปุ่นอย่างแท้จริง ที่นี่ไม่ใช่หมู่บ้านท่องเที่ยวที่ถูกสร้างขึ้นใหม่ แต่เป็นชุมชนที่มีชีวิต ที่ซึ่งชาวบ้านยังคงใช้ชีวิตอยู่ในบ้านเรือนทรง "กัสโชสึคุริ" ดั้งเดิมท่ามกลางขุนเขาที่โอบล้อม

ย้อนเวลาสู่ยุคเอโดะที่มาโกเมะและนาราอิ: ท่องเที่ยวเส้นทางสายประวัติศาสตร์ Nakasendo ในหุบเขาคิโซ

ย้อนเวลาสู่ยุคเอโดะที่มาโกเมะและนาราอิ: ท่องเที่ยวเส้นทางสายประวัติศาสตร์ Nakasendo ในหุบเขาคิโซ

154

เมื่อกาลเวลาหยุดหมุน: ท่องเที่ยวเส้นทางสาย Nakasendo และเสน่ห์ของ "มาโกเมะ" และ "นาราอิ"หากคุณเป็นนักเดินทางที่เบื่อหน่ายกับแสงสีของโตเกียวหรือความจอแจของโอซาก้า และกำลังตามหา "จิตวิญญาณของญี่ปุ่น" ที่ยังคงอบอวลอยู่ในอากาศ เส้นทางสาย Nakasendo (นากาเซ็นโด) คือพิกัดที่คุณต้องไปเยือนสักครั้งในชีวิตNakasendo ไม่ใช่แค่ถนน แต่เป็นเส้นทางประวัติศาสตร์ที่เชื่อมต่อ "เอโดะ" (โตเกียวในปัจจุบัน) เข้ากับ "เกียวโต" ในยุคสมัยที่ซามูไรยังครองเมือง และในหุบเขาคิโซ (Kiso Valley) แห่งนี้ ยังคงมีหมู่บ้านที่อนุรักษ์อาคารบ้านเรือนไว้อย่างสมบูรณ์ที่สุดอย่าง Magome-juku (มาโกเมะจูคุ) และ Narai-juku (นาราอิ-จูคุ) ที่รอให้คุณมาสัมผัสในฐานะที่ Sanook Holiday ได้พาคณะทัวร์เดินทางผ่านเส้นทางสายนี้มานับครั้งไม่ถ้วน เราขอพาคุณไปเจาะลึกว่าทำไมสองหมู่บ้านนี้ ถึงเป็นหัวใจสำคัญที่นักท่องเที่ยวสายวัฒนธรรมไม่ควรพลาด

ตำนานขบวนร้อยอสูร เฮียกคิ ยาเกียว แห่งเกียวโต: เมื่อยามค่ำคืนไม่ได้เป็นของมนุษย์เพียงลำพัง

ตำนานขบวนร้อยอสูร เฮียกคิ ยาเกียว แห่งเกียวโต: เมื่อยามค่ำคืนไม่ได้เป็นของมนุษย์เพียงลำพัง

136

เกียวโต... เมืองหลวงเก่าที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของประวัติศาสตร์ วัดวาอารามที่งดงาม และสวนญี่ปุ่นที่เงียบสงบ แต่ท่ามกลางความศิวิไลซ์และความสง่างามในยามกลางวัน เมื่อดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าและแสงสีทองเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินเข้มของยามค่ำคืน เกียวโตกลับมีอีกมุมมองหนึ่งที่ซ่อนอยู่ภายใต้เงาของอาคารไม้โบราณและศาลเจ้าที่ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยว นั่นคือโลกแห่ง "โยไค" (Yokai) หรือภูตผีปีศาจตามความเชื่อของชาวญี่ปุ่นและหากพูดถึงเรื่องราวความลี้ลับที่เป็นสัญลักษณ์แห่งเกียวโต จะไม่มีตำนานใดที่ทรงอิทธิพลและน่าเกรงขามไปกว่า "เฮียกคิ ยาเกียว" (Hyakki Yagyō) หรือ "ขบวนร้อยอสูร" ภาพของเหล่านางปีศาจและภูตผีที่แห่แหนเดินขบวนผ่านถนนในยามค่ำคืน ซึ่งวันนี้ Sanook Holiday จะพาคุณย้อนเวลากลับไปสำรวจรากเหง้าของตำนานนี้ และนำคุณไปสัมผัสด้วยตาตนเองว่า ทำไมเกียวโตถึงยังคงเป็นจุดหมายปลายทางที่คนรักความลี้ลับต้องไปเยือนสักครั้งในชีวิต

คุมาโนะโคโดะ (Kumano Kodo) เส้นทางแสวงบุญมรดกโลก

คุมาโนะโคโดะ (Kumano Kodo) เส้นทางแสวงบุญมรดกโลก

138

หากพูดถึงประเทศญี่ปุ่น ภาพแรกที่หลายคนนึกถึงมักจะเป็นเมืองหลวงที่วุ่นวาย แสงสีนีออนในย่านชินจูกุ หรือสวนสนุกที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ แต่มีอีกหนึ่งมุมของญี่ปุ่นที่เวลาดูเหมือนจะหยุดเดิน... ดินแดนที่ซึ่งไอหมอกปกคลุมยอดเขา ป่าสนซีดาร์ยักษ์อายุนับพันปีตั้งตระหง่าน และเสียงสวดมนต์แว่วผ่านสายลม นี่คือ "คุมาโนะโคโดะ" (Kumano Kodo) เส้นทางแสวงบุญโบราณบนคาบสมุทรคิอิ ที่ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ท่องเที่ยว แต่เป็น "เส้นทางแห่งจิตวิญญาณ" ที่ครั้งหนึ่งในชีวิต นักเดินทางผู้หลงใหลในประวัติศาสตร์และธรรมชาติควรหาโอกาสไปสัมผัสให้ได้สักครั้งวันนี้ Sanook Holiday จะพาคุณเจาะลึกทุกรายละเอียดของเส้นทางที่ทรงคุณค่าระดับมรดกโลกนี้ เพื่อให้คุณเข้าใจว่าทำไมการเดินทางกับเราจึงเป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบที่สุดสำหรับการแสวงบุญที่แสนพิเศษนี้

หุบเขาโอยะสุเคียว (Oyasukyo Gorge): เมื่อธรรมชาติร่ายรำท่ามกลางไอน้ำและหุบเหว

หุบเขาโอยะสุเคียว (Oyasukyo Gorge): เมื่อธรรมชาติร่ายรำท่ามกลางไอน้ำและหุบเหว

114

ท่ามกลางกระแสการท่องเที่ยวญี่ปุ่นที่คนส่วนใหญ่คุ้นเคยกับแสงสีของโตเกียว หรือวัดเก่าแก่ในเกียวโต ยังมีดินแดนหนึ่งทางตอนเหนือของเกาะฮอนชูที่ซ่อนอัญมณีล้ำค่าเอาไว้ นั่นคือ "หุบเขาโอยะสุเคียว" (Oyasukyo Gorge) ในจังหวัดอาคิตะ (Akita) สถานที่ที่ธรรมชาติไม่ได้แค่สวยงาม แต่ยังทรงพลังและเปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณแห่งธรณีวิทยาที่หาดูได้ยากบนโลกใบนี้วันนี้ Sanook Holiday จะพาคุณดำดิ่งสู่หุบเหวแห่งไอหมอก ไปสำรวจจุดหมายปลายทางที่คนรักญี่ปุ่นต้องไปเยือนสักครั้งในชีวิต และค้นหาคำตอบว่าทำไมที่นี่ถึงกลายเป็นไฮไลท์สำคัญของ ทัวร์ญี่ปุ่น ระดับพรีเมียมในปัจจุบัน

โมมิจิ ไคโร (Momiji Kairo): อุโมงค์ใบเมเปิ้ลสีเพลิง... สวรรค์บนดินที่ฤดูใบไม้ร่วง

โมมิจิ ไคโร (Momiji Kairo): อุโมงค์ใบเมเปิ้ลสีเพลิง... สวรรค์บนดินที่ฤดูใบไม้ร่วง

126

ในบรรดาสถานที่ท่องเที่ยวหลายพันแห่งทั่วญี่ปุ่น หากมี "สวรรค์แห่งฤดูใบไม้ร่วง" ที่นักเดินทางทั่วโลกต่างปรารถนาจะไปสัมผัสด้วยตาตัวเองสักครั้ง คงหนีไม่พ้น "โมมิจิ ไคโร" (Momiji Kairo) หรือ "อุโมงค์ใบเมเปิ้ล" ณ ทะเลสาบคาวากุจิโกะ ภาพของใบเมเปิ้ลนับร้อยต้นที่เปลี่ยนสีเป็นแดงสด ส้มอมทอง ทอดยาวเป็นอุโมงค์เหนือลำธารสายเล็กๆ โดยมีภูเขาไฟฟูจิเป็นฉากหลังอันสง่างาม คือภาพจำที่เป็นเอกลักษณ์ของประเทศญี่ปุ่นในฤดูใบไม้ร่วงอย่างแท้จริงวันนี้ Sanook Holiday จะพาคุณไปเจาะลึกเสน่ห์ของโมมิจิ ไคโร ที่มากกว่าแค่การไปถ่ายรูป แต่คือการดื่มด่ำกับจิตวิญญาณของฤดูกาลที่คนญี่ปุ่นให้ความสำคัญที่สุด

สะพานโจกากุระ

สะพานโจกากุระ" (Jogakura Bridge) แลนด์มาร์คสีเพลิงแห่งอาโอโมริ

129

ท่ามกลางมวลหมู่แมกไม้ในจังหวัดอาโอโมริ (Aomori) ที่ซึ่งฤดูกาลหมุนผ่านด้วยความงดงามที่แตกต่างอย่างสุดขั้ว มีสถาปัตยกรรมชิ้นหนึ่งที่ไม่ได้สร้างขึ้นเพื่อการสัญจรเพียงอย่างเดียว แต่สร้างขึ้นเพื่อให้มนุษย์ได้ชื่นชมความมหัศจรรย์ของธรรมชาติในระดับความสูงที่น่าทึ่ง นั่นคือ "สะพานโจกากุระ" (Jogakura Bridge)หากคุณเป็นนักเดินทางที่หลงใหลในความงามของธรรมชาติ และกำลังมองหาโปรแกรม ทัวร์ญี่ปุ่น ที่เจาะลึกเส้นทางสายธรรมชาติอันเงียบสงบและงดงามจับใจ สะพานโจกากุระคือจุดหมายที่คุณไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง วันนี้ Sanook Holiday จะพาคุณไปทำความรู้จักกับสะพานโค้งที่สูงและสวยที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่นให้ลึกซึ้งในทุกมิติ

หมู่บ้านสุนัขจิ้งจอกซาโอ (Zao Fox Village) เจาะลึกโลกสุดคิวท์แห่งอาณาจักรขนปุย

หมู่บ้านสุนัขจิ้งจอกซาโอ (Zao Fox Village) เจาะลึกโลกสุดคิวท์แห่งอาณาจักรขนปุย

125

หากพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวในญี่ปุ่นที่ไม่ได้มีแค่ศาลเจ้าหรือตึกระฟ้า แต่เป็นพิกัดที่รวม "ความน่ารัก" ขั้นสุดเอาไว้ด้วยกัน "หมู่บ้านสุนัขจิ้งจอกซาโอ" (Zao Fox Village หรือ Zao Kitsune Mura) คือชื่อแรกๆ ที่นักเดินทางทั่วโลกปักหมุดไว้ในแผนที่ ที่นี่ไม่ใช่สวนสัตว์ธรรมดา แต่เป็นเขตรักษาพันธุ์สุนัขจิ้งจอกท่ามกลางหุบเขาแห่งจังหวัดมิยากิ (Miyagi) ที่ซึ่งคุณจะได้เห็นเจ้าจิ้งจอกตัวน้อยเดินเตร็ดเตร่ไปมาในพื้นที่กว้างใหญ่โดยไร้กรงขังวันนี้ Sanook Holiday จะพาคุณไปเจาะลึกอาณาจักรขนปุยแห่งนี้ ตั้งแต่ประวัติศาสตร์ กฎเหล็กในการเข้าชม ไปจนถึงเทคนิคการถ่ายรูปให้ได้ภาพสวยเหมือนมืออาชีพ เพื่อให้ทริป ทัวร์ญี่ปุ่น ของคุณมีความหมายมากกว่าแค่การไปถ่ายรูป

ฮะคุบะ (Hakuba) สวรรค์แห่งสกีระดับโลก... ที่เที่ยวได้ครบ 4 ฤดู

ฮะคุบะ (Hakuba) สวรรค์แห่งสกีระดับโลก... ที่เที่ยวได้ครบ 4 ฤดู

123

หากพูดถึง "ฮะคุบะ" (Hakuba) ภาพแรกที่หลายคนจินตนาการคือลานหิมะสีขาวโพลนและนักสกีที่พุ่งตัวลงมาจากความสูงชัน แต่อันที่จริงแล้ว ฮะคุบะเปรียบเสมือน "อัญมณีแห่งนากาโน่" ที่ไม่ได้ส่องประกายแค่ในช่วงฤดูหนาวเท่านั้น นี่คือดินแดนที่ขุนเขา Ushiro-Tateyama ในเทือกเขาแอลป์ญี่ปุ่น (Northern Japan Alps) โอบกอดเมืองทั้งเมืองเอาไว้ ทำให้ทุกช่วงเวลาที่นี่มีความหมายแตกต่างกันไปไม่ว่าคุณจะเป็นนักกีฬาเอ็กซ์ตรีมที่โหยหา "Japow" (Japanese Powder Snow) หรือเป็นนักท่องเที่ยวที่มองหาความสงบและทัศนียภาพของภูเขาเขียวขจีในฤดูร้อน Sanook Holiday จะพาคุณไปเจาะลึกว่าทำไม "ฮะคุบะ" ถึงเป็นจุดหมายปลายทางที่ต้องอยู่ในลิสต์การเดินทางของคุณสักครั้ง

เทศกาลซากุระคาวาซุ (Kawazu Sakura) เมื่อฤดูใบไม้ผลิเดินทางมาถึงก่อนเวลา... สวรรค์สีชมพูแห่งชิซูโอกะ

เทศกาลซากุระคาวาซุ (Kawazu Sakura) เมื่อฤดูใบไม้ผลิเดินทางมาถึงก่อนเวลา... สวรรค์สีชมพูแห่งชิซูโอกะ

158

ในโลกของการเดินทาง ความสวยงามมักจะมาพร้อมกับการรอคอย แต่นักเดินทางที่เลือกมายัง "คาวาซุ" (Kawazu) บนคาบสมุทรอิซุ จังหวัดชิซูโอกะ คือกลุ่มคนที่โชคดีที่สุด เพราะพวกเขาไม่ต้องรอให้ถึงเดือนเมษายนเหมือนคนอื่น แต่สามารถสัมผัส "มนต์เสน่ห์แห่งสีชมพู" ได้ตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์!หากคุณกำลังมองหาประสบการณ์ ทัวร์ญี่ปุ่น ที่ฉีกกรอบเดิมๆ ไม่ใช่แค่การไปดูซากุระทั่วไป แต่เป็นการไปยลโฉม "ซากุระคาวาซุ" พันธุ์พิเศษที่มีสีชมพูเข้มกว่า มีระยะเวลาการบานที่ยาวนานกว่า และมีความงดงามจนต้องตราตรึงในหัวใจตลอดกาล Sanook Holiday จะพาคุณไปเจาะลึกทุกรายละเอียดของดินแดนมหัศจรรย์แห่งนี้

เปิดปฏิทิน 'ใบไม้เปลี่ยนสี' ญี่ปุ่น ตุลาคมนี้... ไปชมความงามที่สวยที่สุดในรอบปี

เปิดปฏิทิน 'ใบไม้เปลี่ยนสี' ญี่ปุ่น ตุลาคมนี้... ไปชมความงามที่สวยที่สุดในรอบปี

171

หากถามว่าช่วงเวลาไหนที่ญี่ปุ่น "สวย" ที่สุด? นักเดินทางทั่วโลกต่างมีคำตอบเดียวกันนั่นคือ "ฤดูใบไม้ร่วง (Autumn/Koyo)" โดยเฉพาะในเดือนตุลาคม ที่ญี่ปุ่นจะถูกแต่งแต้มด้วยสีสันของธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นสีแดงสดของเมเปิ้ล สีเหลืองทองของแปะก๊วย และสีส้มอิฐของต้นไม้บนภูเขาในฐานะที่ Sanook Holiday ได้พาคณะเดินทางไปสัมผัสความงามนี้มาอย่างต่อเนื่อง เราขอยกให้เดือนตุลาคมเป็น "นาทีทอง" ของนักท่องเที่ยวสายธรรมชาติ เพราะนี่คือช่วงเวลาที่อากาศเย็นสบายกำลังดี ไม่หนาวจนเกินไป และเป็นช่วงที่แสงแดดจะขับเน้นสีสันของใบไม้ให้ดูมีชีวิตชีวาที่สุด

น้ำตกชิราฮิเกะ (Shirahige Waterfall): เจาะลึกอัญมณีสีน้ำเงินแห่งบิเอะ

น้ำตกชิราฮิเกะ (Shirahige Waterfall): เจาะลึกอัญมณีสีน้ำเงินแห่งบิเอะ

204

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ตกหลุมรักเสน่ห์ของ "ฮอกไกโด" ไม่ใช่เพียงแค่ในฤดูหนาว แต่ในทุกช่วงเวลาที่ฤดูกาลหมุนเปลี่ยน ชื่อของ "น้ำตกชิราฮิเกะ" (Shirahige Waterfall) ในเมืองบิเอะ (Biei) จะต้องเป็นหนึ่งในหมุดหมายสำคัญที่คุณต้องปักไว้ในแผนที่การเดินทางอย่างแน่นอน นี่ไม่ใช่แค่น้ำตกธรรมดา แต่คือปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่หาดูได้ยาก และเป็นหนึ่งในจุดเชื่อมต่อของระบบนิเวศที่สวยงามที่สุดของญี่ปุ่นวันนี้ Sanook Holiday จะพาคุณไปเจาะลึกทุกซอกทุกมุมของน้ำตกแห่งนี้ ตั้งแต่ที่มาของชื่อ "เคราสีขาว" ไปจนถึงความลับของสายน้ำสีฟ้าที่สะกดสายตานักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

ศาลเจ้านัมบะ ยาซากะ (Namba Yasaka Shrine): มนต์ขลังแห่งหัวสิงโตยักษ์ และหัวใจแห่งโอซาก้า

ศาลเจ้านัมบะ ยาซากะ (Namba Yasaka Shrine): มนต์ขลังแห่งหัวสิงโตยักษ์ และหัวใจแห่งโอซาก้า

168

ท่ามกลางแสงสีที่ตระการตาและย่านนัมบะ (Namba) ที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายของมหานครโอซาก้า ใครจะไปคาดคิดว่าจะมี "พาวเวอร์สปอต" (Power Spot) หรือสถานที่ที่เต็มไปด้วยพลังงานศักดิ์สิทธิ์ซ่อนตัวอยู่อย่างเงียบสงบ นั่นคือ ศาลเจ้านัมบะ ยาซากะ (Namba Yasaka Shrine) ภาพของ "หัวสิงโตยักษ์" ขนาดสูงกว่า 12 เมตรที่อ้าปากกว้างราวกับกำลังกลืนกินความโชคร้ายและมอบความโชคดีให้แก่ผู้มาเยือน คือภาพจำที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกต่างหลงใหล แต่ศาลเจ้าแห่งนี้มีอะไรมากกว่าแค่ความสวยงามที่เหมาะแก่การถ่ายรูป วันนี้ Sanook Holiday จะพาคุณเจาะลึกทุกแง่มุมของศาลเจ้าแห่งนี้ เพื่อให้โปรแกรม ทัวร์ญี่ปุ่น ของคุณสมบูรณ์แบบและเปี่ยมด้วยคุณค่า

อะมาโนะฮาชิดาเตะ (Amanohashidate): สัมผัสสะพานสู่สวรรค์ที่กาลเวลาปั้นแต่ง

อะมาโนะฮาชิดาเตะ (Amanohashidate): สัมผัสสะพานสู่สวรรค์ที่กาลเวลาปั้นแต่ง

169

เมื่อเราพูดถึง "เกียวโต" ภาพจำของนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักเป็นศาลเจ้าสีแดง วัดทอง หรือป่าไผ่อาราชิยามะ แต่หากคุณกำลังมองหาประสบการณ์ที่ "ลึก" กว่านั้น และต้องการสัมผัสกับจิตวิญญาณของญี่ปุ่นในมุมที่สงบและศักดิ์สิทธิ์ เราขอแนะนำให้รู้จักกับ อะมาโนะฮาชิดาเตะ (Amanohashidate) หรือที่รู้จักกันในนาม "สะพานสู่สวรรค์"สถานที่แห่งนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งใน "นิฮงซังเค" (Nihon Sankei) หรือ 3 ทิวทัศน์ที่สวยงามที่สุดของญี่ปุ่นเคียงคู่กับเกาะมิยาจิมะและอ่าวมัตสึชิมะ วันนี้ Sanook Holiday จะพาคุณเจาะลึกถึงมนต์เสน่ห์ของสันทรายที่ทอดยาวตัดผ่านทะเล ซึ่งเปรียบเสมือนรอยต่อระหว่างโลกมนุษย์และสวรรค์ เพื่อให้ทริป ทัวร์ญี่ปุ่น ของคุณกลายเป็นความทรงจำที่ตราตรึงที่สุด

ซากามิโกะ อิลลูมิเนชั่น (Sagamiko Illumination)

ซากามิโกะ อิลลูมิเนชั่น (Sagamiko Illumination)

182

ซากามิโกะ อิลลูมิเนชั่น (Sagamiko Illumination): เมื่อความมืดมิดถูกรังสรรค์ให้กลายเป็นอาณาจักรแห่งแสงดาวในค่ำคืนที่อากาศหนาวเหน็บของญี่ปุ่น ภาพของความมืดมิดอาจทำให้หลายคนอยากซุกตัวอยู่ในผ้าห่ม แต่สำหรับนักเดินทางที่รักการผจญภัย หน้าหนาวคือฤดูกาลที่ "แสงสี" ทำงานได้ดีที่สุด และหากคุณกำลังมองหาสถานที่ที่จะทำให้คุณลืมความหนาวไปชั่วขณะ เราขอแนะนำ ซากามิโกะ อิลลูมิเนชั่น (Sagamiko Illumination) หรือเทศกาลไฟที่ Sagamiko Resort Pleasure Forest ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในงานจัดแสดงไฟที่ยิ่งใหญ่และสวยงามที่สุดในภูมิภาคคันโตวันนี้ Sanook Holiday จะพาคุณไปเจาะลึกอาณาจักรแห่งแสงสีแห่งนี้ เพื่อให้โปรแกรม ทัวร์ญี่ปุ่น ของคุณในช่วงฤดูหนาวนี้เต็มเปี่ยมไปด้วยความทรงจำที่สว่างไสว

น้ำตกฟุคุโรดะ (Fukuroda Falls): มนต์เสน่ห์ 4 ฤดูกาลแห่งอิบารากิ

น้ำตกฟุคุโรดะ (Fukuroda Falls): มนต์เสน่ห์ 4 ฤดูกาลแห่งอิบารากิ

177

หากใครที่หลงรักความเป็นญี่ปุ่นและกำลังมองหาจุดหมายปลายทางที่ "ลึกซึ้ง" กว่าแค่เมืองใหญ่ คุณอาจเคยได้ยินชื่อของจังหวัดอิบารากิ (Ibaraki) และหนึ่งในจุดเช็คอินที่ถือว่าเป็นหัวใจสำคัญของภูมิภาคนี้คือ น้ำตกฟุคุโรดะ (Fukuroda Falls) หรือที่ชาวญี่ปุ่นขนานนามว่า "น้ำตกสี่ชั้น" (Yondo no Taki)ในโปรแกรม ทัวร์ญี่ปุ่น ของ Sanook Holiday เราไม่ได้มองว่าที่นี่เป็นเพียงแค่น้ำตกทั่วไป แต่เรามองว่ามันคือ "พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา" วันนี้เราจะพาคุณไปเจาะลึกว่า ทำไมน้ำตกแห่งนี้ถึงเป็นสถานที่ที่กวีชื่อดังอย่าง ไซเงียว โฮชิ (Saigyo Hoshi) เคยกล่าวไว้ว่า "หากไม่ได้มาเยือนน้ำตกแห่งนี้ ก็ไม่อาจสัมผัสถึงความงดงามที่แท้จริงของธรรมชาติได้"

วัดโจโคจิ (Jokoji Temple) สวรรค์แห่งใบไม้เปลี่ยนสีที่ซ่อนตัวในป่า

วัดโจโคจิ (Jokoji Temple) สวรรค์แห่งใบไม้เปลี่ยนสีที่ซ่อนตัวในป่า

233

หากเอ่ยถึงการชมใบไม้เปลี่ยนสีในญี่ปุ่น หลายคนอาจนึกถึงเกียวโตหรือนิกโก้เป็นอันดับแรก แต่สำหรับนักเดินทางที่มองหาความเงียบสงบและการเข้าถึงจิตวิญญาณแห่งเซนอย่างแท้จริง "วัดโจโคจิ" (Jokoji Temple) ในเมืองเซโตะ จังหวัดไอจิ คือคำตอบที่สมบูรณ์แบบที่สุดครับ สถานที่แห่งนี้คือเพชรเม็ดงามที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางหุบเขาและป่าไม้หนาทึบ เป็นจุดที่สีสันของฤดูใบไม้ร่วงจะทอประกายจัดจ้านตัดกับสถาปัตยกรรมไม้เก่าแก่ได้อย่างลงตัวที่สุดในเส้นทาง ทัวร์ญี่ปุ่นในฐานะทีมงาน Sanook Holiday ที่เชี่ยวชาญการเฟ้นหาจุดท่องเที่ยว "Unseen" เราขอยืนยันว่าการได้เดินขึ้นบันไดหินที่ปกคลุมด้วยอุโมงค์ใบเมเปิ้ลสีแดงฉานที่วัดโจโคจิ คือช่วงเวลาที่จะทำให้คุณตกหลุมรักญี่ปุ่นอีกครั้ง วันนี้เราจะพาคุณไปเจาะลึกทุกรายละเอียดของวัดแห่งนี้กันครับ

วัดนาริตะซัน ชินโชจิ (Naritasan Shinshoji) ศรัทธาแห่งนาริตะ

วัดนาริตะซัน ชินโชจิ (Naritasan Shinshoji) ศรัทธาแห่งนาริตะ

172

สำหรับนักเดินทางที่เพิ่งแลนดิ้งสู่สนามบินนาริตะ หรือกำลังเตรียมตัวบอกลาประเทศญี่ปุ่นเพื่อกลับสู่มาตุภูมิ มีสถานที่หนึ่งที่ไม่ควรเป็นเพียงทางผ่าน แต่ควรเป็น "หมุดหมายหลัก" ของการเดินทาง นั่นคือ "วัดนาริตะซัน ชินโชจิ" (Naritasan Shinshoji Temple) ครับ วัดแห่งนี้คือศูนย์รวมศรัทธาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคคันโต มีประวัติศาสตร์ย้อนไปไกลถึงสมัยเฮอัน และยังคงความงดงามอลังการไว้อย่างสมบูรณ์แบบเพื่อต้อนรับผู้มาเยือนในเส้นทาง ทัวร์ญี่ปุ่นในฐานะทีมงาน Sanook Holiday ที่เชี่ยวชาญการจัดเส้นทางท่องเที่ยวที่ผสมผสานความเชื่อและสถาปัตยกรรมเข้าด้วยกัน เราขอยืนยันว่าวัดนาริตะซันไม่ได้มีดีแค่ใกล้สนามบิน แต่คืออาณาจักรแห่งความสงบที่จะทำให้คุณเข้าถึงหัวใจของญี่ปุ่นอย่างแท้จริง วันนี้เราจะพาคุณไปเจาะลึกทุกพิกัดสำคัญของวัดแห่งนี้กันครับ

ศาลเจ้ายูโทคุอินาริ (Yutoku Inari Shrine) มหัศจรรย์วิหารสีแดงแห่งซากะ

ศาลเจ้ายูโทคุอินาริ (Yutoku Inari Shrine) มหัศจรรย์วิหารสีแดงแห่งซากะ

160

หากเกียวโตมีศาลเจ้าฟุชิมิอินาริเป็นสัญลักษณ์แห่งคันไซ ในภูมิภาคคิวชูเองก็มี "ศาลเจ้ายูโทคุอินาริ" (Yutoku Inari Shrine) แห่งจังหวัดซากะ ที่มีความงดงามยิ่งใหญ่ไม่แพ้กันครับ ที่นี่ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา แต่เป็นงานสถาปัตยกรรมระดับมาสเตอร์พีซที่ตั้งตระหง่านอยู่บนไหล่เขา โดดเด่นด้วยสีแดงฉานตัดกับสีเขียวของป่าไม้หนาทึบ เป็นพิกัดที่คนรักการถ่ายภาพและสายมูห้ามพลาดเมื่อมาเยือนในเส้นทาง ทัวร์ญี่ปุ่นในฐานะทีมงาน Sanook Holiday ที่เชี่ยวชาญการจัดเส้นทางท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและธรรมชาติ เราขอยืนยันว่ายูโทคุอินาริคือสถานที่ที่จะทำให้คุณรู้สึกถึงพลังบวกและความอลังการตั้งแต่วินาทีแรกที่ก้าวเท้าผ่านประตูโทริอิ วันนี้เราจะพาคุณไปเจาะลึกความมหัศจรรย์ของศาลเจ้าแห่งนี้กันครับ

หมู่บ้านชาวประมงอิเนะ (Ine No Funaya) เวนิสแห่งญี่ปุ่น

หมู่บ้านชาวประมงอิเนะ (Ine No Funaya) เวนิสแห่งญี่ปุ่น

214

หากคุณกำลังมองหาสถานที่ในญี่ปุ่นที่ยังคงความบริสุทธิ์ ไร้ซึ่งความวุ่นวายของเมืองใหญ่ และมีทัศนียภาพที่งดงามราวกับภาพวาดในนิยาย "หมู่บ้านชาวประมงอิเนะ" (Ine No Funaya) คือคำตอบนั้นครับ หมู่บ้านแห่งนี้ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของจังหวัดเกียวโต ติดกับทะเลญี่ปุ่น (Sea of Japan) โดดเด่นด้วยเอกลักษณ์ของบ้านไม้โบราณที่ตั้งเรียงรายอยู่ริมอ่าวมากกว่า 230 หลัง จนได้รับฉายาว่า "เวนิสแห่งญี่ปุ่น" เป็นพิกัดที่ Sanook Holiday ภูมิใจนำเสนอในโปรแกรม ทัวร์ญี่ปุ่น สำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสความ Unseen อย่างแท้จริงในฐานะทีมงาน Sanook Holiday ที่หลงใหลในความละเมียดละไมของวัฒนธรรมญี่ปุ่น เราขอยืนยันว่าอิเนะไม่ใช่แค่จุดถ่ายรูปสวย แต่คือการได้มาซึมซับ "ลมหายใจของท้องทะเล" วันนี้เราจะพาคุณไปเจาะลึกทุกรายละเอียดของหมู่บ้านแห่งนี้กันครับ

หุบเขาโครังเค (Korankei) ราชาแห่งใบไม้เปลี่ยนสี

หุบเขาโครังเค (Korankei) ราชาแห่งใบไม้เปลี่ยนสี

186

หากจะมีสถานที่ใดที่รวบรวมเอาความจัดจ้านของสีแดง ส้ม และเหลืองของใบเมเปิ้ลมาบรรจบกับสายน้ำที่ใสสะอาดและสถาปัตยกรรมไม้โบราณได้อย่างไร้ที่ติ สถานที่นั้นย่อมหนีไม่พ้น "หุบเขาโครังเค" (Korankei Valley) ในเมืองอาสุเกะ จังหวัดไอจิครับ ที่นี่ได้รับการยกย่องว่าเป็น "ราชาแห่งใบไม้เปลี่ยนสี" ของญี่ปุ่นกลาง ด้วยจำนวนต้นเมเปิ้ลที่มากกว่า 4,000 ต้น 11 สายพันธุ์ ซึ่งจะพร้อมใจกันเปลี่ยนสีจนทั้งหุบเขากลายเป็นสีเพลิงในเดือนพฤศจิกายนของทุกปีในฐานะทีมงาน Sanook Holiday ที่หลงใหลในสีสันของธรรมชาติและต้องการมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า เราขอยืนยันว่าการเดินอยู่ท่ามกลางอุโมงค์ใบเมเปิ้ลที่โครังเค คือหนึ่งในประสบการณ์ที่คุ้มค่าที่สุดในเส้นทาง ทัวร์ญี่ปุ่น วันนี้เราจะพาคุณไปเจาะลึกมนต์เสน่ห์ของหุบเขาแห่งนี้แบบละเอียดทุกซอกมุมครับ

อุทยานประวัติศาสตร์โยชิโนการิ (Yoshinogari Historical Park) ไทม์แมชชีนแห่งซากะ

อุทยานประวัติศาสตร์โยชิโนการิ (Yoshinogari Historical Park) ไทม์แมชชีนแห่งซากะ

226

หากการไปเยือนวัดเก่าแก่ในเกียวโตคือการสัมผัสยุคเอโดะและเฮอัน การเดินทางมายัง "อุทยานประวัติศาสตร์โยชิโนการิ" (Yoshinogari Historical Park) ในจังหวัดซากะ (Saga) คือการย้อนเวลากลับไปไกลกว่านั้นถึง 2,000 ปีครับ ที่นี่ไม่ใช่เพียงแค่พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งธรรมดา แต่คือ "อาณาจักรที่สาบสูญ" แห่งยุคยาโยอิ (Yayoi Period) ที่ได้รับการขุดค้นและบูรณะขึ้นมาใหม่ให้มีชีวิตอีกครั้ง เป็นหมุดหมายที่ Sanook Holiday อยากแนะนำให้ผู้ที่มองหาความแตกต่างในเส้นทาง ทัวร์ญี่ปุ่น ได้มาสัมผัสด้วยตาตนเองในฐานะทีมงาน Sanook Holiday ที่เชี่ยวชาญการจัดเส้นทางท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ เราขอยืนยันว่าโยชิโนการิคือพิกัดที่จะทำให้คุณเข้าใจถึงรากเหง้าของชาวอาทิตย์อุทัยได้อย่างลึกซึ้งที่สุด วันนี้เราจะพาคุณไปเจาะลึกทุกรายละเอียดของอุทยานแห่งนี้กันครับ

ทุ่งดอกลาเวนเดอร์ โทมิตะฟาร์ม (Farm Tomita) อัญมณีแห่งฟูราโน่

ทุ่งดอกลาเวนเดอร์ โทมิตะฟาร์ม (Farm Tomita) อัญมณีแห่งฟูราโน่

226

หากจะเอ่ยถึงสัญลักษณ์ของฤดูร้อนในญี่ปุ่น ภาพของทุ่งดอกไม้สีม่วงกว้างสุดลูกหูลูกตาบนเนินเขาโค้งมนย่อมเป็นภาพแรกที่หลายคนนึกถึงครับ และสถานที่ที่เป็นต้นกำเนิดของความงามนี้จะเป็นที่ไหนไปไม่ได้นอกจาก "ฟาร์มโทมิตะ" (Farm Tomita) ในเมืองฟูราโน่ จังหวัดฮอกไกโด สถานที่แห่งนี้เปรียบเสมือนหัวใจสำคัญของเส้นทาง ทัวร์ฮอกไกโด ที่นักเดินทางทั่วโลกต่างใฝ่ฝันจะมาสัมผัสกลิ่นหอมและสีสันอันสดใสสักครั้งในชีวิตในฐานะทีมงาน Sanook Holiday ที่เชี่ยวชาญการจัดเส้นทาง ทัวร์ญี่ปุ่น คุณภาพสูง เราขอยืนยันว่าฟาร์มโทมิตะไม่ใช่แค่ฟาร์มดอกไม้ทั่วไป แต่คือประวัติศาสตร์ที่มีชีวิตและเป็นจุดหมายปลายทางที่จะทำให้ฤดูร้อนของคุณเต็มไปด้วยความทรงจำที่แสนพิเศษ วันนี้เราจะพาคุณไปเจาะลึกทุกซอกมุมของฟาร์มระดับตำนานแห่งนี้กันครับ

Monet’s Pond บ่อน้ำนิรนาม (Namonaki Ike) มนต์เสน่ห์แห่งผืนน้ำประดุจภาพวาด

Monet’s Pond บ่อน้ำนิรนาม (Namonaki Ike) มนต์เสน่ห์แห่งผืนน้ำประดุจภาพวาด

201

หากโลกนี้จะมีสถานที่ที่ "ความจริง" และ "จินตนาการ" มาบรรจบกันได้อย่างลงตัวที่สุด สถานที่นั้นย่อมหนีไม่พ้น "บ่อน้ำโมเนต์" (Monet's Pond) หรือที่มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า บ่อน้ำนิรนาม (Namonaki Ike) ครับ บ่อน้ำขนาดเล็กที่ซ่อนตัวอยู่หน้าศาลเจ้าเนมิจิ (Nemichi Shrine) ท่ามกลางหุบเขาในเมืองเซกิ จังหวัดกิฟุ แห่งนี้ ได้กลายเป็นปรากฏการณ์ระดับโลกที่นักเดินทางในเส้นทาง ทัวร์ญี่ปุ่น ต่างถวิลหา เพราะภาพของปลาคาร์ฟที่แหวกว่ายท่ามกลางกอดอกบัวในน้ำที่ใสราวกับคริสตัลนั้น ดูคล้ายกับภาพเขียนชุด "Water Lilies" ของจิตรกรเอกชาวฝรั่งเศสอย่าง โคลด โมเนต์ (Claude Monet) จนแทบไม่เชื่อสายตาในฐานะทีมงาน Sanook Holiday ที่หลงใหลในการค้นหาพิกัดลับที่เปี่ยมไปด้วยสุนทรียภาพ เราขอยืนยันว่าบ่อน้ำโมเนต์คือพิกัดที่คุณต้องมาเห็นด้วยตาตนเองสักครั้ง เพื่อซึมซับความสงบและความงามที่กาลเวลาดูเหมือนจะหยุดนิ่ง วันนี้เราจะพาคุณไปเจาะลึกทุกรายละเอียดของบ่อน้ำแห่งนี้กันครับ

5 สถานที่ชมดอกวิสทีเรีย ญี่ปุ่น 2026 ท่องดินแดนแห่งม่านดอกไม้สีม่วงระย้าประดุจสรวงสวรรค์

5 สถานที่ชมดอกวิสทีเรีย ญี่ปุ่น 2026 ท่องดินแดนแห่งม่านดอกไม้สีม่วงระย้าประดุจสรวงสวรรค์

220

เมื่อลมหนาวพัดผ่านไปและซากุระเริ่มโรยราลงสู่พื้น ดินแดนอาทิตย์อุทัยก็ไม่ได้ว่างเว้นจากความงดงามของมวลหมู่ดอกไม้เลยครับ เพราะนี่คือช่วงเวลาเริ่มต้นของ "ดอกวิสทีเรีย" (Wisteria) หรือที่คนญี่ปุ่นเรียกขานกันว่า "ดอกฟูจิ" (Fuji) ดอกไม้ทรงระย้าที่ทิ้งตัวลงมาจากซุ้มไม้เลื้อยโบราณ ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ อบอวลไปทั่วบริเวณ พร้อมเปลี่ยนผืนป่าและสวนสวยให้กลายเป็นเฉดสีม่วง ชมพู และขาวราวกับภาพฝันสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวในฤดูกาลปี 2026 นี้ Sanook Holiday ขอพาทุกท่านไปปักหมุดเจาะลึก 5 สถานที่ชมดอกวิสทีเรียที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น แลนด์มาร์กพรีเมียมที่จะทำให้การเดินทางในโปรแกรม ทัวร์ญี่ปุ่น ของคุณกลายเป็นความทรงจำอันล้ำค่าที่ไม่มีวันเลือนหายเจาะลึก 5 พิกัดชมดอกวิสทีเรียยอดฮิตประจำปี 2026

Ubayu Onsen (อุบายุ ออนเซ็น) มนต์เสน่ห์ออนเซ็นลับริมหน้าผาชัน

Ubayu Onsen (อุบายุ ออนเซ็น) มนต์เสน่ห์ออนเซ็นลับริมหน้าผาชัน

218

สำหรับนักเดินทางที่เคยไปเยือนแลนด์มาร์กหลักๆ ของญี่ปุ่นมาจนครบถ้วนแล้ว ภาพของบ่อน้ำแร่กลางเมืองท่องเที่ยวอาจจะเริ่มคุ้นตาเกินไปครับ หากการเดินทางครั้งต่อไปในโปรแกรม ทัวร์ญี่ปุ่น ของคุณ ต้องการความตื่นเต้นที่ผสมผสานกับความสงบระงับขั้นสุดยอด Sanook Holiday ขอพาทุกท่านบุกเบิกเส้นทางลึกลับที่น้อยคนนักจะได้ย่างกรายเข้าไป นั่นคือ "Ubayu Onsen" (อุบายุ ออนเซ็น) หรือที่รู้จักกันในนาม "มาสึงาตะยะ รียกัง" (Masugataya Ryokan) ออนเซ็นลับ (秘湯 - Hitou) อายุกว่า 450 ปี ที่ตั้งอยู่บนความสูงกว่า 1,300 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ท่ามกลางหุบเขาหินปูนอันสูงชันของเทือกเขาอัซึมะ (Mount Azuma) ในเมืองโยเนซาวะ จังหวัดยามากาตะ ดินแดนที่ธรรมชาติยังคงยิ่งใหญ่และบดบังความงามนี้ไว้ให้แด่ผู้ที่ตั้งใจมาเยือนเท่านั้น

14 จุดชมซากุระ เมืองโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น รวมพิกัดดอกไม้บานสุดสวย

14 จุดชมซากุระ เมืองโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น รวมพิกัดดอกไม้บานสุดสวย

57

เมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูใบไม้ผลิ ประเทศญี่ปุ่นจะถูกแต่งแต้มด้วยสีชมพูอ่อนของดอกซากุระที่บานสะพรั่งทั่วประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงโตเกียว เมืองหลวงที่ผสมผสานระหว่างความทันสมัยและวัฒนธรรมดั้งเดิมได้อย่างลงตัว ทำให้การชมซากุระในโตเกียวกลายเป็นหนึ่งในประสบการณ์ที่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกใฝ่ฝัน สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยที่กำลังวางแผนเดินทางในช่วงฤดูใบไม้ผลิ การเลือกเดินทางกับ ทัวร์ญี่ปุ่น เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยให้สามารถเก็บครบสถานที่ชมซากุระชื่อดังได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะช่วงเวลาที่ดอกซากุระบานเต็มที่ซึ่งมีระยะเวลาค่อนข้างสั้น บทความนี้ได้รวบรวม 14 จุดชมซากุระ เมืองโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ทั้งสถานที่ยอดนิยมระดับโลกและจุดชมวิวสวย ๆ ในจังหวัดไซตามะที่อยู่ไม่ไกลจากโตเกียว เพื่อช่วยให้คุณวางแผนเที่ยวญี่ปุ่นช่วงซากุระได้อย่างคุ้มค่า เสน่ห์ของการชมซากุระในโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ซากุระไม่ได้เป็นเพียงดอกไม้ประจำฤดูใบไม้ผลิของญี่ปุ่นเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของความงดงาม ความเปลี่ยนแปลง และช่วงเวลาแห่งการเริ่มต้นใหม่ของชาวญี่ปุ่น เพราะดอกซากุระจะบานเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ ก่อนร่วงหล่น ทำให้ผู้คนรู้สึกถึงคุณค่าของช่วงเวลาปัจจุบัน ในกรุงโตเกียว การชมซากุระมีความหลากหลายมากกว่าการเดินชมต้นไม้ทั่วไป นักท่องเที่ยวสามารถเลือกสัมผัสบรรยากาศได้หลายรูปแบบ เช่น การเดินเล่นริมแม่น้ำ การนั่งปิกนิกในสวนสาธารณะ การล่องเรือชมดอกไม้ หรือการชมแสงไฟยามค่ำคืนที่เรียกว่า Yozakura จุดเด่นของโตเกียวคือสามารถเดินทางไปยังสถานที่ชมซากุระได้สะดวกด้วยระบบรถไฟ ทำให้สามารถจัดทริปเที่ยวหลายจุดภายในวันเดียวได้ และเป็นเหตุผลที่ทำให้เส้นทาง ทัวร์ญี่ปุ่น ช่วงฤดูใบไม้ผลิได้รับความนิยมอย่างมาก ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับชมซากุระโตเกียว โดยทั่วไปซากุระในโตเกียวจะเริ่มผลิบานประมาณปลายเดือนมีนาคม และบานเต็มที่ในช่วงปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายน แต่ช่วงเวลาที่แน่นอนอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามสภาพอากาศในแต่ละปี ช่วงเวลา ลักษณะการบาน คำแนะนำ กลาง - ปลาย มีนาคม เริ่มเห็นดอกซากุระบาน เหมาะสำหรับเดินเที่ยวและถ่ายภาพ ปลายมีนาคม - ต้นเมษายน ช่วง Full Bloom สวยที่สุด เป็นช่วงยอดนิยม ควรวางแผนล่วงหน้า ต้น - กลางเมษายน กลีบดอกเริ่มร่วง ได้บรรยากาศโรแมนติกแบบ Sakura Snow ทำไมต้องเลือกเที่ยวญี่ปุ่นช่วงซากุระ? ได้สัมผัสบรรยากาศฤดูใบไม้ผลิที่เป็นเอกลักษณ์ของญี่ปุ่น ถ่ายภาพกับดอกซากุระในสถานที่ชื่อดังระดับโลก สามารถเที่ยวเมืองใหญ่พร้อมชมธรรมชาติได้ในทริปเดียว เหมาะสำหรับคู่รัก ครอบครัว และผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพ เป็นช่วงเวลาที่ได้รับความนิยมสูงของโปรแกรมทัวร์ญี่ปุ่น

มหากาพย์คู่มือเจาะลึก “พยากรณ์ซากุระ ญี่ปุ่น 2027” คลื่นสีชมพูเหนือกาลเวลา

มหากาพย์คู่มือเจาะลึก “พยากรณ์ซากุระ ญี่ปุ่น 2027” คลื่นสีชมพูเหนือกาลเวลา

113

เมื่อลมหนาวอันแสนยาวนานของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเริ่มอ่อนกำลังลง และกลิ่นอายของไออุ่นแห่งฤดูใบไม้ผลิก้าวเข้ามาแทนที่ ปรากฏการณ์ธรรมชาติที่สะกดสายตานักเดินทางทั่วโลกให้หลั่งไหลมารวมกันมากที่สุดคงหนีไม่พ้นการเบ่งบานของ "ดอกซากุระ" (Cherry Blossoms) หรือที่ชาวญี่ปุ่นเรียกกันด้วยความภาคภูมิใจว่า "ซากุระหน้า" (Sakura Front / 桜前線) ซึ่งเป็นดั่งสัญญาณเตือนว่าฤดูกาลแห่งความหวัง ความงามอันบริสุทธิ์ และการเริ่มต้นใหม่ได้เวียนกลับมาอีกครั้ง สำหรับปี 2027 นี้ การเตรียมตัวเดินทางล่วงหน้าเพื่อไปยืนอยู่ท่ามกลางอุโมงค์ดอกไม้สีชมพูพาสเทลที่พริ้วไหวตามสายลม เลาะเลียบไปตามปราสาทโบราณและริมแม่น้ำสายประวัติศาสตร์ คือหมุดหมายสูงสุดของชีวิตนักเดินทางระดับเลอค่าการเดินทางไปชมซากุระไม่ใช่อาศัยเพียงแค่โชคชะตา แต่คือศาสตร์และศิลป์แห่งการวางแผนที่ประณีต เนื่องจากดอกไม้ชนิดนี้มีช่วงเวลาอวดโฉมสะพรั่งเต็มที่ (Full Bloom / Mankai) เพียงแค่ 5 ถึง 7 วันในแต่ละพื้นที่เท่านั้น ก่อนที่จะร่วงโรยกลายเป็นพรมสีชมพูบนพื้นหญ้า ในฐานะที่ Sanook Holiday เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดสรรการเดินทางระดับไฮเอนด์ ทริปดีไซเนอร์ของเราจึงได้รวบรวมข้อมูลสถิติ ดัชนีมวลอากาศ และการคาดการณ์ทางอุตุนิยมวิทยาเพื่อสรรค์สร้างคู่มือ พยากรณ์ซากุระ ญี่ปุ่น 2027 ฉบับมหากาพย์นี้ขึ้นมา เพื่อให้คณะ VIP ของเราได้ปักหมุดจองทริปหรูหราในฝันได้อย่างแม่นยำ ไม่พลาดช่วงเวลาที่งดงามที่สุดแม้แต่วันเดียว

หมู่บ้านมรดกโลก ชิราคาวาโกะ (Shirakawago) เสน่ห์หมู่บ้านญี่ปุ่นโบราณกลางหุบเขา

หมู่บ้านมรดกโลก ชิราคาวาโกะ (Shirakawago) เสน่ห์หมู่บ้านญี่ปุ่นโบราณกลางหุบเขา

63

เมื่อพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่นที่เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์และกลิ่นอายวัฒนธรรมดั้งเดิม หนึ่งในชื่อที่นักเดินทางทั่วโลกต้องนึกถึงคือ ชิราคาวาโกะ (Shirakawago) หมู่บ้านโบราณเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขาของจังหวัดกิฟุ (Gifu) ทางตอนกลางของประเทศญี่ปุ่น ด้วยภาพบ้านไม้หลังคาทรงสามเหลี่ยมขนาดใหญ่ที่ปกคลุมด้วยหิมะสีขาวในฤดูหนาว ทุ่งนาสีเขียวในฤดูร้อน และใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง ทำให้ชิราคาวาโกะกลายเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวทั่วโลก โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวไทยที่นิยมเดินทางกับ ทัวร์ญี่ปุ่น เส้นทางยอดนิยมอย่าง โตเกียว – ฟูจิ – ทาคายาม่า – ชิราคาวาโกะ เพราะสามารถสัมผัสทั้งธรรมชาติ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมได้ภายในทริปเดียว บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักเรื่องราวของ หมู่บ้านมรดกโลก ชิราคาวาโกะ (Shirakawago) ตั้งแต่ประวัติ ความสำคัญ บ้านทรงกัสโชสึคุริ จุดเที่ยวสำคัญ วิธีเดินทาง และเหตุผลที่ทำให้สถานที่แห่งนี้เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กที่ต้องไปเยือนเมื่อมาเที่ยวญี่ปุ่น รู้จักชิราคาวาโกะ (Shirakawago) หมู่บ้านมรดกโลกแห่งญี่ปุ่น ชิราคาวาโกะ (白川郷 : Shirakawa-go) มีความหมายว่า “หมู่บ้านแห่งแม่น้ำสีขาว” ตั้งอยู่ในเขตโอกิมาจิ (Ogimachi) จังหวัดกิฟุ ประเทศญี่ปุ่น เป็นพื้นที่ชนบทที่มีภูเขาล้อมรอบ และมีแม่น้ำโชกาวะ (Shogawa River) ไหลผ่าน พื้นที่แห่งนี้มีชื่อเสียงจากบ้านเรือนแบบดั้งเดิมที่เรียกว่า กัสโชสึคุริ (Gassho-zukuri) ซึ่งเป็นบ้านไม้ที่มีหลังคาสูงลาดชันคล้ายมือสองข้างประกบกัน เพื่อช่วยรองรับหิมะจำนวนมากในช่วงฤดูหนาว ด้วยเอกลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมและการรักษาวิถีชีวิตดั้งเดิมเอาไว้ได้อย่างสมบูรณ์ ชิราคาวาโกะจึงได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น มรดกโลกทางวัฒนธรรมขององค์การ UNESCO ในปี ค.ศ. 1995 ร่วมกับพื้นที่โกคายามะ (Gokayama)

วัดน้ำใส หรือ วัดคิโยมิสึ (Kiyomizu-dera) ชมใบไม้เปลี่ยนสี เกียวโต แลนด์มาร์กสุดประทับใจแห่งญี่ปุ่น

วัดน้ำใส หรือ วัดคิโยมิสึ (Kiyomizu-dera) ชมใบไม้เปลี่ยนสี เกียวโต แลนด์มาร์กสุดประทับใจแห่งญี่ปุ่น

57

เมื่อพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่สะท้อนความงดงามของประเทศญี่ปุ่นได้อย่างสมบูรณ์แบบ หลายคนมักนึกถึงเมืองเกียวโต เมืองเก่าที่เต็มไปด้วยวัดวาอาราม สถาปัตยกรรมโบราณ และวัฒนธรรมญี่ปุ่นดั้งเดิมที่ยังคงได้รับการอนุรักษ์มาจนถึงปัจจุบัน หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของเกียวโตคือ วัดน้ำใส หรือ วัดคิโยมิสึ (Kiyomizu-dera Temple) วัดเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงระดับโลก และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมโดยองค์การยูเนสโก (UNESCO) โดยเฉพาะในช่วงฤดูใบไม้ร่วง หรือช่วงที่ต้นเมเปิลและต้นไม้ต่าง ๆ เปลี่ยนสี วัดน้ำใสจะกลายเป็นหนึ่งในจุดชม ใบไม้เปลี่ยนสีญี่ปุ่น ที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่ง ด้วยภาพของอาคารไม้โบราณตั้งอยู่ท่ามกลางภูเขาที่ปกคลุมด้วยสีแดง ส้ม และเหลือง เป็นภาพที่สะท้อนเสน่ห์ของญี่ปุ่นได้อย่างน่าประทับใจ สำหรับนักท่องเที่ยวที่เลือกเดินทางกับ ทัวร์ญี่ปุ่น วัดน้ำใสมักถูกบรรจุอยู่ในโปรแกรมเที่ยวเกียวโต เพราะเป็นสถานที่ที่สามารถสัมผัสได้ทั้งความงดงามทางธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ ความเชื่อ และวัฒนธรรมญี่ปุ่นภายในสถานที่เดียว รู้จักวัดน้ำใส หรือ วัดคิโยมิสึ (Kiyomizu-dera) วัดคิโยมิสึเดระ (Kiyomizu-dera Temple : 清水寺) หรือที่คนไทยนิยมเรียกว่า วัดน้ำใส เป็นวัดพุทธเก่าแก่ที่ตั้งอยู่บริเวณเนินเขาฮิงาชิยามะ (Higashiyama) ทางตะวันออกของเมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น ชื่อ “คิโยมิสึ” มีความหมายว่า “น้ำบริสุทธิ์” ซึ่งมาจากน้ำตกโอโตวะ (Otowa Waterfall) ที่ไหลผ่านบริเวณด้านหลังวัด เชื่อกันว่าเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้คนสามารถดื่มเพื่อขอพรเกี่ยวกับสุขภาพ ความสำเร็จ และความรัก วัดแห่งนี้ถือเป็นหนึ่งในวัดที่มีความสำคัญที่สุดของญี่ปุ่น และเป็นสถานที่ที่ได้รับความนิยมจากทั้งชาวญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกตลอดทั้งปี แต่ช่วงเวลาที่วัดคิโยมิสึเดระมีเสน่ห์มากที่สุดช่วงหนึ่งคือ ฤดูใบไม้เปลี่ยนสี เพราะบริเวณโดยรอบวัดตั้งอยู่บนภูเขา ทำให้สามารถมองเห็นผืนป่าที่เปลี่ยนสีอย่างงดงาม พร้อมวิวเมืองเกียวโตที่ทอดยาวอยู่เบื้องหน้า

สวนโออิชิปาร์ค (Oishi Park) ชมดอกไม้งาม วิวภูเขาไฟฟูจิ

สวนโออิชิปาร์ค (Oishi Park) ชมดอกไม้งาม วิวภูเขาไฟฟูจิ

70

หากพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่สามารถชม ภูเขาไฟฟูจิ ได้อย่างงดงามที่สุด หลายคนอาจนึกถึงทะเลสาบคาวากุจิโกะ (Lake Kawaguchiko) และหนึ่งในแลนด์มาร์กยอดนิยมที่ไม่ควรพลาดก็คือ สวนโออิชิปาร์ค (Oishi Park) สวนดอกไม้ริมทะเลสาบที่มีชื่อเสียงระดับโลก ด้วยวิวภูเขาไฟฟูจิอันยิ่งใหญ่ที่เป็นฉากหลัง พร้อมทุ่งดอกไม้หลากสีสันที่ผลัดเปลี่ยนกันบานตลอดทั้งปีสำหรับผู้ที่เดินทางกับ ทัวร์ญี่ปุ่น สวนโออิชิปาร์คถือเป็นหนึ่งในจุดหมายยอดฮิตของเส้นทางโตเกียว–ฟูจิ เพราะนอกจากจะได้สัมผัสธรรมชาติอันงดงามแล้ว ยังสามารถถ่ายภาพวิวฟูจิในมุมที่สวยที่สุด พร้อมเดินเล่นท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงบและสดชื่น

มประตูสีแดง ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ (Fushimi Inari Shrine) แลนด์มาร์กแห่งเกียวโต สัญลักษณ์แห่งความศรัทธา

มประตูสีแดง ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ (Fushimi Inari Shrine) แลนด์มาร์กแห่งเกียวโต สัญลักษณ์แห่งความศรัทธา

39

หากพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่นที่สามารถจดจำได้ทันทีจากภาพถ่าย หนึ่งในสถานที่ที่หลายคนนึกถึงคงหนีไม่พ้น ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ (Fushimi Inari Shrine) แห่งเมืองเกียวโต สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่โดดเด่นด้วยแนว เสาโทริอิสีแดงนับพันต้น ซึ่งทอดยาวขึ้นไปบนภูเขาอินาริ ภาพของนักท่องเที่ยวเดินผ่านอุโมงค์ซุ้มประตูสีแดงสดที่เรียงต่อกันอย่างงดงาม กลายเป็นหนึ่งในภาพจำของประเทศญี่ปุ่น และเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ศาลเจ้าแห่งนี้ติดอันดับสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในโปรแกรม ทัวร์ญี่ปุ่น จากทั่วโลก ไม่เพียงแต่ความสวยงามทางสถาปัตยกรรมเท่านั้น แต่ฟูชิมิอินาริยังเป็นสถานที่ที่สะท้อนความเชื่อ วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ของชาวญี่ปุ่นมายาวนานกว่า 1,300 ปี ทำให้นักท่องเที่ยวที่มาเยือนจะไม่ได้เพียงแค่ถ่ายภาพสวย ๆ แต่ยังได้สัมผัสบรรยากาศแห่งความศรัทธาที่หาได้ยากจากที่อื่น รู้จักศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ (Fushimi Inari Shrine) ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ หรือชื่อภาษาญี่ปุ่นว่า 伏見稲荷大社 (Fushimi Inari Taisha) ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น เป็นหนึ่งในศาลเจ้าชินโตที่มีชื่อเสียงที่สุดของประเทศ และเป็นศาลเจ้าหลักของศาลเจ้าอินาริกว่า 30,000 แห่งทั่วญี่ปุ่น ศาลเจ้าแห่งนี้สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 711 ก่อนที่จะย้ายมายังพื้นที่ปัจจุบันบริเวณภูเขาอินาริในปี ค.ศ. 816 โดยมีความเกี่ยวข้องกับเทพอินาริ (Inari Okami) ซึ่งเป็นเทพเจ้าที่ชาวญี่ปุ่นให้ความเคารพในฐานะเทพแห่งการเกษตร ข้าว ความอุดมสมบูรณ์ การค้า และความเจริญรุ่งเรือง ด้วยความเชื่อที่ว่าเทพอินาริสามารถนำพาความสำเร็จและความมั่งคั่งมาให้ ศาลเจ้าแห่งนี้จึงได้รับความนิยมอย่างมากจากนักธุรกิจ ร้านค้า และผู้ประกอบการที่เดินทางมาสักการะเพื่อขอพรด้านการงานและธุรกิจ

วัดคินคะคุจิ (Kinkakuji Temple) วัดทองแห่งเกียวโต มรดกโลกสุดงดงามที่ต้องไปเยือน

วัดคินคะคุจิ (Kinkakuji Temple) วัดทองแห่งเกียวโต มรดกโลกสุดงดงามที่ต้องไปเยือน

48

หากพูดถึงเมืองเกียวโต เมืองหลวงเก่าที่เปี่ยมด้วยกลิ่นอายวัฒนธรรมของประเทศญี่ปุ่น หนึ่งในสถานที่ที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกต่างใฝ่ฝันอยากมาเยือนสักครั้ง คือ วัดคินคะคุจิ (Kinkakuji Temple) หรือที่คนไทยรู้จักกันในชื่อ วัดทอง ศาสนสถานอันงดงามที่โดดเด่นด้วยอาคารสีทองอร่ามสะท้อนผืนน้ำอย่างสง่างาม จนกลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของเมืองเกียวโตและเป็นจุดหมายยอดนิยมของผู้เดินทางกับ ทัวร์ญี่ปุ่น วัดแห่งนี้มีชื่อเสียงระดับโลกจากอาคาร "Golden Pavilion" หรือศาลาทองสามชั้นที่หุ้มด้วยแผ่นทองคำเปลวแท้ สถาปัตยกรรมอันวิจิตรผสานกับสวนญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมและสระน้ำขนาดใหญ่ ทำให้เกิดภาพทิวทัศน์ที่งดงามราวกับภาพวาดในทุกฤดูกาล ไม่ว่าจะเป็นช่วงดอกซากุระบาน สีเขียวสดของฤดูร้อน ใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง หรือหิมะสีขาวที่ปกคลุมในฤดูหนาว นอกจากความงดงามทางด้านสถาปัตยกรรมแล้ว วัดคินคะคุจิยังสะท้อนแนวคิดด้านพุทธศาสนา ศิลปะญี่ปุ่น และวิถีชีวิตของชนชั้นปกครองในยุคมุโรมาจิได้อย่างลึกซึ้ง จึงเป็นสถานที่ที่ทั้งนักท่องเที่ยวและผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ไม่ควรพลาด ประวัติความเป็นมาของวัดคินคะคุจิ (Kinkakuji Temple) วัดคินคะคุจิมีชื่ออย่างเป็นทางการว่า Rokuon-ji (鹿苑寺) เดิมพื้นที่แห่งนี้เป็นคฤหาสน์ของขุนนาง ก่อนที่ โชกุนอาชิคางะ โยชิมิตสึ (Ashikaga Yoshimitsu) จะซื้อไว้ในช่วงปลายศตวรรษที่ 14 และสร้างเป็นวิลล่าพักผ่อนที่มีความงดงามที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น หลังจากโชกุนโยชิมิตสึถึงแก่อสัญกรรม ได้มีการเปลี่ยนสถานที่แห่งนี้ให้เป็นวัดในนิกายเซนตามความประสงค์ของท่าน จนกลายเป็นวัดสำคัญของเมืองเกียวโต และเป็นต้นแบบของสถาปัตยกรรมสวนญี่ปุ่นในยุคมุโรมาจิ แม้อาคารดั้งเดิมจะถูกเพลิงไหม้ในปี ค.ศ. 1950 แต่รัฐบาลญี่ปุ่นได้บูรณะขึ้นใหม่อย่างพิถีพิถันในปี ค.ศ. 1955 โดยคงรูปแบบดั้งเดิมไว้มากที่สุด ปัจจุบันอาคารที่เห็นคือสิ่งปลูกสร้างที่ได้รับการอนุรักษ์อย่างดีและยังคงความงดงามไม่ต่างจากในอดีต ทำไมวัดคินคะคุจิจึงถูกเรียกว่า "วัดทอง"? เหตุผลที่วัดแห่งนี้ได้รับสมญานามว่า วัดทอง (Golden Pavilion) มาจากอาคารหลักสามชั้นที่มีชื่อว่า "คินคะคุ" ซึ่งชั้นที่สองและชั้นที่สามหุ้มด้วยแผ่นทองคำเปลวบริสุทธิ์ ทำให้เมื่อแสงอาทิตย์ตกกระทบ อาคารจะเปล่งประกายสีทองอย่างงดงาม ทองคำที่ใช้ไม่ได้มีไว้เพื่อความหรูหราเพียงอย่างเดียว แต่ยังสะท้อนแนวคิดทางพุทธศาสนาเกี่ยวกับความบริสุทธิ์ การหลุดพ้น และแสงแห่งปัญญา จึงทำให้อาคารแห่งนี้มีทั้งคุณค่าทางศิลปะและคุณค่าทางจิตวิญญาณ องค์ประกอบ รายละเอียด ชื่อทางการ Rokuon-ji (วัดโรคุองจิ) ชื่อที่รู้จักทั่วไป วัดคินคะคุจิ หรือ วัดทอง (Golden Pavilion) ก่อสร้างครั้งแรก ปลายศตวรรษที่ 14 ในสมัยโชกุนอาชิคางะ โยชิมิตสึ มรดกโลก ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก UNESCO ในปี ค.ศ. 1994

หมู่บ้านน้ำใส (Oshino Hakkai) เสน่ห์แห่งธรรมชาติใต้เงาภูเขาไฟฟูจิ

หมู่บ้านน้ำใส (Oshino Hakkai) เสน่ห์แห่งธรรมชาติใต้เงาภูเขาไฟฟูจิ

46

เมื่อพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่สามารถสะท้อนภาพความงดงามของประเทศญี่ปุ่นได้อย่างสมบูรณ์แบบ หลายคนอาจนึกถึงโตเกียว เกียวโต หรือโอซาก้า แต่หากต้องการสัมผัสบรรยากาศญี่ปุ่นแบบเรียบง่าย รายล้อมด้วยธรรมชาติ และมีฉากหลังเป็นภูเขาไฟฟูจิอันยิ่งใหญ่ หมู่บ้านน้ำใส (Oshino Hakkai) คือหนึ่งในจุดหมายที่ไม่ควรพลาด หมู่บ้านเล็ก ๆ แห่งนี้ตั้งอยู่ในจังหวัดยามานาชิ บริเวณเชิงภูเขาไฟฟูจิ โดดเด่นด้วยบ่อน้ำธรรมชาติ 8 แห่งที่เกิดจากน้ำหิมะและน้ำฝนซึมผ่านชั้นลาวาภูเขาไฟเป็นเวลาหลายปี จนกลายเป็นน้ำใสบริสุทธิ์ที่สามารถมองเห็นพื้นบ่อได้อย่างชัดเจน ด้วยความงดงามของบ่อน้ำใส บ้านเรือนญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม ทุ่งนา และวิวภูเขาไฟฟูจิที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหลัง ทำให้ Oshino Hakkai กลายเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก และมักถูกบรรจุอยู่ในโปรแกรม ทัวร์ญี่ปุ่น เส้นทางโตเกียว–ฟูจิ–คาวากุจิโกะ ที่นี่ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ถ่ายภาพสวยเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ที่สะท้อนวิถีชีวิต ความเชื่อ และความสัมพันธ์ระหว่างชาวญี่ปุ่นกับธรรมชาติได้อย่างลึกซึ้ง

ศาลเจ้าคุชิดะ Kushida Shrine ฟุกุโอกะ เที่ยวศาลเจ้าเก่าแก่แห่งฮากาตะ

ศาลเจ้าคุชิดะ Kushida Shrine ฟุกุโอกะ เที่ยวศาลเจ้าเก่าแก่แห่งฮากาตะ

42

หากพูดถึงเมืองฟุกุโอกะ (Fukuoka) หนึ่งในเมืองท่องเที่ยวสำคัญของภูมิภาคคิวชู ประเทศญี่ปุ่น หลายคนอาจนึกถึงอาหารชื่อดังอย่างราเมงฮากาตะ แหล่งช้อปปิ้งขนาดใหญ่ หรือบรรยากาศเมืองที่ผสมผสานระหว่างความทันสมัยและวัฒนธรรมดั้งเดิม แต่ท่ามกลางความคึกคักของย่านฮากาตะ ยังมีสถานที่หนึ่งที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวเมืองมาอย่างยาวนาน นั่นคือ ศาลเจ้าคุชิดะ (Kushida Shrine : 櫛田神社) ศาลเจ้าเก่าแก่ที่ได้รับความเคารพอย่างสูง และถือเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของเมืองฟุกุโอกะ ศาลเจ้าแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่สำหรับการสักการะขอพรเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ที่สะท้อนประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของชาวฮากาตะได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะการเป็นสถานที่จัดเทศกาลชื่อดังระดับประเทศอย่าง ฮากาตะ กิอง ยามาคาสะ (Hakata Gion Yamakasa) ด้วยบรรยากาศอันสงบ เสาโทริอิสีแดง สถาปัตยกรรมญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม และเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ทำให้ศาลเจ้าคุชิดะเป็นหนึ่งในจุดหมายที่ได้รับความนิยมในโปรแกรม ทัวร์ญี่ปุ่น เส้นทางฟุกุโอกะ–คิวชู ประวัติความเป็นมาของศาลเจ้าคุชิดะ (Kushida Shrine) ศาลเจ้าคุชิดะถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 757 ซึ่งมีประวัติความเป็นมายาวนานกว่า 1,200 ปี โดยมีความเกี่ยวข้องกับการเผยแพร่ความเชื่อและวัฒนธรรมญี่ปุ่นในพื้นที่เมืองฮากาตะ ในอดีตเมืองฮากาตะเป็นหนึ่งในเมืองท่าสำคัญของญี่ปุ่น เนื่องจากตั้งอยู่ใกล้กับคาบสมุทรเกาหลีและเอเชียตะวันออก ทำให้เป็นศูนย์กลางทางการค้า การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม และการเดินทางระหว่างประเทศ ศาลเจ้าคุชิดะจึงมีบทบาทสำคัญในฐานะสถานที่ที่ชาวเมืองเดินทางมาสักการะเพื่อขอพรเกี่ยวกับความปลอดภัย ความเจริญรุ่งเรือง และความอุดมสมบูรณ์ เทพเจ้าหลักที่ประดิษฐานภายในศาลเจ้า ได้แก่ Amaterasu Omikami เทพีแห่งดวงอาทิตย์ หนึ่งในเทพเจ้าที่สำคัญที่สุดของศาสนาชินโต Ohatanushi no Mikoto เทพเจ้าที่เกี่ยวข้องกับการปกป้องและความเจริญรุ่งเรือง Susanoo no Mikoto เทพแห่งการกำจัดสิ่งชั่วร้ายและการป้องกันภัย ด้วยความศักดิ์สิทธิ์ของเทพเจ้าที่ประดิษฐานอยู่ ทำให้ชาวฟุกุโอกะนิยมเดินทางมาขอพร โดยเฉพาะเรื่องสุขภาพ ความสำเร็จ การงาน และความปลอดภัยในการเดินทาง

ศาลเจ้าดาไซฟุเทนมังกุ Dazaifu Tenmangu ฟุกุโอกะ ศาลเจ้าแห่งการศึกษา

ศาลเจ้าดาไซฟุเทนมังกุ Dazaifu Tenmangu ฟุกุโอกะ ศาลเจ้าแห่งการศึกษา

37

หากพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่มีชื่อเสียงของจังหวัดฟุกุโอกะ หลายคนอาจนึกถึงอาหารท้องถิ่น เมืองฮากาตะ หรือแหล่งช้อปปิ้งใจกลางเมือง แต่หนึ่งในสถานที่ที่สะท้อนความเชื่อและจิตวิญญาณของชาวญี่ปุ่นได้อย่างลึกซึ้ง คือ ศาลเจ้าดาไซฟุเทนมังกุ (Dazaifu Tenmangu : 太宰府天満宮) ศาลเจ้าแห่งนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในศาลเจ้าเทนมังกุที่สำคัญที่สุดของประเทศญี่ปุ่น และมีชื่อเสียงในฐานะ "ศาลเจ้าแห่งการศึกษา" เนื่องจากเป็นสถานที่สักการะเทพเจ้าแห่งความรู้ การเรียน และปัญญา ทุกปีจะมีนักเรียน นักศึกษา และผู้ปกครองจากทั่วประเทศญี่ปุ่นเดินทางมายังศาลเจ้าแห่งนี้ เพื่อขอพรให้ประสบความสำเร็จในการสอบ การเรียน และเส้นทางอาชีพในอนาคต ด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนาน สถาปัตยกรรมแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม สวนสวย และบรรยากาศที่เต็มไปด้วยวัฒนธรรม ทำให้ Dazaifu Tenmangu เป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญของโปรแกรม ทัวร์ญี่ปุ่น เส้นทางฟุกุโอกะ–คิวชู ประวัติความเป็นมาของศาลเจ้าดาไซฟุเทนมังกุ ศาลเจ้าดาไซฟุเทนมังกุตั้งอยู่ในเมืองดาไซฟุ จังหวัดฟุกุโอกะ โดยมีประวัติความเป็นมายาวนานกว่า 1,000 ปี และเป็นสถานที่ที่สร้างขึ้นเพื่ออุทิศแด่ ซุกาวาระ โนะ มิชิซาเนะ (Sugawara no Michizane) ซุกาวาระ โนะ มิชิซาเนะ เป็นนักปราชญ์ นักการเมือง และกวีผู้มีชื่อเสียงในยุคเฮอัน (Heian Period) ของญี่ปุ่น ท่านได้รับการยกย่องว่ามีความสามารถด้านการศึกษาและวรรณกรรมอย่างโดดเด่น ในช่วงชีวิตของท่าน มิชิซาเนะเคยดำรงตำแหน่งสำคัญในราชสำนัก แต่ภายหลังเกิดความขัดแย้งทางการเมือง ทำให้ท่านถูกส่งมายังเมืองดาไซฟุ ซึ่งในอดีตเป็นศูนย์กลางการปกครองของภูมิภาคคิวชู หลังจากท่านเสียชีวิต ชาวญี่ปุ่นเชื่อว่าวิญญาณของท่านมีพลังด้านความรู้และปัญญา จึงเกิดการสร้างศาลเจ้าเพื่อบูชาและระลึกถึงท่านในฐานะ เทพเทนจิน (Tenjin) ต่อมาศาลเจ้าแห่งนี้กลายเป็นหนึ่งในศูนย์กลางความศรัทธาที่สำคัญที่สุดสำหรับผู้ที่ต้องการขอพรด้านการศึกษาและความสำเร็จ

ศาลเจ้าเฮอัน (Heian Shrine) เกียวโต แลนด์มาร์กเสาโทริอิยักษ์และสวนญี่ปุ่นที่ไม่ควรพลาด

ศาลเจ้าเฮอัน (Heian Shrine) เกียวโต แลนด์มาร์กเสาโทริอิยักษ์และสวนญี่ปุ่นที่ไม่ควรพลาด

37

ศาลเจ้าเฮอัน (Heian Shrine) สัญลักษณ์แห่งความรุ่งเรืองของเมืองเกียวโต หากพูดถึงเมืองเกียวโต หลายคนมักนึกถึงวัดคิโยมิสึเดระ ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ หรือวัดคินคะคุจิ แต่ยังมีอีกหนึ่งสถานที่สำคัญที่โดดเด่นทั้งด้านประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม และสวนญี่ปุ่นอันงดงาม นั่นคือ ศาลเจ้าเฮอัน (Heian Shrine หรือ Heian Jingu) หนึ่งในแลนด์มาร์กสำคัญที่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกนิยมเดินทางมาเยือนเมื่อมา ทัวร์ญี่ปุ่น สิ่งแรกที่สร้างความประทับใจให้กับผู้มาเยือนคือ เสาโทริอิสีแดงขนาดมหึมา ซึ่งตั้งตระหง่านอยู่บริเวณทางเข้าสู่ศาลเจ้า ถือเป็นหนึ่งในเสาโทริอิที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศญี่ปุ่น มองเห็นได้จากระยะไกลและกลายเป็นสัญลักษณ์ของย่านโอคาซากิ (Okazaki) ในเมืองเกียวโต นอกจากความยิ่งใหญ่ของสถาปัตยกรรมแล้ว ศาลเจ้าแห่งนี้ยังโดดเด่นด้วยสวนญี่ปุ่นระดับมาสเตอร์พีซที่ได้รับการยกย่องว่าสวยที่สุดแห่งหนึ่งของเกียวโต มีพื้นที่กว่า 30,000 ตารางเมตร เต็มไปด้วยบ่อน้ำ สะพานไม้ ดอกซากุระ ไอริส และต้นเมเปิลที่ผลัดเปลี่ยนสีตามฤดูกาล ทำให้สามารถเดินเที่ยวได้ตลอดทั้งปี ด้วยความสวยงามและคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ศาลเจ้าเฮอันจึงเป็นหนึ่งในสถานที่ที่มักถูกรวมอยู่ในโปรแกรม ทัวร์ญี่ปุ่น เส้นทางโอซาก้า–เกียวโต–นารา เพราะสามารถเที่ยวได้สะดวกและใช้เวลาเพียงครึ่งวันก็สัมผัสเสน่ห์ของเกียวโตได้อย่างเต็มอิ่ม

หมู่บ้านยูฟุอิน (Yufuin Floral Village) หมู่บ้านเทพนิยายแห่งญี่ปุ่น จุดเช็กอินสุดน่ารักแห่งคิวชู

หมู่บ้านยูฟุอิน (Yufuin Floral Village) หมู่บ้านเทพนิยายแห่งญี่ปุ่น จุดเช็กอินสุดน่ารักแห่งคิวชู

40

ประเทศญี่ปุ่นไม่ได้มีเพียงเมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยแสงสีและเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ยังมีเมืองเล็ก ๆ ที่ซ่อนเสน่ห์เฉพาะตัว เต็มไปด้วยธรรมชาติ วัฒนธรรม และบรรยากาศแสนอบอุ่น หนึ่งในสถานที่ที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ ในหมู่นักท่องเที่ยวคือ หมู่บ้านยูฟุอิน (Yufuin Floral Village) เมืองเล็กแสนโรแมนติกในจังหวัดโออิตะ บนเกาะคิวชู ประเทศญี่ปุ่น ด้วยภาพลักษณ์ของหมู่บ้านสไตล์ยุโรปหลังเล็ก ๆ อาคารไม้สีอบอุ่น ถนนหิน ร้านค้าสุดน่ารัก และบรรยากาศคล้ายหลุดออกมาจากโลกแห่งนิทาน ทำให้ Yufuin Floral Village กลายเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กที่นักท่องเที่ยวที่เดินทางกับ ทัวร์ญี่ปุ่น นิยมแวะมาเยือน โดยเฉพาะเส้นทางเที่ยวคิวชู ยูฟุอินไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ถ่ายภาพสวยเท่านั้น แต่ยังเป็นเมืองออนเซ็นชื่อดังที่มีธรรมชาติสวยงาม รายล้อมด้วยภูเขาและทะเลสาบ รวมถึงมีร้านค้า คาเฟ่ และกิจกรรมมากมายที่สะท้อนเสน่ห์แบบญี่ปุ่นดั้งเดิม รู้จักหมู่บ้านยูฟุอิน (Yufuin Floral Village) Yufuin Floral Village ตั้งอยู่ในเมืองยูฟุอิน จังหวัดโออิตะ (Oita Prefecture) ทางตอนเหนือของเกาะคิวชู เป็นหมู่บ้านจำลองขนาดเล็กที่ได้รับแรงบันดาลใจจากหมู่บ้านชนบทในประเทศอังกฤษ โดยออกแบบให้มีบรรยากาศเหมือนหมู่บ้านในเทพนิยาย ภายในหมู่บ้านเต็มไปด้วยอาคารไม้สไตล์ยุโรปหลังเล็ก ๆ สีสันอบอุ่น ร้านขายของที่ระลึก คาเฟ่ ร้านขนม และร้านค้าธีมตัวละครยอดนิยม ทำให้ที่นี่เป็นสถานที่ที่เหมาะกับนักท่องเที่ยวทุกวัย ตั้งแต่เด็ก ครอบครัว คู่รัก ไปจนถึงผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพ แม้พื้นที่ของหมู่บ้านจะไม่ใหญ่มาก แต่ทุกมุมได้รับการตกแต่งอย่างพิถีพิถัน มีทั้งสวนดอกไม้ ต้นไม้เล็ก ๆ และมุมถ่ายภาพที่ให้ความรู้สึกเหมือนเดินอยู่ในหมู่บ้านยุโรปกลางชนบท

พระใหญ่ไดบุตสุ (Great Buddha of Kamakura) วัดโคโตกุอิน แลนด์มาร์กเก่าแก่แห่งเมืองคามาคุระ

พระใหญ่ไดบุตสุ (Great Buddha of Kamakura) วัดโคโตกุอิน แลนด์มาร์กเก่าแก่แห่งเมืองคามาคุระ

40

พระใหญ่ไดบุตสุ (Great Buddha of Kamakura) หรือที่รู้จักกันในชื่อ คามาคุระ ไดบุตสุ (Kamakura Daibutsu) เป็นหนึ่งในพระพุทธรูปสำคัญและมีชื่อเสียงที่สุดของประเทศญี่ปุ่น ตั้งอยู่ภายในบริเวณ วัดโคโตกุอิน (Kotoku-in Temple) เมืองคามาคุระ จังหวัดคานากาวะ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากกรุงโตเกียว ด้วยความยิ่งใหญ่ขององค์พระที่มีความสูงกว่า 11 เมตร ประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 700 ปี และความงดงามท่ามกลางบรรยากาศเมืองเก่าของญี่ปุ่น ทำให้พระใหญ่ไดบุตสุกลายเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของนักเดินทางทั่วโลก และเป็นจุดหมายสำคัญในโปรแกรม ทัวร์ญี่ปุ่น เส้นทางโตเกียวและคันโต นอกจากความงดงามทางศิลปะแล้ว สถานที่แห่งนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงความศรัทธาในพระพุทธศาสนาของชาวญี่ปุ่น รวมถึงเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่ผ่านเหตุการณ์สำคัญมากมาย ตั้งแต่ยุคคามาคุระจนถึงปัจจุบัน รู้จักพระใหญ่ไดบุตสุ (Great Buddha of Kamakura) พระใหญ่ไดบุตสุแห่งคามาคุระ เป็นพระพุทธรูปสำริดปางสมาธิ (Amida Buddha) ประดิษฐานอยู่ภายในวัดโคโตกุอิน เมืองคามาคุระ จังหวัดคานากาวะ เดิมทีพระพุทธรูปองค์นี้ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1252 ในสมัยคามาคุระ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เมืองคามาคุระเป็นศูนย์กลางทางการเมืองและการปกครองของญี่ปุ่น องค์พระถูกสร้างขึ้นด้วยทองสัมฤทธิ์ มีน้ำหนักประมาณ 121 ตัน และมีความสูงประมาณ 11.3 เมตร เมื่อรวมฐานแล้วมีความสูงมากกว่า 13 เมตร ทำให้เป็นหนึ่งในพระพุทธรูปกลางแจ้งที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น สิ่งที่ทำให้พระใหญ่ไดบุตสุมีความพิเศษคือ เดิมองค์พระเคยประดิษฐานอยู่ภายในวิหารขนาดใหญ่ แต่หลังจากเกิดภัยธรรมชาติหลายครั้ง โดยเฉพาะเหตุการณ์สึนามิในศตวรรษที่ 15 อาคารโดยรอบได้รับความเสียหาย จนเหลือเพียงองค์พระที่ยังคงตั้งอยู่กลางแจ้งมาจนถึงปัจจุบัน

หุบเขานรกจิโกคุดานิ (Jigokudani) ฮอกไกโด ชมหุบเขาน้ำพุร้อนธรรมชาติสุดมหัศจรรย์

หุบเขานรกจิโกคุดานิ (Jigokudani) ฮอกไกโด ชมหุบเขาน้ำพุร้อนธรรมชาติสุดมหัศจรรย์

32

หากพูดถึงแหล่งออนเซ็นระดับโลกของประเทศญี่ปุ่น ชื่อของ โนโบริเบ็ตสึ (Noboribetsu) ในจังหวัดฮอกไกโด ย่อมติดอันดับต้น ๆ ที่นักเดินทางทั่วโลกอยากไปสัมผัส และสถานที่ที่ถือเป็นหัวใจของเมืองแห่งนี้ก็คือ หุบเขานรกจิโกคุดานิ (Jigokudani) แหล่งกำเนิดน้ำพุร้อนธรรมชาติที่เต็มไปด้วยไอน้ำสีขาว กลิ่นกำมะถัน และภูมิประเทศอันน่าอัศจรรย์ จนได้รับฉายาว่า "หุบเขานรก" แม้ชื่อจะฟังดูน่ากลัว แต่ความจริงแล้วจิโกคุดานิคือหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามที่สุดของฮอกไกโด และเป็นแลนด์มาร์กสำคัญที่แทบทุกโปรแกรม ทัวร์ญี่ปุ่น เส้นทางฮอกไกโดจะต้องแวะเยี่ยมชม เพราะนอกจากจะได้สัมผัสพลังของธรรมชาติอย่างใกล้ชิดแล้ว ยังเป็นต้นกำเนิดของน้ำแร่ออนเซ็นคุณภาพสูงที่หล่อเลี้ยงโรงแรมและเรียวกังทั่วเมืองโนโบริเบ็ตสึอีกด้วย หุบเขานรกจิโกคุดานิ (Jigokudani) คืออะไร? Jigokudani แปลตรงตัวว่า "หุบเขานรก" เป็นแอ่งภูเขาไฟที่เกิดจากการปะทุของภูเขาไฟเมื่อหลายหมื่นปีก่อน พื้นที่แห่งนี้เต็มไปด้วยปล่องไอน้ำ น้ำพุร้อนธรรมชาติ บ่อน้ำเดือด และช่องระบายก๊าซกำมะถัน ซึ่งยังคงมีพลังความร้อนใต้พิภพอยู่จนถึงปัจจุบัน พื้นที่ทั้งหมดมีลักษณะเป็นหุบเขาหินสีเทาและสีเหลืองสลับกัน มีไอน้ำพวยพุ่งขึ้นจากพื้นดินตลอดเวลา เมื่อมองจากจุดชมวิวจะเห็นภาพของธรรมชาติที่ทั้งแปลกตาและงดงาม จนได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในภูมิประเทศภูเขาไฟที่โดดเด่นที่สุดของประเทศญี่ปุ่น น้ำแร่จากหุบเขานรกแห่งนี้ถูกส่งต่อไปยังโรงแรมและออนเซ็นต่าง ๆ ในเมืองโนโบริเบ็ตสึ ทำให้เมืองนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในเมืองออนเซ็นที่ดีที่สุดของญี่ปุ่น

หมู่บ้านเทพนิยาย Ningle Terrace Hokkaido เดินเล่นในป่าแห่งภูมิปัญญา เสน่ห์เมืองฟุราโนะที่ต้องไปเยือน

หมู่บ้านเทพนิยาย Ningle Terrace Hokkaido เดินเล่นในป่าแห่งภูมิปัญญา เสน่ห์เมืองฟุราโนะที่ต้องไปเยือน

32

Ningle Terrace Hokkaido หมู่บ้านเทพนิยายกลางป่าที่เหมือนหลุดออกมาจากหนังสือนิทาน ถ้ามีสถานที่แห่งหนึ่งในฮอกไกโดที่สามารถทำให้เราเผลอคิดว่าเดินหลุดเข้าไปอยู่ในโลกของนิทานได้ Ningle Terrace หรือ นิงเกิลเทอเรส (Ningle Terrace) ที่เมืองฟุราโนะ คือหนึ่งในสถานที่ที่ตอบโจทย์ความรู้สึกนั้นได้อย่างน่าประทับใจ ลองจินตนาการถึงเส้นทางเดินไม้เล็ก ๆ ที่คดเคี้ยวเข้าไปในป่าสน รายล้อมด้วยกระท่อมไม้หลังจิ๋วหลายหลัง แต่ละหลังมีแสงไฟอบอุ่นส่องออกมาจากหน้าต่าง ขณะที่รอบตัวเต็มไปด้วยต้นไม้ เสียงน้ำ และกลิ่นหอมของไม้ เมื่อเข้าสู่ฤดูหนาว หลังคาของกระท่อมถูกปกคลุมด้วยหิมะสีขาว และเมื่อถึงช่วงค่ำ แสงไฟตามทางเดินจะช่วยเติมบรรยากาศจนดูราวกับหมู่บ้านเล็ก ๆ ของเหล่าภูตในป่า นี่คือเสน่ห์ของ Ningle Terrace Hokkaido สถานที่ท่องเที่ยวในเมืองฟุราโนะที่ไม่ได้โดดเด่นด้วยแลนด์มาร์กขนาดใหญ่ แต่ใช้ความเรียบง่ายของป่า งานฝีมือ และบรรยากาศที่ละเอียดอ่อนสร้างความประทับใจให้กับผู้มาเยือน สำหรับคนที่กำลังมองหาจุดหมายใน ทัวร์ญี่ปุ่น ที่แตกต่างจากวัด ศาลเจ้า ย่านช้อปปิ้ง หรือสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังทั่วไป Ningle Terrace เป็นอีกหนึ่งพิกัดที่ควรใส่ไว้ในลิสต์ โดยเฉพาะคนที่ชื่นชอบธรรมชาติ งานคราฟต์ การถ่ายรูป และบรรยากาศโรแมนติก

8 สถานที่ท่องเที่ยวญี่ปุ่นหน้าหนาว เสน่ห์เมืองหิมะที่ต้องไปสัมผัสสักครั้ง

8 สถานที่ท่องเที่ยวญี่ปุ่นหน้าหนาว เสน่ห์เมืองหิมะที่ต้องไปสัมผัสสักครั้ง

28

เมื่อฤดูหนาวเดินทางมาถึง ญี่ปุ่นจะเปลี่ยนบรรยากาศไปอย่างสิ้นเชิง จากเมืองที่มีสีสันในฤดูใบไม้ผลิหรือใบไม้เปลี่ยนสี กลายเป็นโลกอีกใบที่เต็มไปด้วยอากาศเย็น หิมะสีขาว ภูเขาที่มีน้ำแข็งเกาะ และเมืองเล็ก ๆ ที่ดูราวกับหลุดออกมาจากภาพยนตร์ สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย ฤดูหนาวถือเป็นช่วงเวลาที่น่าสนใจมาก เพราะเป็นโอกาสที่จะได้สัมผัสสิ่งที่หาได้ยากในบ้านเรา ไม่ว่าจะเป็นการเดินบนหิมะ แช่ออนเซ็นกลางอากาศหนาว ชมวิวภูเขาที่ปกคลุมด้วยสีขาว หรือเดินเล่นในหมู่บ้านญี่ปุ่นที่มีหิมะเกาะอยู่บนหลังคา แต่คำว่า “เที่ยวญี่ปุ่นหน้าหนาว” ไม่ได้หมายความว่าต้องเดินทางไปฮอกไกโดเพียงอย่างเดียว เพราะญี่ปุ่นมีจุดหมายฤดูหนาวที่หลากหลาย ตั้งแต่เมืองท่าริมคลองอย่างโอตารุ ไปจนถึงเมืองประวัติศาสตร์อย่างเกียวโต และทะเลสาบที่มองเห็นภูเขาไฟฟูจิอย่างคาวากุจิโกะ บทความนี้จึงรวบรวม 8 สถานที่ท่องเที่ยวญี่ปุ่นหน้าหนาว ที่มีคาแรกเตอร์แตกต่างกัน เพื่อให้คุณเลือกเส้นทางที่ตรงกับความต้องการมากที่สุด ไม่ว่าจะชอบหิมะจัด ๆ ชอบออนเซ็น ชอบถ่ายรูป หรืออยากได้ทริปที่มีทั้งวัฒนธรรมและธรรมชาติในครั้งเดียว 8 สถานที่ท่องเที่ยวญี่ปุ่นหน้าหนาว โอตารุ (Otaru) ซาโอะ (Zao) ชิราคาวาโกะ (Shirakawa-go) นากาโนะ (Nagano) โนโบริเบ็ตสึ (Noboribetsu) เกียวโต (Kyoto) หมู่บ้านนิงเกิ้ลเทอเรส (Ningle Terrace) คาวากุจิโกะ (Kawaguchiko)